Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
25 ต.ค. 2019 เวลา 05:00 • ประวัติศาสตร์
“พระเยซู (Jesus) ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์” ตอนที่ 4 (ตอนจบ)
1
การสิ้นพระชนม์ของศาสดา
เมื่อพระเยซูและผู้ติดตามใกล้ถึงเยรูซาเลม พระเยซูก็ได้ส่งผู้ติดตามจำนวนสองคนให้ล่วงหน้าไปก่อน
พระองค์ตรัสกับทั้งสองคนนั้นว่าทั้งคู่จะได้เจอลาในเมืองใกล้เคียง ให้ทั้งคู่พาลาตัวนั้นมา
ผู้ติดตามทั้งสองนั้นได้ล่วงหน้าไปตามรับสั่งของพระเยซูและทำตามรับสั่ง แต่ก็ได้มีชายคนหนึ่งออกมาห้ามและถามว่าจะพาลาไปไหน
ทั้งสองตอบชายผู้นั้นว่า “นายท่านจำเป็นต้องใช้” และพาลาตัวนั้นไป
ผู้ติดตามทั้งคู่ได้พาลามาให้พระเยซู และพระเยซูก็ได้ขึ้นขี่หลังลา
ขณะที่พระเยซูขี่ลาเข้าไปในเยรูซาเลม ผู้คนต่างออกมาต้อนรับพระองค์อย่างล้นหลาม
1
ในเยรูซาเลม ขึ้นไปบนเขา Temple Mount มีโบสถ์อยู่หลังหนึ่ง
โบสถ์นั้นไม่เพียงแต่จะเป็นที่ทำพิธีต่างๆ แต่ยังเป็นศูนย์กลางของชาวยิวอีกด้วย มีคนหลายคนทำงานที่นั่น มีทั้งตลาดสด รวมทั้งยังเป็นที่ๆ ผู้คนมาเพื่อจ่ายภาษีโบสถ์อีกด้วย
เมื่อพระเยซูมาถึงโบสถ์ในเยรูซาเลม สิ่งที่พระองค์เห็นก็ทำให้พระองค์ทรงกริ้วอย่างมาก
โบสถ์ควรจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ๆ สักการะพระเจ้า แต่ในเวลานี้โบสถ์ได้กลายเป็นสถานที่ๆ ทำการค้า
พระเยซูทรงกริ้วหนัก พระองค์ทรงล้มโต๊ะแลกเงิน และพระองค์ยังโยนและไล่คนที่กำลังซื้อขายในโบสถ์ออกไปอีกด้วย
พระเยซูเป็นผู้ที่มีเมตตา พระองค์ทรงสอนเรื่องความรักและเมตตามาโดยตลอด ที่โบสถ์นี้เป็นเพียงครั้งเดียวที่พระองค์ทรงขาดสติและโมโหหนัก
3
ต่อมาไม่นาน ในวันฉลองอิสรภาพของชาวยิว พระเยซูได้นำผู้ติดตามทั้ง 12 คนของพระองค์มายังห้องๆ หนึ่งในบ้านที่เยรูซาเลม
เหล่าผู้ติดตามนั่งลงบนเก้าอี้และร่วมรับประทานอาหารกับพระองค์
นี่คือ “พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper)”
พระเยซูได้ตรัสว่า “ข้าขอบอกพวกเจ้า หนึ่งในพวกเจ้าจะต้องทรยศข้า”
เหล่าผู้ติดตามต่างตกตะลึง พร้อมทั้งโบ้ยกันไปมาว่าต้องไม่ใช่ตนแน่นอน
พระเยซูเพียงแต่ตรัสว่า “ต้องเป็นหนึ่งใน 12 คน”
1
พระองค์ไม่ได้ตรัสว่าเป็นใคร และพระองค์ก็ไม่ได้มีทีท่าว่ากริ้ว พระองค์เพียงแต่เสวยพระกระยาหารต่อไป
ภายหลังพระกระยาหารมื้อสุดท้าย พระองค์ตรัสว่า
1
“ข้าจะไม่ได้ดื่มทั้งผลไม้ทั้งเหล้าอีกต่อไป จนกว่าจะถึงวันที่ข้าได้ดื่มอีกครั้งในอาณาจักรแห่งพระเจ้า”
ต่อมา พระเยซูและผู้ติดตามได้ออกไปจากห้องและไปยังหุบเขา Mount of Olives ซึ่ง ณ ที่นั้น พระเยซูก็ได้เตือนอีกครั้ง พระองค์ตรัสว่าวันต่อมา ผู้ติดตามจะทิ้งพระองค์
ปีเตอร์เป็นคนที่โวยวายขึ้นมาทันที เขากล่าวว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งพระเยซู แต่พระเยซูก็ได้ยืนยันว่าวันต่อมา ก่อนที่ไก่จะขัน ปีเตอร์จะปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระองค์ถึงสามครั้ง
จากนั้น พระเยซูก็ได้พาผู้ติดตามเข้าไปในสวน พระองค์ทรงต้องการจะสวดมนต์เพียงลำพัง พระองค์ทรงทราบดีว่าพระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์ พระองค์จึงต้องการจะให้พระสหายของพระองค์อยู่เคียงข้าง
3
พระองค์ได้พาผู้ติดตามจำนวนสามราย ได้แก่ ปีเตอร์ เจมส์ และจอห์น มายังจุดที่พระองค์ทำการสวดมนต์
3
พระองค์ตรัสกับทั้งสามว่า “จงอยู่ที่นี่และจงตื่น”
แต่ในขณะที่พระเยซูได้สวดมนต์ ทั้งสามก็ได้หลับ และพระองค์ก็ต้องทรงเรียกทั้งสามอีกถึงสองครั้ง จนครั้งสุดท้าย พระองค์ได้ตรัสว่า
1
“ตื่นได้แล้ว ไปกันเถอะ เห็นมั้ย ผู้ทรยศได้มาแล้ว”
“ยูดาส (Judas)” หนึ่งในผู้ติดตามพระองค์ได้รอพระองค์อยู่นอกสวนพร้อมทหารโรมันที่มีอาวุธครบมือ
ยูดาสได้ทรยศพระเยซูแล้ว
ศัตรูของพระเยซูได้จ่ายเงินแก่ยูดาสเป็นเหรียญเงินจำนวน 30 เหรียญ
1
ยูดาสได้ตรงเข้ามาจุมพิตพระเยซู นี่คือสัญญาณให้ทหารลงมือ
เหล่าทหารได้ตรงเข้าจับพระเยซู ซึ่งพระองค์ก็ไม่ได้ขัดขืน ทหารได้พาพระองค์ไปยังนักบวชระดับสูง
นักบวชระดับสูงได้ดำเนินการสอบสวนพระองค์ ความผิดของพระองค์คือการที่พระองค์กล่าวอ้างว่าเป็นบุตรแห่งพระเจ้า
ระหว่างการสอบสวน ผู้คนที่มาดูการสอบสวนต่างโกหก พวกเขากล่าวอ้างว่าได้ยินพระเยซูตรัสว่าพระองค์จะทำลายโบสถ์
ปีเตอร์ หนึ่งในผู้ติดตามพระองค์ได้หลบอยู่กับกลุ่มคนรับใช้ และปีเตอร์ก็หวาดกลัวมาก เนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้ติดตามพระเยซู
ได้มีคนถึงสามคนเห็นปีเตอร์และกล่าวว่าเขาคือคนที่อยู่กับพระเยซู ซึ่งปีเตอร์ก็ปฏิเสธทั้งสามครั้ง
ทันใด ปีเตอร์ก็จำคำของพระเยซูได้ ปีเตอร์ร้องไห้อย่างเสียใจ เขาได้ปฏิเสธว่าไม่รู้จักพระเยซูตามคำทำนายของพระเยซู
การสอบสวนนั้นจบลงด้วยการตัดสินว่าพระเยซูมีความผิดฐานแอบอ้างเป็นบุตรแห่งพระเจ้า
พระเยซูถูกนำไปยัง “ป็อนติอุส ปีลาต (Pontius Pilate)” ข้าหลวงโรมันแห่งยูเดีย
พวกโรมันไม่ได้สนใจที่พระเยซูกล่าวอ้างว่าพระองค์เป็นบุตรแห่งพระเจ้า พวกเขากังวลว่าผู้ติดตามพระเยซูจะลุกขึ้นมาก่อกบฎ
พระเยซูถูกนำพระองค์ไปสอบสวนอีกครั้ง คราวนี้เป็นศาลโรมัน
คราวนี้ข้อหานั้นต่างออกไป ข้อหาของพระองค์คือพระองค์ทรงนำผู้คนก่อจลาจลและยังกล่าวว่าพระองค์คือกษัตริย์
ปีลาตได้ถามว่า
“ท่านคือกษัตริย์ของพวกยิวหรือ”
พระเยซูไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ปีลาตจึงได้ถามฝูงชนว่าจะให้ปล่อยพระเยซูหรือไม่ ซึ่งฝูงชนก็ได้ปฏิเสธ แต่กลับขอให้ปล่อยตัวฆาตกรอีกคนแทน
ปีลาตจึงสั่งประหารพระเยซูด้วยการตรึงบนไม้กางเขนและตอกตะปูบนมือและเท้า
1
การตรึงบนไม้กางเขนเป็นการตายที่ทรมาน เป็นวิธีการที่ชาวโรมันใช้ฆ่านักโทษหรือกบฎ และมีการให้ประชาชนเข้ามาดูการประหาร
ก่อนที่จะทำการประหาร พระเยซูได้ถูกทหารโรมันซ้อมและยังล้อเลียนด้วยการนำเสื้อผ้าที่ดูเหมือนกษัตริย์มาใส่ให้พระองค์ และนำมงกุฎที่ทำจากหนามมาใส่บนพระเศียรของพระองค์ พร้อมทั้งถุยน้ำลายและซ้อมพระองค์
พระเยซูถูกนำไปยังเขาที่ชื่อว่า กอลโกทา (Golgotha)
พระเยซูถูกตรึงบนไม้กางเขน และบนยอดของไม้กางเขนที่ตรึงพระองค์ก็ได้มีป้ายที่เขียนว่า
“พระเยซูแห่งนาซาเร็ธ กษัตริย์แห่งยิว”
นี่เป็นการล้อเลียนพระองค์ และในวันนั้นก็ได้มีโจรอีกสองคนถูกตรึงกางเขนเช่นเดียวกับพระองค์
1
ตามพระคัมภีร์ ผู้ติดตามที่เป็นสตรีบางรายก็อยู่ในฝูงชนที่มาชมการประหาร รวมทั้งแมรี่ มารดาของพระองค์ด้วย
ถึงแม้จะเป็นเวลากลางวัน ท้องฟ้าก็มืดมิด ความมืดมิดนั้นคงอยู่ถึงสามชั่วโมง พระเยซูทรงทรมานอย่างสาหัส
พระองค์ทรงร้องออกมาว่า
“พระเจ้า พระเจ้า ทำไมท่านถึงทอดทิ้งข้า”
จากนั้นพระองค์ก็สิ้นพระชนม์
ขณะพระองค์สิ้นพระชนม์ แผ่นดินได้สะเทือน ก้อนหินแตกออกเป็นสองส่วน ทหารโรมันต่างตื่นตกใจ
1
ทหารโรมันได้กล่าวว่า
“ชายคนนี้เป็นบุตรแห่งพระเจ้าจริงๆ”
ภายหลังพระเยซูสิ้นพระชนม์ ก็ได้มีคหบดีคนหนึ่งชื่อ “โจเซฟ (Joseph)” ได้เข้าไปขอพระศพของพระเยซูกับปีลาตเพื่อนำไปฝัง ซึ่งปีลาตก็ตอบตกลง
โจเซฟได้นำพระศพของพระเยซูห่อไว้ในผ้า และนำไปฝังไว้ในสุสานที่แกะสลักจากหินและได้มีการนำก้อนหินมาวางปิดประตูหลุมศพไว้ด้วย
ในเวลานี้ ถึงแม้พระเยซูจะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่เหล่าผู้ติดตามพระเยซูก็ยังอยู่ในอันตราย ทำให้หลายคนต้องหนีไปซ่อนตัวยังที่ต่างๆ
แต่สำหรับผู้ศรัทธาที่เป็นสตรี เนื่องจากพวกโรมันก็ไม่ได้คิดว่าสตรีจะเป็นภัย เหล่าสตรีที่ศรัทธาในพระเยซูจึงสามารถไปสักการะพระเยซูได้อย่างอิสระ
ตามพระคัมภีร์ ภายหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์ได้สามวัน ได้มีสตรีชื่อ “แมรี่ แม็กดาเลน (Mary Magdalene)” ได้ไปเยี่ยมหลุมศพของพระองค์ตั้งแต่เช้าตรู่ และก็พบว่าหินที่ปิดปากหลุมศพนั้นได้เปิดอยู่
แมรี่นั้นตกใจมาก เธอจึงวิ่งออกมาจากจุดนั้นและเจอปีเตอร์กับผู้ติดตามพระเยซูคนอื่นที่ยังไม่ได้หลบหนี แมรี่จึงเล่าเรื่องสุสานให้คนอื่นๆ ฟัง
เหล่าผู้ติดตามต่างรีบวิ่งไปยังสุสานของพระเยซู และก็พบว่าสุสานนั้นว่างเปล่าจริงๆ
ภายหลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว แมรี่ยังคงนั่งร้องไห้อยู่ที่สุสาน และหลังจากที่เธอได้มองเข้าไปในสุสาน เธอก็ได้เห็นเทวดาสององค์
1
เทวดาทั้งสองถามแมรี่ว่าเหตุใดเธอจึงร้องไห้ ซึ่งเธอก็ตอบว่าพระเยซูนั้นหายไปแล้ว
ทันใดก็ได้มีชายคนหนึ่งปรากฎและกล่าวกับเธอว่า
“เจ้ากำลังหาใครอยู่หรือ”
1
แมรี่รู้ทันทีว่าชายผู้นั้นคือพระเยซู พระองค์ได้กลับมาแล้วจริงๆ
แมรี่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ผู้ติดตามคนอื่นๆ ฟัง ซึ่งทุกคนก็จำได้ว่าพระองค์ได้ตรัสว่าสามวันหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระองค์จะฟื้นและกลับมา
1
เย็นวันนั้น ณ เยรูซาเลม เหล่าผู้ติดตามได้มาประชุมกันอย่างลับๆ ถึงเรื่องที่แมรี่เล่า พวกเขาปิดประตูและหน้าต่างสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้ใครได้แอบฟัง และไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อเรื่องที่แมรี่เล่า
ทันใด ก็ได้มีชายผู้หนึ่งปรากฎขึ้น
ถึงแม้ประตูและหน้าต่างจะปิดไว้อย่างแน่นหนา แต่ชายผู้นั้นก็ยังเข้ามาได้
พระเยซูปรากฎองค์แก่เหล่าผู้ติดตาม
1
หนึ่งในผู้ติดตามชื่อ “โทมัส (Thomas)” ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมในวันนั้น และเมื่อเขาได้ยินเรื่องการฟื้นคืนชีพของพระเยซู เขาก็ไม่เชื่อ
2
เขากล่าวว่าหากเขาไม่เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ของพระเยซู เขาจะไม่เชื่อ
อีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา เหล่าผู้ติดตามได้มารวมตัวกันอีกครั้ง ครั้งนี้โทมัสก็มาด้วย
พระเยซูได้ปรากฎองค์อีกครั้ง
พระองค์ยื่นพระหัตถ์และให้โทมัสลองแตะ
“เอานิ้วเจ้ามาแตะและดูมือข้าสิ อย่าสงสัยแต่จงเชื่อ”
โทมัสยอมเชื่อแล้ว
พระเยซูได้ออกไปพบเหล่าผู้ติดตามตามที่ต่างๆ ซึ่งพระองค์ก็จะให้ความหวัง สั่งสอน และทำให้ทุกคนเกิดความศรัทธาอีกครั้ง
1
ภายหลังจากพระองค์ฟื้นคืนพระชนม์ได้ 40 วัน ตามพระคัมภีร์ได้กล่าวว่าพระองค์ก็เสด็จจากโลกและไปยังสวรรค์
ก่อนพระองค์จะเสด็จไปนั้น พระองค์ได้ตรัสให้เหล่าผู้ติดตามนำคำสอนของพระองค์ไปเผยแพร่
1
ทุกวันนี้ศาสนาคริสต์ได้เป็นหนึ่งในศาสนาที่มีผู้นับถืออยู่ทั่วโลก และพระเยซูก็เป็นที่รวมความศรัทธาของชาวคริสต์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวชาวคริสต์แม้เวลาจะผ่านมานานเท่าไรก็ตาม
จบลงแล้วสำหรับซีรีย์ชุดนี้ สำหรับซีรีย์ชุดต่อไป เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนุกแต่เขียนยากเรื่องหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของผม
ซีรีย์ชุดต่อไปคือเรื่อง “ประวัติศาสตร์การสอดแนมและจารกรรมข้อมูล (The History of spy and espionage)” น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบเรื่องสายลับและการชิงไหวชิงพริบ
1
ฝากติดตามด้วยนะครับ
References:
https://www.biblegateway.com/passage/?search=Mark+11&version=DLNT
https://en.m.wikipedia.org/wiki/Triumphal_entry_into_Jerusalem
https://www.bibleodyssey.org/en/passages/related-articles/jesus-and-righteous-anger
https://www.jw.org/en/library/books/bible-stories/6/jesus-cleanses-the-temple/
https://www.biblegateway.com/passage/?search=John+18&version=NIV
https://www.history.com/news/why-pontius-pilate-executed-jesus
https://www.biblegateway.com/passage/?search=Matthew+27&version=NKJV
https://www.biblestudytools.com/bible-stories/crucifixion-of-jesus-bible-story.html
https://www.allaboutjesuschrist.org/crucifixion-of-jesus-christ.htm
https://www.biblestudytools.com/bible-stories/the-resurrection-of-jesus-bible-story.html
https://www.jesuschristsavior.net/Resurrection.html
https://www.smithsonianmag.com/history/who-was-mary-magdalene-119565482/
1
45 บันทึก
145
24
23
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
“พระเยซู (Jesus) ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์”
45
145
24
23
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย