23 ต.ค. 2019 เวลา 08:36 • กีฬา
เหตุการณ์บุรีรัมย์ ประกาศไม่อยากรับถ้วยแชมป์ (ถ้าได้) ที่บ้านของเชียงใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติหรือไม่ ลองดูกรณีศึกษาจากลีกดังๆของประเทศอื่นทั่วโลก
Talk of the town ประเด็นสำคัญที่สุดของฟุตบอลไทย ในสัปดาห์นี้เกี่ยวเนื่องกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งสิ้น
เรื่องการตัดสินเกมระหว่าง บุรีรัมย์ กับท่าเรือก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ การประกาศไม่ขอรับถ้วยที่เชียงใหม่ ในกรณีที่บุรีรัมย์ได้แชมป์ แต่ขอทำพิธีรับแชมป์ที่บ้านตัวเอง จังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น
(สำหรับคนที่ไม่ได้ตามไทยลีก สถานการณ์การลุ้นแชมป์ตอนนี้ มาวัดกันสุดท้ายครับ ถ้าหากบุรีรัมย์บุกไปชนะเชียงใหม่ได้ พวกเขาได้แชมป์ทันที แต่ถ้าบุรีรัมย์เสมอหรือแพ้ แล้วอีกสนาม เชียงรายบุกไปชนะสุพรรณบุรีได้ แชมป์จะเป็นของเชียงรายแทน)
แน่นอน เมื่อเนวิน ชิดชอบประกาศไปแบบนั้น มันจึงสร้างฟีดแบ็กตามมาอย่างแรงทีเดียว
เช็กกระแสในโลกออนไลน์ มีคนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการประกาศไม่รับถ้วยที่เชียงใหม่ ซึ่งเราก็เข้าใจได้
นั่นเพราะตามปกติ ในฤดูกาลที่มี Final-day title deciders หรือตัดสินกันในแมตช์สุดท้าย ถ้าเป็นฟุตบอลลีกอื่นๆทั่วโลก ก็จะมีการมอบถ้วยในวันสุดท้ายของการแข่ง ไม่สำคัญว่าจะเป็นสนามเหย้าหรือเยือน เพราะต้องนึกภาพในแง่การถ่ายทอดสดด้วยนะครับ ว่าคนดูไทยลีก ที่ติดตามมาทั้งฤดูกาล ก็อยากเห็นภาพส่งท้าย ฉลองแชมป์ เป็นการปิดฉาก สิ่งที่ตัวเองตามลุ้นมาทั้งซีซั่น
1
สู้กันมาเพื่อโทรฟี่แชมป์ แฟนบอลก็ควรมีสิทธิได้เห็นโทรฟี่แชมป์เป็นบทสรุปในท้ายที่สุด จากนั้นพอได้แชมป์มา ก็จะเอาไปฉลอง ไปปาร์ตี้ ที่บ้านตัวเองอย่างไรก็ทำไป
1
[ อังกฤษ - รับโทรฟี่เกมเยือน ]
ซีซั่นที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับลิเวอร์พูล ขับเคี่ยวกันแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก
แมนฯซิตี้ ไปเยือนไบรท์ตัน ที่สนามเอเม็กซ์ ส่วนลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับมือวูล์ฟแฮมป์ตัน
ทั้ง 2 สนาม มีโอกาสได้ฉลองแชมป์ทั้งคู่ ดังนั้นทางพรีเมียร์ลีกจึงวางแผน ให้มีโทรฟี่อยู่ทั้งสองสนามไปเลย โดยถ้วยใบจริง มีสลักคำว่า Champions จะอยู่ที่สนามไบรท์ตัน ส่วนถ้วยจำลอง จะอยู่ที่แอนฟิลด์
ผลการแข่งขัน แมนฯซิตี้ ถล่มไบรท์ตัน 4-1 คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งพวกเขาก็ฉลองแชมป์กันที่สนามเอเม็กซ์ไปเลยนะครับ ทางพรีเมียร์ลีก ร่วมกับเจ้าของสนาม ช่วยกันจัดเวที ให้แมนฯซิตี้ฉลองแชมป์กันอย่างเต็มที่
1
มีภาพการฉลองแชมป์ในนัดสุดท้าย ซึ่งแฟนๆพอดูบอลจบก็ดูการฉลองแชมป์กันต่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น แฟนบอลพันธุ์แท้ซิตี้ ที่ตามมาเชียร์ก็เฮฮาปาร์ตี้ ส่วนแฟนๆไบรท์ตันก็ปรบมือให้เกียรติอยู่ในสนาม
เกมที่ชนะไบรท์ตัน 4-1 แข่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2019 จากนั้นอีก 8 วัน แมนฯซิตี้จัดพาเหรดปาร์ตี้ฉลองแชมป์ในเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งก็มีแฟนบอลหลายหมื่นมาเข้าร่วม ก็สนุกสนานกันอีกรอบ
1
เช่นเดียวกับพรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 1994-95 ที่แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส กับ แมนฯยูไนเต็ด มีโอกาสได้แชมป์ทั้งคู่ ซึ่งนัดสุดท้ายทั้ง 2 ทีมต้องออกไปเยือน โดยแบล็คเบิร์นไปเยือนแอนฟิลด์ ของลิเวอร์พูล ส่วนแมนฯยู ไปเยือนอัพตันพาร์ก ของเวสต์แฮม
1
ทางพรีเมียร์ลีกก็ได้จัดโทรฟี่แชมป์เอาไว้ 2 สนามเลย คือใครได้แชมป์ที่ไหน ก็มอบถ้วยให้ทีนั่น ซึ่งปีนั้นแบล็คเบิร์นได้แชมป์ ก็ทำพิธีมอบถ้วยไปเลยที่แอนฟิลด์
1
[ อิตาลี - รับโทรฟี่เกมเยือน ]
ฤดูกาล 2009-10 ปีที่อินเตอร์ มิลานได้ทริปเปิ้ลแชมป์ นัดสุดท้ายของฤดูกาล อินเตอร์ ต้องไปเยือนเซียน่า ที่อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ ซึ่งทีมต้องชนะเท่านั้น เพื่อคว้าแชมป์เซเรียอา
อินเตอร์ เฉือนชนะ 1-0 ด้วยประตูชัยของดีเอโก้ มิลิโต้ มีแต้มเอาชนะโรม่า 2 คะแนน ซิวแชมป์ไปครอง
1
นัดนั้น เจ้าหน้าที่ของเซเรียอา เตรียมโทรฟี่เอาไว้ทั้ง 2 สนาม คืออาร์เตมิโอ ฟรังคี่ กับ สนามมาร์ก อันโตนิโอ เบนเตโกดี้ ที่บ้านคิเอโว่ ซึ่งเจอกับโรม่า
พออินเตอร์ชนะได้แชมป์ ก็ชูโทรฟี่กันที่บ้านของเซียน่าไปเลย
[ เยอรมัน - รับโทรฟี่เกมเยือน ]
ที่เยอรมัน ก็ไม่ต่างกัน คือถ้าเป็น Final-day title deciders หรือแชมป์ลีกที่ต้องมาตัดสินกันในเกมสุดท้าย จะมีโทรฟี่เอาไว้ให้ทั้ง 2 สนาม และทีมที่ได้แชมป์ ก็จะชูโทรฟี่แม้เล่นเป็นทีมเยือนเสมอ
ตัวอย่างเช่น ในฤดูกาล 2000-01 บาเยิร์น มิวนิค แย่งแชมป์กับชาลเก้ นัดสุดท้ายของบาเยิร์น ต้องออกไปเยือนฮัมบูร์ก ซึ่งถ้าพวกเขาเสมอจะได้แชมป์ แต่ถ้าแพ้ชาลเก้จะเป็นแชมป์แทน
บาเยิร์น จะแพ้อยู่แล้ว แต่มาตีเสมอได้ 1-1 จากแพทริก แอนเดอร์สัน ในช่วงทดเจ็บ คว้าแชมป์ไปครองเฉยเลย
ซึ่งพิธีการมอบถ้วยแชมป์ ก็มอบกันที่โฟล์กสปาร์ก สตาดิโอน บ้านของฮัมบูร์กไปเลย
เช่นกัน ในซีซั่น 2009-10 บาเยิร์น กำลังเบียดแย่งแชมป์กับชาลเก้อีกรอบ ซึ่งทางทฤษฎีชาลเก้ก็ยังมีลุ้นแชมป์อยู่ โดยนัดสุดท้ายของซีซั่น บาเยิร์น บุกไปอัดแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3-1 คว้าแชมป์ไปครองในที่สุด
พิธีการมอบถ้วย ก็จัดขึ้นที่สนามโอลิมเปียสตาดิโอ บ้านของแฮร์ธ่า เบอร์ลินไปเลย ชูถาดแชมป์กันในวันนั้นเลย
ในทางฟุตบอลแล้ว มันเป็นสิ่งที่ประเทศไหนๆก็ทำกัน นั่นคือ นัดที่เป็น Final-day title deciders ตัดสินกันในเกมสุดท้าย ยังไงก็ต้องมอบถ้วยแชมป์กันที่นั่น ไม่ว่าคุณจะเล่นเกมเหย้าหรือเกมเยือนก็ตาม
ถือถ้าได้แชมป์ก่อนหน้านั้นไปแล้ว จะฉลองแชมป์นัดสุดท้ายในบ้านตัวเองก็ได้ ไม่มีใครว่า เหมือนอย่าง แมนฯยูไนเต็ด ปีสุดท้ายของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตอนได้แชมป์ในซีซั่น 2012-13 พวกเขามอบโทรฟี่แชมป์ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในนัดที่ 37 หลังชนะสวอนซี ไม่ได้มอบโทรฟี่นัดที่ 38 ที่เสมอเวสต์บรอมฯ
1
คืออันนี้มันทำได้ไง เพราะมันได้แชมป์แล้ว แต้มขาดแล้ว แต่กับกรณีที่ ต้องมาชี้วัดกันนัดสุดท้าย ตามธรรมเนียมแล้ว มันเป็นเรื่องปกติมากที่จะมอบถ้วยกันในวันนั้นเลย
ดังนั้นกับเคสของบุรีรัมย์ ถ้าเปรียบเทียบกับลีกอื่นทั่วโลกก็ต้องยอมรับว่า "แปลก" เพราะแน่นอนว่าสมาคมฟุตบอล ย่อมต้องเตรียมการทุกอย่างเอาไว้แล้ว เพื่อให้ได้เก็บภาพฉลองแชมป์อย่างสวยงามที่สุด เป็นการปิดฉากลีก
1
เมื่อมาเจอการยื่นคำขาดของบุรีรัมย์แบบนี้ เอาจริงๆก็วางตัวยากเหมือนกันนะ
ผมฟังเหตุผลของเนวิน ชิดชอบ ผู้บริหารของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแล้ว อธิบายเหตุผลว่า ที่ยืนคำขาด ไม่ขอรับถ้วยแชมป์ที่เชียงใหม่ (ถ้าได้) นั่นเพราะเป็นห่วงสมาคม ไม่อยากให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
เหตุผลเช่น
- ถ้วยมี 1 ใบ จะเอาถ้วยเดินทางไปอย่างไร ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ไป มันยุ่งยากหรือเปล่า
1
- ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องเตรียมพิธีมอบรางวัล 2 สนาม พร้อมกัน สิ้นเปลืองงบประมาณ
1
- คณะผู้บริหารไทยลีก และผู้บริหารสมาคมก็มีแค่กลุ่มเดียว จะแยกร่างไปอย่างไรได้ 2 สนาม
คือก็เป็นเหตุผลในมุมของบุรีรัมย์นะ แต่ปัญหาเหล่านี้ มันไม่ได้แก้ยากเลย
1
- ปัญหาเรื่องถ้วย สมาคมเขาก็บอกแล้วว่า สามารถทำถ้วยโมเดลได้ โดยใบจริง ก็เอาไปไว้ที่เชียงใหม่สิ เพราะบุรีรัมย์มีโอกาสได้แชมป์มากกว่า ส่วนถ้วยโมเดล ก็เอาไปไว้ที่สนามสุพรรณบุรีก็ได้ ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
- ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องเตรียมพิธีมอบรางวัล 2 สนาม คือสมาคม และไทยลีก เขาจัดสรรงบประมาณตรงนี้ไว้แล้ว และพิธีมอบถ้วยมันจะใช้งบแค่ไหนกันเชียว ตั้งสแตนด์ มีพลุ มีเอฟเฟ็กต์เล็กน้อย สนามฟุตบอลของทีมระดับอาชีพเขาจัดสรรเรื่องแบบนี้ได้สบายมากๆอยู่แล้ว
- คณะผู้บริหารสมาคมฯ ก็สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้ นายกสมาคมฯไปที่เชียงใหม่ เบนจามิน ตัน หรือโจ พาทิศ ไปที่สุพรรณบุรีสิ คือไม่ใช่เรื่องที่บุรีรัมย์ต้องห่วงอะไรตรงนี้ คนทำงานเขาจัดการได้
ผมเข้าใจในความลำบากใจของสมาคมฯนะ คือสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงจะทำอย่างไร เมื่อโดนเนวิน ชิดชอบยื่นคำขาดแบบนี้
1
สโมสรบุรีรัมย์ส่งจดหมายหาสมาคม แล้ว Quote ชัดเจนมากว่า "สโมสรยืนยันขอจัดพิธีมอบถ้วยแชมป์โตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2019 ที่สนามช้าง อารีน่า เท่านั้น"
มีคำว่า "เท่านั้น" ด้วยนะครับ
1
ในมุมของสมาคมฯ ไม่ได้มีทางเลือกเยอะเลย ถ้าหากยึดตามธรรมเนียมของฟุตบอลทั่วโลก แล้วสั่งให้บุรีรัมย์ขึ้นรับโทรฟี่ที่เชียงใหม่ แต่บุรีรัมย์ทำการหักดิบด้วยการส่งเด็กยกน้ำขึ้นรับโทรฟี่อีกล่ะ เหมือนที่เคยทำมาก่อนแล้ว จะทำอย่างไร?
ในวันที่ 29 มกราคม 2555 เกมสุดท้ายของไทยลีกฤดูกาลนั้น บุรีรัมย์บุกไปเยือนเชียงราย จริงๆบุรีรัมย์ได้แชมป์ไปแล้วในวีกก่อนหน้านี้ แต่สมาคมในยุควรวีร์ มะกูดี ไม่ยอมเดินทางไปมอบถ้วยที่บุรีรัมย์ และยืนกระต่ายขาเดียวว่าต้องมอบให้เกมสุดท้ายที่เจอกับเชียงรายเท่านั้น
1
แน่นอนว่ามันทำให้บุรีรัมย์ไม่พอใจ ที่สมาคมของวรวีร์ไม่ให้เกียรติ ดังนั้นบุรีรัมย์เลยแก้เผ็ดด้วยการเอาเด็กยกน้ำ 2 คน ไปรับถ้วยแทนในเกมสุดท้ายของฤดูกาล
1
ใช่ จุดเริ่มต้นมันมาจากพวกเขาโดนกระทำก่อน แต่มันก็แสดงให้เห็นว่า ฝั่งบุรีรัมย์พร้อมเอาคืนได้เสมอ ถ้าหากไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ
ซึ่งในอดีตพวกเขาเคยทำมาแล้ว และไม่มีอะไรยืนยันได้เลย ว่าพวกเขาจะไม่ทำมันอีกครั้ง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ภาพลักษณ์ของไทยลีกที่สู้กันมาทั้งฤดูกาลจะเป็นอย่างไร นึกภาพไม่ออกจริงๆ
ล่าสุด สมาคมฯ จำเป็นต้องยอมอ่อนข้อ โดยบอกว่าถ้าบุรีรัมย์ได้แชมป์จะไปมอบถ้วยให้ที่บุรีรัมย์ แต่ถ้าเชียงรายได้แชมป์จะมอบโทรฟี่ไปเลยที่สุพรรณบุรี
ก็น่าเห็นใจสมาคม เพราะเป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ
สาเหตุเดียวที่สมาคมไม่โดนแฟนบอลด่า คือตามกฎของไทยลีก โชคดีที่ไม่มีการกำหนดสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้เอาไว้
2
กฎของไทยลีกระบุแค่ว่า "ถ้วยเกียรติยศที่สมาคมจะมอบให้กับทีมชนะเลิศ ในวันแข่งขันนัดเหย้า ที่เป็นนัดสุดท้ายของทีมชนะเลิศ"
แต่กฎไทยลีกไม่ได้ระบุ ถ้าได้แชมป์กันใน "นัดเยือน" จะทำอย่างไร ซึ่งเมื่อมีช่องว่างตรงนี้ สมาคมฯก็ยังพออ้างได้ว่า กฎมันไม่ได้ระบุเอาไว้ในปีนี้ ก็ให้จัดการตามที่บุรีรัมย์ร้องขอไปก่อน แต่ในปีหน้า ถ้ามีการเขียนกฎชัดเจนเป็นเรื่องเป็นราว คราวนี้ บุรีรัมย์ก็อาจขอในลักษณะนี้ไม่ได้อีกแล้ว
1
ดังนั้นเรื่องโทรฟี่ครั้งนี้ ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน
และ สมาคมฯก็ต้องจำไว้เป็นบทเรียนว่า เคสแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ ซึ่งในอนาคตต้องใส่รายละเอียดที่ชัดเจน รัดกุมไปเลย ใน Law Book ของฟุตบอลไทย
ว่าถ้ามีสถานการณ์ตัดสินเกมสุดท้ายในนัดเยือนอย่างนี้อีก จะต้องมอบโทรฟี่แชมป์ ณ วันนั้นเลย ก็ว่ากันไป
บทสรุปของเรื่องนี้ ก็เข้าใจทุกฝ่ายนะ ทั้งแฟนบอล ทั้งสมาคม และทั้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง แต่สุดท้ายการมีกฎที่รัดกุมพอ จะแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้ ซึ่งปีหน้า 2563 เชื่อว่าเราคงไม่ต้องมาถกเถียงกันในเรื่องนี้อีก
สุดท้ายนี่ลองคิดเล่นๆนะ ว่าถ้าหากเชียงราย เห็นบุรีรัมย์ประกาศแบบนี้ แล้วตัดสินใจ โอเค กูเอามั่ง "เราจะไม่รับถ้วยแชมป์ที่อื่น นอกจากเชียงรายเท่านั้น!"
1
สมาคมคงบ้าไปเลยเนอะ โทรฟี่ไทยลีกอันทรงเกียรติ ไม่มีใครอยากรับสักคน 5555555
1
#TROPHY #THAILEAGUE
โฆษณา