24 ต.ค. 2019 เวลา 06:13
ถ้าชีวิตเหมือนละคร
ประวัติชีวิตของผม.ขอย้อนกลับไปเมื่อ40ปีที่แล้วพ่อเสียตอนอายุ9ขวบ.แม่ต้องดิ้นรนไปทำงานเมืองนอกทิ้งลูกชาย3คนให้น้าสาว+น้าเขย+ลูกของน้า3คน
การเลี้ยงดู
คงไม่ต้องบอกนะครับ.ไม่มีใครจะเลี้ยงลูกคนอื่นให้ดีกว่าลูกของตัวเอง.สิ่งที่ต้องเจอแต่ละวันคือเสียงบ่นและลงท้ายทำไมไม่ดีเหมือนคนโน้นคนนี้.แทบจะไม่ได้สอนว่าอะไรดีไม่ดีและส่วนมากจะเอาตัวอย่างในระครทีวีมาสอน
เมื่อใช้ละครเป็นต้นแบบ
ใครๆก็อยากเป็นพระเอกหรือนางเอก.คือไม่ว่าจะโดนกลั่นแกล้งยังไงสุดท้าย.เมื่อทุกคนที่เคยเข้าใจผิดรู้ความจริงก็เข้ามาสารภาพผิด.โคตรน้ำเน่า.แต่ชีวิตจริงต่างจากละคร.ความจริงเด็กยุคนั้นถูกล้างสมองด้วยระครทีวี.จึงออกมาในแนวดีจนโง่
ละครพี้นบ้าน+ละครจักรๆวงค์ๆ
สมัยก่อนละครจักรๆวงค์ๆ.จะออกอากาศ08.30น.คือตื่นเช้าขึ้นมาคุณก็โดนล้างสมองแล้ว.เนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นนางเอกหรือพระเอกโดนไล่ออกจากเมืองแถมยังโดนตัวอิดฉาส่งคนตามไปฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า.พอถึงตอนจบทุกต่างรู้ความจริงจะประหารชีวิตตัวอิดฉาแต่โดนนางเอกห้ามไว้.ทกคนยิ่งรักและยกย่องสรรเสริญในความเป็นคนดี.ถุย
*คนยุ80-90ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จเพราะไปโทษเวรโทษกรรมและไม่เคยโทษตัวเอง*
เมื่อรู้ความจริง.กับสิ่งที่ปรับปรุง
1.ห้ามในบ้านดูละครไทย+ละครจักรๆวงค์
*สิ่งที่ได้.ลูกชาย1.ลูกสาว1ไม่มีคำว่าอิดฉาริษยาอยู่ในตัว*
2.ตั้งแต่เด็กส่วนใหญ่จะเปิดการ์ตูน.ทอม&เจอรี่
*สิ่งที่ได้.อีคิว.การรับปัญหาอย่างสนุก*
3.ไม่ใช้เวรกรรมมาสอนลูก.ห้ามโทษเวรโทษกรรม
*สิ่งที่ได้.ถ้าทำผิดเขาจะปรับปรุงการกระทำ*
4.สอนเขาในความเป็นจริง.ดีไม่ดีอยู่ที่การกระทำ
*ถ้าลูกทำดีสิ่งที่ลูกทำจะย้อนมาหาลูก.ถ้าทำไม่ดีสิ่งไม่ดีก็จะตามมา*นี้คือหลักของความเป็นจริง.ไม่มีคำว่าเวรกรรม
5.คำว่าคนดีในนิยามของพ่อคือ.ไม่เบียดเบียนคนอื่น,ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
6.จะบอกลูกตั้งแต่เด็กว่าทุกความผิดพลาดที่เกิดขึ้นห้ามโทษ
คนอื่นให้โทษตัวเอง.เมื่อฝึกโทษตัวเองจนชินเราจะมองรับ
ฟังคำวิจารณ์ด้วยใจเป็นกลาง.และจะรู้จักปรับตัว
นิยามคำว่าลูกพ่อ
1.พี่น้องต้องรักกัน
2.ถ้ารู้หรือได้ยินข่าวว่าใครกำลังเดือดร้อนให้รีบไปช่วยทันที
3.พี่น้องต้องมีความซื่อสัตย์ชึ้งกันและกัน
4.ยีมคือยืม,ขอคือขอหรือแล้วแต่จะเห็นสมควร
สภาพแวดล้อม.ใครว่าไม่สำคัญ
วัยเด็ก.บ้านที่ผมอยู่จะเป็นสังคมระดับล่าง+สลัมในต่างจังหวัด.ส่วนใหญ่รับจ้างหาเช้ากินค่ำสิ่งที่เอามาสนทนากันเป็นส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อหาในละครที่เอามาคาดเดาวิภาควิจารณ์.ใครไม่ได้ดูหรือไม่ติดตามจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่องและการดำเนินชีวิตส่วนใหญ่จะคล้ายกับละคร.ยามจนก็ย่ำยี ยามดีก็อิดฉา.และปัจจุบันเมื่อมองสังคมไทยส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม.
ห้ามเด็ดขาด
*ห้ามดูละครและหนังไทย*
เปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง
1.นม+ขนม+อาหาร.ในบ้านต้องมีเพื่อ.ลูกๆถ้าทุกอย่างในบ้านมีเขาก็จะไม่อยากออกนอกบ้าน.พิสูจน์แล้วได้ผลต่อให้ติดเพื่อนยังไงเขาก็จะกลับบ้านเพราะบ้านคนอื่นไม่เหมือนที่บ้านเขา.คุณไม่ต้องเสียเวลาพูดหรืออบรมสั่งสอนการคบเพื่อนหรือกลัวว่าเขาจะติดเพื่อน.จงทำให้ครอบครัวอบอุ่น
2.การพูดคุยและการแสดงความรักให้แสดงออกแบบเปิดเผยไม่ต้องให้เขาแปลความรู้สึกอะไรมากมายพิสูจน์แล้วได้ผล.แสดงความรักเขาให้เขารู้และสำผัสได้ฝึกให้เขารู้ว่าความรักจริงๆเป็นยังไง.แล้วเราจะเห็นสิ่งที่เราทำย้อนกลับมาหาเรา.ต่อไปข้างหน้าชีวิตและครอบครัวของเขาก็จะอบอุ่น
3.การฝึกให้เขายอมรับผิดคือ.ผิดคือผิดไม่ต้องอธิบายพิสูจน์แล้วได้ผลดีคือ.ช่วงแรกๆจะมีแรงต้านพอเขาชินกับการรับผิดแล้วเราก็อธิบายเหตุผลว่า.ที่ฝึกให้เขารับผิดก็คือ.ไม่อยากให้เขาชินกับการอธิบายเพราะมันคือจุดเริ่มต้นของคำ.แก้ตัว
4.ผลที่ได้จากการยอมรับผิด.เขาเป็นผู้ฟังที่ดี,รู้จักแยกแยะผิดถูก.บอกเขาว่านี้คือ.คุณสมบัติของ.CEOที่ดี
โฆษณา