มีบัญชีอยู่แล้ว?
"กล้าที่จะถูกเกลียด"
"คนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเราได้ มีแต่ตัวเราเองเท่านั้น"
มาค้นหาตัวเองกัน
อ่านแล้วเห็นว่าเป็นแนวคิดน่าสนใจ
จึงนำมาเผยแพร่ต่อให้เพื่อน Blockdit
จากแนวคิดของนักจิตวิทยา ชื่อ
แอดเลอร์ โดยมีนักเขียนชาวญี่ปุ่น คือ
คิชินิ อิชิโร และ โคะกะ ฟุมิทะกะ
นำมาเขียน จนเป็นหนังสือจิตวิทยาที่ได้รับการนิยมมากเล่มหนึ่งของญี่ปุ่น
ที่แนะนำวิธีการค้นพบการสร้างความคิด
ที่นำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการพัฒนาตัวเอง.
1
1. อย่าเชื่อเรื่องแผลใจ
หลักจิตวิทยาแบบแอดเลอร์ คือหลักจิตวิทยาแห่งความกล้า ความกล้าที่จะมีความสุข ณ วินาทีนี้
1
ชีวิตของคนเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่ถูกกำหนดโดยความหมายที่ตัวเรามอบให้กับประสบการณ์นั้นๆต่างหาก (หรือก็คือ มุมมองของเราที่มีต่อประสบการณ์นั้น)
1
ไม่ได้สำคัญว่าชีวิตนี้คุณเกิดมาแล้วได้หรือไม่ได้อะไรมาบ้าง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์อย่างไร
คนเราเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ไลฟ์สไตล์ไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นสิ่งที่เราเลือกเองได้ บางคนบอกว่าเปลี่ยนไม่ได้ จริงๆเพราะเค้าตัดสินใจว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงต่างหาก
2. ความทุกข์ทั้งหมด ล้วนเกิดจากความสัมพันธ์
การยอมรับ “ตัวตนที่เป็นอยู่”
คนที่รู้สึกเกลียดตัวเองและมองเห็นแต่ข้อเสีย นั่นเป็นเพราะเค้ากลัวที่จะถูกคนอื่นเกลียด และกลัวจนเกินเหตุว่าตัวเองจะเจ็บปวดจากการมีความสัมพันธ์กับคนอื่น
1
ความทุกข์ทั้งหมดของมนุษย์ ล้วนเป็นความทุกข์เรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่น
คนที่ชอบโอ้อวดคือคนที่รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อย
คนเราทุกคนล้วนแตกต่างกัน แต่ก็เท่าเทียมกัน
คนที่ไม่รู้สึกยินดีเวลาเห็นคนอื่นมีความสุข เพราะคนคนนั้นคิดว่าความสัมพันธ์กับคนอื่นคือการแข่งขัน ความสุขของคนอื่นจึงไม่ต่างกับ “ความพ่ายแพ้ของตัวเอง” คุณจึงไม่สามารถรู้สึกยินดีไปด้วยได้
ถ้าคุณรู้สึกอย่างแท้จริงว่า “เราทุกคนเป็นมิตรกันได้” วิธีมองโลกของคุณก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง การกล่าวคำขอโทษ ไม่ใช่ “ความพ่ายแพ้”
1
มนุษย์เรามีเป้าหมายด้านพฤติกรรมและจิตใจที่ชัดเจน
เป้าหมายด้านพฤติกรรมมี 2 อย่าง คือ
- พึ่งพาตัวเองได้
- ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ดี
เป้าหมายด้านจิตใจที่คอยส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวมี 2 อย่าง
- รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ
- รู้สึกว่าทุกคนเป็นมิตรของเรา
3. ตัดเรื่องของคนอื่นทิ้งไปเสีย
1
มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำตามความคาดหวังของคนอื่น
ในเมื่อคุณ “ไม่ต้องใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น” คนอื่นก็ “ไม่ต้องใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคุณ” เช่นกัน ดังนั้น หากคนอื่นไม่ทำตามที่เราคิด เราก็ไม่ควรไปโกรธ เพราะนั่นเป็นเรื่องธรรมดาครับ
1
เราจำเป็นต้องแยกแยะว่าเรื่องแต่ละเรื่องเป็นธุระของใคร โดยการตั้งคำถามทุกครั้งว่า “นี่เป็นธุระของใคร”
เกือบทุกปัญหาที่เกิดจากความสัมพันธ์มักมีสาเหตุมาจากการที่เราเข้าไปก้าวก่ายธุระของคนอื่น หรือคนอื่นมาก้าวก่ายธุระของเรา
เราสามารถจูงม้าไปริมแม่น้ำได้ แต่เราไม่สามารถบังคับให้ม้ากินน้ำได้
คนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเราได้ มีแต่ตัวเราเท่านั้น
เวลาที่คุณรู้สึกว่าชีวิตมีความทุกข์ ก็ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่ามันมาจากความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับบุคคลอื่น สิ่งที่คุณควรทำเป็นอันดับแรกคือต้องรู้จักขีดเส้นแบ่งว่า “เกินจากนี้ไปไม่ใช่ธุระของฉัน” แล้วก็ตัดธุระคนอื่นทิ้งไปให้หมด ให้คุณตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตัวเองเชื่อว่าดีที่สุด คนอื่นจะตัดสินการเลือกของคุณอย่างไรนั้นก็เป็นธุระของเขา คนอื่นชอบหรือจะเกลียดเราก็เป็นธุรระของเรา ไม่ใช่กงการอะไรของเรา
การใช้ชีวิตเพื่อเติมเต็มความคาดหวังหรือฝากชีวิตของตัวเองไว้กับคนอื่น คือการโกหกตัวเองและคนรอบข้างไปวันๆเท่านั้นเอง
4. ศูนย์กลางของโลกอยู่ที่ตรงไหน
การตัดสินใจว่าคุณจะกล้าที่จะถูกเกลียด ไม่ใช่เป็นการตัดความสัมพันธ์กับคนอื่น แท้จริงแล้วเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีด้วยซ้ำ
ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคือตัวบ่งชี้ที่สำคัญที่สุดว่าเรามีความสัมพันธ์ที่เป็นสุขได้หรือไม่
แอดเลอร์เรียกการให้ความช่วยเหลือบนพื้นฐานของความสัมพันธ์แบบเท่าเทียมกันว่า “การปลุกความกล้า”
5. ใช้ชีวิต ณ “วินาทีนี้” อย่างจริงจัง
1
คนที่ตัดสินใจว่าจะหักหลังคุณหรือไม่นั้นไม่ใช่ตัวคุณ นั่นเป็นธุระของคนอื่น ธุระของคุณมีแค่ตัดสินใจว่า “จะเชื่อใจหรือไม่” เท่านั้น
แต่ถ้าคุณกลัวที่จะเชื่อใจคนอื่นแล้วล่ะก็ ในที่สุดคุณก็จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับใครไม่ได้เลย
1
แก่นแท้ของการทำงานคือการช่วยเหลือผู้อื่น การทำงานช่วยให้เรารู้สึกว่า “ตัวเองมีประโยชน์กับใครสักคน” และยังทำให้เราสัมผัสถึงคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อีกด้วย
ถ้าเราช่วยเหลือคนอื่นจากใจจริง จะได้รับการยอมรับหรือไม่ก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นอีกต่อไป เพราะเราจะรู้สึกได้เองว่า “ฉันมีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อใครสักคน” จึงไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมายอมรับเรา
1
สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตเราคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ใน “วินาทีนี้”
จงใช้ชีวิตให้เหมือนการเต้นรำที่เกิดขึ้นตามจังหวะเพลงไปเรื่อยๆ มีความสุขในการเต้นรำในแต่ละขณะในทุกวินาที โดยจุดเป้าหมายปลายทางของการเต้นรำไม่มีอยู่จริง นี่คือ “ชีวิตที่สมบูรณ์ในตัวเอง”
การคิดแบบนี้ คือการให้ความสำคัญกับ “วินาทีนี้” และใช้ชีวิตอยู่กับ “เรื่องที่ทำได้ในปัจจุบัน” ด้วย “ความมุ่งมั่น”
ขอแค่ไม่มองว่าชีวิตเป็นเหมือนเส้นชัย อย่าเอาแต่คอยดูว่าตัวเองเข้าใกล้เป้าหมายหรือยัง แค่ให้คิดว่าจะใช้ชีวิต ณ วินาทีนี้ ยังไงก็พอ
1
สำหรับคนที่มองว่าชีวิตตัวเองไม่มีความหมาย เหตุเพราะว่าคุณหลงทาง และกำลังหาทางใช้ชีวิตที่มีอิสรภาพ ซึ่งก็คือชีวิตที่ไม่ต้องหวาดกลัวที่จะถูกคนอื่นเกลียด ไม่ต้องทำตามความคาดหวังของคนอื่น และกล้าที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง แอดเลอร์ได้มอง “ดวงดาวนำทาง” ซึ่งก็คือ “การช่วยเหลือคนอื่น” มันจะทำให้คุณไม่หลงทาง และมีอิสรภาพในการทำสิ่งที่คุณอยากทำ
1
ถ้าเราใช้ “การช่วยเหลือคนอื่น” เป็นเครื่องมือนำทาง เราก็จะมีชีวิตที่มีความสุขและมีมิตรอยู่เสมอ
อ้างอิง อ่านละเอียดพอๆกันได้ที่ : https://thanawat.co/2016/11/12/courage-to-be-hated/
หวังว่าคงมีสาระให้แนวคิดที่ดีนะครับ
พอดีอ่านแล้วชอบเลยอยากเอามาแชร์
แค่ได้มาเผยแพร่ ก็สุขได้ทุกวินาทีแล้ว 😊 😊 😊 😊 😊 😊 😊 😊
เรื่อยเปื่อย ... กด นะ กด อีก กด เลย
อ้อ กดติดตามด้วยนะ จบกัน💋
    yaceen
    สนับสนุน50 เพชร
    Fineday Aunnie
    ดีมากค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ