30 ต.ค. 2019 เวลา 08:09 • ปรัชญา
ยืมคำคมมาหนุนใจ และ ชีวิตที่เต็มไปด้วย “Passion“ ของ Steve Aoki
“เพลง Dance(EDM) คือการเดินทางของความรู้สึก(เพิ่ม Energyให้เรา) มันเป็นวิธีที่ดีมากๆที่คุณสามารถทำให้ผู้คนรับรู้ได้ถึง (พลังที่อยู่ภายใน) สิ่งที่พวกเขาสามารถรับรู้ได้”
ภาพประกอบจาก Edmtunes.com
ถ้าใครเป็นแฟนเพลงแนว EDM คือต้องรู้จักตานี่ “Steve Aoki” หลายเพลงของดังๆมากครับ ผมเองชอบเพลง “The Power of now” ของเขามาก เป็นเพลงที่โคตรเพิ่มพลังให้จริงๆ
ด้วยจังหวะเพลงตื่นเต้นและ MV แบบสุดเหวี่ยง บวกกับ Lifestyles ที่สุดมันส์
Steve ถือเป็น DJ ที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพนี้อย่างชัดเจน ด้วย การทัวร์ Concert ไปทั่วโลก ยอดวิวใน YouTube เพลงที่ดังติด Top Chart มากมายก่ายกอง
แต่ชีวิตก่อนประสบความสำเร็จนั้นคนละเรื่องเลยครับ อ้างอิงจาก หนังสารคดี Steve Aoki : I’ll sleep when I’m dead 2016 ใน Netflix
Steve Aoki เขาเป็นลูกชายของ Rocky Aoki สุดยอดนักมวยปล้ำชื่อดังและเจ้าของธุรกิจ Chain ร้านอาหาร Benihana ที่มีสาขาทั่วอเมริกา ในสายตาเขาพ่อเขาเนี่ยแหละคือ”Idol”แท้จริงเลย! เพียงแต่ในวัยเด็ก พ่อกับแม่เขาแยกทางกันและพ่อของเขาไปมีครอบครัวใหม่ ทำให้แม่ต้องดูแล Steve มาโดยลำพังถึงแม้เขาสามารถไปเจอพ่อเขาได้ทุกเมื่อ แต่เด็กที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับพ่อ ก็ทำให้ Steve โตมาเป็นเด็กที่ค่อนข้างเก็บตัว ขี้กลัว และ ขี้อาย
ภาพประกอบจาก nypost.com
ด้วยวัฒนธรรมแบบชาวญี่ปุ่นที่ฟูมฟักมาจากแม่ มันทำให้ชีวิตในโรงเรียนของ Steve ค่อนข้างลำบาก เขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเขาสังคมกับเพื่อนในอเมริกาประกอบกับรูปร่างที่ผอม บาง ครั้งหนึ่งในตอนเรียนมัธยม Steve พยายามแก้นิสัยขี้กลัว และ ขี้อายของเขาด้วยการไปสมัครทีม American Football แต่ปัญหาที่รูปร่างอ่ะครับ แน่นอนว่าเพื่อนร่วมทีม หรือ โค้ชที่ไหนจะให้เขาลง ! เขาพยายามไปหากีฬาอื่นเล่น และในที่สุดก็เป็น Badminton นี่แหละ Steve บอกว่า “ครั้งหนึ่งผมมีโอกาสได้ไปแข่ง Badminton ชนิดคู่แต่คู่ของผมนี่สิ เอาแต่บ่น ด่า ผมอยู่ได้ทั้งที่มันไม่ได้เล่นดีไปกว่าผมเลย...😩” เขามักจะบอกกับตัวเองในตอนนั้นว่า “มันผิดหรอที่อยากดัง อยากให้มีคนชอบเยอะๆ”(วัยเด็กของตานี่มันโดน Bully เยอะจัง)
แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Steve ก็มาถึง เมื่อ Rocky Aoki พ่อและไอดอลของเขาเสียชีวิตจาก การแข่งขัน Speedboat นั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากจริงๆ
“พ่อของผมอ่ะคือฮีโร่ของผมเลย เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมอยากประสบความสำเร็จมากๆ เขาสอนว่าถ้าอยากสำเร็จต้องทำงานหนักๆตลอดเวลา อย่าหยุดพัก”เขาจึงใช้คำพูดนี้ของพ่อยึดเป็นความตั้งใจเสมอว่า “ผมจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้ถึงแม้พ่อจะไม่ได้เห็นก็ตาม”
แล้ว ความหลงไหลทางดนตรีของเขามาตอนไหน? มาตอนที่เขาจบ High School แล้วไปต่อ มหาลัย California ใน Santa Barbara , CA และเริ่มตั้งวงกับเพื่อนชื่อ The Pickle Patch เป็นวงดนตรีแนว Metal เขาใช้อพาร์ตเมนต์ของเขาเปิดเป็น Mini Concert และก็เริ่มมีชื่อเสียง เมื่อเขาอายุ 20 เขาก็เริ่มต้นธุรกิจค่ายเพลงชื่อ Dim Mak Recond พอจบมหาลัยเข้าก็ย้ายไป Los Angeles ด้วยแนวทางการทำงานหนักของเขา โอกาสก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เขาเริ่มผันตัวจาก็ผู้บริหารมาเป็น DJ จากงานปาร์ตี้เล็กของเพื่อนใน LA เขาตกหลุมรัก EDM อย่างเต็มตัวและหัวใจ นี่เรียกได้ว่าเป็น Passion ของเขาจริงๆ
ภาพประกอบจาก gazettereview.com
ภาพประกอบจาก Rukes.com
ด้วยความหลงไหลใน EDM และ การทำงานหนักอย่างบ้าคลั่ง Steve เริ่มดังขึ้นเป็นพลุแตก ครั้งนึงผู้จัดการส่วนตัวเขาถึงกับบอกว่า “Steve เมื่อไหร่ผมจะได้นอน” หนึ่งวันของ Steve ประกอบไปด้วย การทำเพลง การเล่น Concert การให้สัมภาษณ์ และ การถ่าย MV เขาทำในวันเดียวและทำเหมือนกันทุกวันเรียกได้ว่า “โคตรมีวินัยแบบ 24/7 เลย” ปีๆนึงเขาเล่น Concert ไม่ต่ำกว่า 300 งานทั่วโลก “ผมแค่สนุกไปกับมัน ผมชอบที่จะให้ผู้คนพูดถึงผลงานของผม ผมแค่อยากปล่อยความคิดที่อยู่ในหัวออกมา”บางครั้งเวลาเจอเรื่องอะไรที่มันสนุกเราก็ลืมเวลาไปเลยถูกมั๊ย?
ภาพประกอบจาก Facebook/Steveaoki
เขาได้รับการยอมรับจาก เพื่อนศิลปิน หรือ DJ มากมาย ไม่ว่า จะเป็น Tiesto “เขาไม่เหมือน DJ ทั่วๆไปคนอื่น เขาสุดยอดและแตกต่าง” Laidbace Luke”เขานี่มันหุ่นยนต์ชัดๆ”Afrojack “เขาเป็นหนึ่งใน DJ ที่ดีที่สุดเขาแตกต่าง เขามีความบ้าคลั่ง เขามีความตื่นตัว ตลอด”
“ตอนนี้ผมอายุ 35 ปีเอง ผมยังมีอะไรที่ผมอยากทำ (อยากลอง อยากรู้ อยากเห็น)อีกมากมาย ผมจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการนอนเลย ผมจะนอนก็ต่อเมื่อผมตายเท่านั้นแหละ” Steve Aoki
ภาพประกอบจาก BUQU
ถึงตอนนี้ผมก็ได้แง่มุมดีจากชีวิตของเขา ว่า “การทำงานหนักอาจไม่ช่วยให้เราประสบความสําเร็จ แต่การทำงานหนักมันทำให้เราเห็นโอกาสในนั้นหลายครั้ง”
“การที่เรามี Passion ทำอะไรมันก็ไม่เหนื่อยหรอกที่เราทำแล้วเหนื่อยคือนั้นมันใช้โอกาสของเรา หรือ ทางที่เราชอบจริงๆรึป่าว”(ผมเนี่ยเขียน Blockdit ได้ไม่เบื่อเลย มันสนุกมากๆ บวกกับกำลังใจและมิตรภาพจากสมาชิกเนี่ยแหละ สนุกสุดครับๆ)
สุดท้ายผมผมจำไม่ได้ว่าฟังมาจากที่ไหนแต่คำพูดมันโดนอ่ะ
“ยังมีเวลานอน อีกมากในหลุมศพ”
ขอบคุณและเป็นกำลังใจให้คนที่มีความฝันและ Passion นะครับ Steve เป็นตัวอย่างที่ดีของการมี “ใจบันดาลแรง” บางครั้งเราอาจไม่มีแรงบันดาลใจแต่ใจมันก็บันดาลแรงได้เช่นกัน 😁✌️
โฆษณา