มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทำไมฟินแลนด์ถึงเป็นประเทศที่ถูกมองว่ามีการศึกษาดีที่สุดในโลก?
ตั้งแต่ช่วงปี 1960 หรือประมาณ 60 ปีที่แล้ว ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีการศึกษาที่จัดว่าแย่และอยู่เป็นอันดับรั้งท้ายมาโดยตลอดเมื่อเทียบกับเด็กนักเรียนจากประเทศอื่น แต่หลังจากนั้นราว 30 ปีให้หลังหรือก่อนจะเข้าศตวรรษที่ 20 ผลการสอบจัดอันดับการศึกษาของเด็กนักเรียนจากหลายประเทศทั่วโลก พบว่าเด็กนักเรียนจากประเทศฟินแลนด์กลับได้ลำดับที่ดีขึ้น จนอยู่ในระดับต้นๆของโลกมาตลอดตั้งแต่ปี 2003
ผลการสอบวัดระดับความสามารถของนักเรียนในด้านทักษะการอ่าน จาก PISA ปี 2003 ฟินแลนด์ได้อันดับที่ 1
การจัดลำดับโดยรวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เลข และ การอ่าน จาก PISA ปี 2012 ฟินแลนด์ได้อันดับที่ 1
แต่ว่าทำไมฟินแลนด์ถึงกลายมาเป็นจุดสนใจ ทั้งที่มีอีกหลายประเทศที่ได้อันดับ 1 ในการจัดลำดับปีถัดๆมา รวมถึงยังมีประเทศอื่นที่อยู่ลำดับต้นๆของการจัดอันดับมาโดยตลอดเช่นกัน
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลกอย่างฟินแลนด์ จะเป็นประเทศที่มีชั่วโมงในการเรียนรวมทั้งปีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แค่ประมาณ600 ชั่วโมงต่อปี ในขณะที่ประเทศไทยต้องเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่งคือประมาณปีละ 1200 ชั่วโมงต่อปี แต่ผลการจัดอันดับของนักเรียนไทยกลับอยู่ลำดับที่ต่ำกว่ามาก
การจัดลำดับโดยรวมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เลข และ การอ่าน จาก PISA ปี 2015-2016 ฟินแลนด์ได้อันดับที่ 8 ในขณะที่ประเทศไทยได้อันดับที่ 55
อาจมีบางคนมองว่าฟินแลนด์พยายามรักษามาตรฐาน โดยการสอนเด็กนักเรียนเพื่อการทดสอบของ PISA โดยเฉพาะหรือเปล่า ถึงได้ลำดับสูงมาโดยตลอด แต่ Olli Luukkainen หนึ่งในผู้ที่ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาของฟินแลนด์ยืนยันว่า "พวกเราทุกคนช่วยกันทำงานด้านการศึกษา โดยไม่มีใครคิดถึงผลการทดสอบของ PISA เลยว่าจะออกมาเป็นอย่างไร"
ถึงอย่างนั้น ผลการทดสอบของ PISA รายงานว่าการที่ฟินแลนด์ได้อันดับต้นๆมาโดยตลอด 15 ปีที่ผ่านมา บ่งบอกว่าฟินแลนด์เป็นประเทศที่ใช้เงินลงทุนด้านการศึกษาได้คุ้มค่าที่สุด
'พวกเขาทำได้ดีกว่า โดยการให้เด็กไปโรงเรียนน้อยลง'
'They do better by going to school less'
ฟินแลนด์จะเริ่มสอนให้เด็กนักเรียนเขียนและอ่านหนังสือเมื่ออายุ 7 ขวบ ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่านั้นมีเวลาอยู่ในโรงเรียนรวมเวลาอาหารกลางวันราวๆ 3-4 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่หมดไปกับการปีนต้นไม้หรือเล่นสนุกกับเพื่อน นักเรียนของฟินแลนด์ถูกปลูกฝังให้มีอิสระทางความคิดและจินตาการกว้างไกลผ่านการเล่นและการทำกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนตั้งแต่เด็กๆ ครูมีหน้าที่แค่คอยส่งเสริมและสนับสนุนให้จินตนาการของพวกเขาเป็นความจริงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงให้มากที่สุด
4
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ เด็กนักเรียนของฟินแลนด์ไม่ต้องทำการบ้าน (No homework!) หรือถ้าวิชาไหนจำเป็นจะต้องมีการบ้านจริงๆจะใช้เวลาทำน้อยมาก ประมาณ 10-20 นาทีเท่านั้น
ระบบการศึกษาของฟินแลนด์มองว่าการบ้านเป็นสิ่งที่ค่อนข้างล้าสมัย เมื่อออกจากโรงเรียน เด็กๆควรได้ทำกิจกรรมอื่นๆตามสิ่งที่ตัวเองสนใจ เช่น รวมกลุ่มทำกิจกรรมกับเพื่อน อยู่กับครอบครัว เล่นกีฬา เล่นดนตรี อ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ ไม่ควรมานั่งทำการบ้านอีกแล้ว
'ช่วงเวลาของการเป็นเด็กมันสั้นมาก เด็กๆควรมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น เพื่อเป็นเด็ก เพื่อเป็นวัยรุ่น เพื่อสนุกกับการใช้ชีวิต'
'There is a very short time that they are allowed to be children. They should have more time to be kids, to be youngsters, to enjoy life'
bigthink.com [photo credit: Emmi Korhonen/ AFP/ Getty Images]
นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังไม่มีข้อสอบมาตรฐานเพื่อวัดระดับความรู้ของเด็กนักเรียนในประเทศ
ทำให้เด็กๆไม่ต้องเรียนเพื่อแข่งขันกับคนอื่นหรือเพื่อคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว แต่เรียนเพื่อสิ่งที่ตัวเองชอบและอยากรู้จริงๆ มีการสัมภาษณ์เด็กนักเรียนวัยรุ่นของฟินแลนด์ ทุกคนจะพูดได้ 2 ภาษาเป็นอย่างน้อย คือ ภาษาฟินแลนด์ และภาษาอื่นๆตามความสนใจ บางคนพูดได้ถึงสี่ภาษา ซึ่งนี่อาจจะเป็นความแตกต่างของการศึกษาที่เรียนไปเพื่อสอบกับเรียนในสิ่งที่ตัวเองสนใจจริงๆ
ครูหลายๆคนในประเทศฟินแลนด์บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอเมริกาควรยกเลิกการสอบมาตรฐานแห่งชาติเพื่อวัดความสามารถของนักเรียนในแต่ละโรงเรียนได้แล้ว เพราะผลคะแนนจากข้อสอบไม่สามารถชี้วัดความสามารถของเด็กได้จริง ที่สำคัญรูปแบบการสอนที่มุ่งเน้นให้เด็กทำคะแนนสอบมาตรฐานให้ได้อันดับสูงเพื่อบอกว่าโรงเรียนมีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
'ถ้าคุณกำลังสอนเด็กเพื่อให้เขาทำข้อสอบได้คะแนนดีๆ เท่ากับว่าคุณไม่ได้สอนอะไรพวกเขาเลย'
'What you are teaching your students is to do well on those tests, you are not teaching them anything'
ระบบการศึกษาไทยส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศอเมริกา มีการสอบมาตรฐานเพื่อให้เด็กทุกคนแข่งกัน เมื่อกลัวสู้เพื่อนไม่ได้ ก็ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่ม แข่งกันเรียน แข่งกันทำข้อสอบวนเป็นวัฏจักร เด็กที่สู้เพื่อนในสนามแข่งขันนี้ไม่ได้ก็เหมือนโดนทิ้งห่าง กลายเป็นเด็กไม่เก่ง ทั้งที่จริงๆแล้วชีวิตยังมีหลายด้าน หลายมุมมองให้ค้นหา เรียนรู้ และลองทำอีกมากมาย
1
อีกสิ่งหนึ่งที่การศึกษาของฟินแลนด์เน้นมากคือ ความเท่าเทียม (Equality)
1
นอกจากจะหมายความว่าให้ครูทุกคนมองและสอนเด็กด้วยความเข้าใจ เอาใจใส่เด็กทุกคนให้เหมือนกันโดยไม่มีการแบ่งแยก ยังมีหมายความว่าโรงเรียนทุกแห่งควรมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน ไม่มีโรงเรียนที่ดีกว่า ไม่มีโรงเรียนที่แย่กว่า
'โรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนที่ใกล้บ้าน'
'The neighborhood school is the best school'
สมัยก่อนที่ฟินแลนด์จะปฏิรูประบบการศึกษา ก็เคยมีโรงเรียนเอกชน มีการแบ่งแยกระดับของโรงเรียน จนเมื่อฟินแลนด์ให้เด็กทุกคนได้เรียนฟรี การตั้งโรงเรียนที่เก็บค่าเล่าเรียนจึงกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เป็นเหตุผลหลักที่ไม่มีโรงเรียนเอกชนในฟินแลนด์อีกต่อไป
ครอบครัวคนรวยจึงจำเป็นต้องส่งลูกมาเรียนในโรงเรียนรัฐ ซึ่งพวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าลูกของเขาได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด กลายเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนรัฐมีคุณภาพดีไม่แตกต่างกัน
และในอนาคตเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตขึ้น เด็กที่มาจากครอบครัวคนรวย มีอำนาจ มีชื่อเสียง ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีอิทธิพลในประเทศ การที่พวกเขาเติบโตมาโดยมีเด็กจากครอบครัวที่ฐานะด้อยกว่าเป็นเพื่อน จะทำให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นและต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไปจนกระทบกับคุณภาพความเป็นอยู่ของคนอื่น
ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ เป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากว่าทำให้การศึกษาของประเทศฟินแลนด์นั้นแตกต่าง เพราะสิ่งที่พวกเขามุ่งหวังจากการศึกษาโดยแท้จริง คือ ความสุขของเด็กๆทุกคนที่สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองชอบอย่างเท่าเทียมกัน
'โรงเรียนควรจะเป็นสถานที่ที่ให้เด็กมาค้นหาความสุข หรือไม่ก็มาเรียนรู้ว่าอะไรในชีวิตที่จะทำให้พวกเขามีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้น'
'School is about finding happiness and finding a way to learn what makes you happy'
อ้างอิง :
    ศิริพร ภูแสง
    แนะนำโรงเรียนมัธยมได้มั้ยคะ สำหรับเด็กไทยที่ต้องไปเริ่มเข้าเข้า ม.2ค่ะ