31 ต.ค. 2019 เวลา 08:15 • ปรัชญา
ยืมคำคมมาหนุนใจ และ ความเปาะบางที่ไม่ใช่ความอ่อนแอ ของ Brene Brown จาก หนังสารคดี Brene Brown :The call of courage.
“หากคุณไม่ได้ได้ใช้ความกล้าหาญของคุณอยู่ในสมามรบแล้วล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วล่ะก็ ฉันก็ไม่สนใจหรือให้ความสำคัญกับคุณหรอก (งานของ Brene Brown คือ งานวิจัย ประมาณว่าคงไม่ได้อยู่ในงานวิจัยฉันหรอก)”
ภาพประกอบจาก INC.com
“พักงานวิจัยแล้วไปฉีดโบท็อกซ์ซ่ะนะ”
หรือ “เธอน่าจะลดน้ำหนักสัก 15 ปอนด์นะ(6 กิโลกว่า)”
หรือ “เธอคือความผิดพลาดที่สุดในยุคนี้เลย ที่เอาความอับอายของตัวเองมาประจาน”
ผมคิดว่าคำพูดนี้คงไม่ลื่นหูเลย สำหรับ Brene Brown แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาตัวเองมาให้โดนว่าทำไม ในเมื่อเป็นนักวิจัยก็ดีอยู่แล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า Dr.Brene Brown ศาสตราจารย์ด้านการวิจัยที่มหาวิทยาลัย Houston ได้รับการเชิญให้ไปพูดในงานเปิดตัว Ted x Houston ในหัวข้องานวิจัย พลังของความเปราะบาง: The Power of Vulnerability ซึ่งเธอเธอได้พูดถึงความอับอายและล้มเหลวของเธอ ซึ่งเธอก็กลัวเรื่องแบบนี้มากๆ
ภาพประกอบจาก TedTalk 2010
เมื่อเธอเสร็จทาง TEDxHouston ได้มีการนำเอาไปลงเป็นคลิปใน TedTalk ซึ่งเธอบอกว่า “มันเป็นหายนะจริงๆสำหรับฉัน” คลิปของเธอเริ่มดังขึ้นจาก 3-4คน เป็น 5ล้าน เป็น 6ล้าน จนมาถึงปัจจุบัน (ตอนนี้น่าจะสัก 25 ล้านได้แล้วมั้ง) แต่สิ่งที่ยากสำหรับเธอก็คือ การอ่าน Comment เนี่ยแหละ ครับ
คำพูดด้านบนก็มาจาก Comment ที่ว่าเธอเสียๆหายทั้งที่พวกนั้นไม่ได้รู้จักเธอดีเลย เอาจริงๆ
(เธอตอนนี้ผมก็พอจะเข้าความรู้สึกของ Brene Brown ขึ้นมาหน่อย )
เธอรู้สึกแย่ต่อเหตุการณ์นี้มาก มันทำให้เธอรู้สึกอ่อนแอ รู้สึกกลัว ถลำลึกจนไปเจอความเปราะบางในใจ จมลึกลงไป ลึกลงไป เธอก็เหมือนจะเจออะไรบางอย่าง และเธอก็สามารถสงบลงกับความรู้สึกที่มันเกิดขึ้นได้ เธอพอว่ามีพระเจ้าอยู่ในความสงบนั้น และแล้วคำสุนทรพจน์ของอดีตประธานาธิบดี Theodore Roosevelt ก็เข้ามา
“ อย่าให้ความสำคัญกับพวกชอบวิจารณ์เลย พวกนี้ชอบชี้ความผิดพลาดของคนอื่น และมักจะรู้ดีว่าใครควรจะแก้ไขอะไร ผู้ที่ควรจะได้รับการยกย่องแท้จริงนั้นคือ คนที่ใบไม่ได้สดใส แต่เต็มไปด้วย ฝุ่น เลือด และหยาดเหงื่อ ของการต่อสู้อย่างองอาจ ถึงแม้จะล้มไม่เป็นท่า ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก ถึงแม้ว่าเขาจะล้มเหลวแต่ก็อาจมีสักวันที่ได้สัมผัสชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สักครั้ง(ถึงแม้บางครั้งอาจจะไม่ได้อะไร แต่ก็ยังชนะพวกตอนต้นอยู่ดี”
เธอก็ค่อยเริ่มยอมรับความเปราะบางมากขึ้น เธอรับรู้ได้ว่าความเปราะบางของเธอได้แปลเปลี่ยนเป็นความกล้าหาญได้ และแน่นอนสุนทรพจน์นั้นมันได้ทำให้เธอกระจ่างชัดได้ใน
3 เรื่อง
1.”ฉันเข้าใกล้ผู้ชนะแล้ว คุณคิดดูสิ การที่คุณได้รู้ถึงความอ่อนแอของคุณมันทำให้คุณยอมรับตัวตนของคุณ คุณจะอ้าแขนรับความไม่แน่นอน การยอมเสี่ยงที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรือในสิ่งที่คุณอยากจะทำ ถึงแม้ว่าผลอาจจะออกยังไงก็ตาม”
2.”ความเปราะบางไม่ใช่เรื่องของ ชนะ หรือ แพ้แต่มันคือความกล้าหาญที่เป็นคุณจากภายใน”
3.“หากคุณไม่ได้ได้ใช้ความกล้าหาญของคุณอยู่ในสมามรบแล้วล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วล่ะก็ ฉันก็ไม่สนใจหรือให้ความสำคัญกับคุณหรอก ” (นั้นสิ ถ้าไม่ออกไปเผชิญจะรู้ได้ไงว่า ความสําเร็จมันเป็นยังไง)
ปัญหาเรื่องนี้เข้าใจได้ง่ายมาก ในโลกนี้มีที่นั่งราคาถูกมากมายให้ พวกที่ชอบวิจารณ์ ชอบตัดสิน และกล่าวคำมุ่งร้าย ทั้งๆที่วันๆไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือกล้าเผชิญอะไรเลยจริงๆ (อันนี้แรง! แต่โดน) (ฟังไปก็จะกระอักเลือดตาย)
ปัจจุบัน Dr.Brene Brown เป็นนักพูดที่ ติด 1 ใน 5 ของ TedTalk และยังมีหนังสืออีกมากมาย ถือว่าประสบความสําเร็จ จน Netflix เอามาทำหนัง
ผมมานั่งคิดดู บางครั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตมันก็ทดลองว่าเราเป็นคนจริงรึป่าว บางครั้งเส้นทางมันก็ไม่ได้สวยหรู แต่การยอมรับและเดินหน้าต่อเนี่ยแหละครับ ภูมิใจสุดๆ✌️😁
โฆษณา