3 พ.ย. 2019 เวลา 08:17 • ข่าว
“ผม..อาจหยิบยกสารบางตัวที่ได้แบนไปแล้ว เช่น สารไกลโฟเซตมาหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากสหรัฐยังใช้สารนี้อยู่ แต่ไทยมีการแบนสารนี้ไป”
.
ท่าทีของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม จะทบทวนการแบน “สารไกลโฟเซต” ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย เพิ่งลงมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด ประกอบด้วย คลอร์ไพรีฟอส พาราควอตและไกลโฟเซต ไปเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา
.
พรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล สู้ยิบตาเพื่อให้มีการยกเลิกสารเคมีอันตรายทั้ง 3 ชนิด และก็ประสบความสำเร็จเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าแก่พี่น้องชาวไทย
.
แต่ “สุริยะ” ในนามพรรคพลังประชารัฐกำลังทำตัวเป็น “เด็กดี” ของสหรัฐ หลังจากอเมริกาส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 7 กระทรวง ทบทวนการแบนสารเคมีเกษตร โดยเฉพาะสารไกลโฟเซตที่อเมริกายังใช้อยู่... “อนุทิน” ฟังแล้วคงสะอึก
.
รมว.อุตสาหกรรมจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในรอบหน้า จึงเปรยเสียงดังๆ ออกมาหยั่งกระแสว่าจะทบทวนมติดังกล่าวเพื่อสนองตอบความต้องการของชาติมหาอำนาจ
.
“การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งต่อไป ซึ่งมีผมเป็นประธานเป็นครั้งแรกอาจหยิบยกสารบางตัวที่ได้แบนไปแล้ว เช่น สารไกลโฟเซตมาหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากสหรัฐ ยังใช้สารนี้อยู่ แต่ไทยมีการแบนสารนี้ไป หากสมมติยังให้ใช้สารไกลโฟเซต แต่ให้แบนสารพาราควอต
.
“เพื่อลดผลกระทบให้กับเกษตรกรบางส่วน จะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะในสหรัฐยังมีการใช้สารไกลโฟเซตอยู่ และอาจไม่ได้มีพิษร้ายแรงเหมือนกับสารเคมีชนิดอื่น ซึ่งสหรัฐเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ ที่ต้องดูแลสุขภาพประชาชนอยู่แล้ว เรื่องนี้จะต้องหารือกัน ว่าไทยจะสามารถใช้ได้หรือไม่”
.
นี่คือคำกล่าวของสุริยะ แจ่มชัดว่า (เขาและรัฐบาล) พร้อมจะสนองข้อเรียกร้องของสหรัฐ ทั้งที่ประเทศไทยไม่ใช่เมืองขึ้นอเมริกาที่จะต้องทำตาม (ไกลโฟเซตหรือชื่อผลิตภัณฑ์ว่า ราวอั๊พ ยาฆ่าหญ้าที่มีสารก่อมะเร็ง ซึ่งพลเมืองอเมริกาได้ยื่นฟ้องร้องเป็นคดีถึง 42,700 คดี-ที่มา BIOTHAI)
.
การยกเหตุผลว่าสหรัฐยังใช้สารไกลโฟเซตก็ยิ่งไม่เป็นเหตุเป็นผล เพราะไทยไม่จำเป็นต้องเลียนแบบการใช้สารกำจัดศัตรูพืชเหมือนในฟาร์มของสหรัฐ
.
แต่ประเด็นอยู่ที่ผู้บริหารของบริษัทไบเออร์-มอนซานโต้ บรรษัทข้ามชาติค้าสารเคมีเป็นล็อบบี้ยีสต์สนับสนุนรัฐบาลทรัมป์ และผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรฯ อเมริกาก็สารภาพโต้งๆ ว่าการยกเลิกการใช้สารไกลโฟเซตจะทำให้อเมริกาไม่สามารถส่งออกอาหารมายังไทยร่วม 5 หมื่นล้านบาท
.
นี่เป็นที่มาของการส่งหนังสือให้รัฐบาลไทยยกเลิกมติเกี่ยวกับปกป้องสุขภาพของคนไทยและประชากรโลก ซึ่งถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน
.
หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ยอมโอนอ่อนผ่อนตามเท่ากับยอมเป็นลิ่วล้อรัฐบาลอเมริกันแบบเซื่องๆ เนื่องจากป๊อดหลังถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี
หรือเป็นการจงใจเอื้อประโยชน์ให้บริษัทไบเออร์-มอนซานโต้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาเป็นยักษ์ใหญ่ค้าสารเคมีข้ามชาติที่พยามล็อบบี้ให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง
.
ฉะนั้นรัฐบาลไทยต้องไม่ยอมให้สหรัฐล้วงลูกกิจการภายใน รัฐบาลต้องจริงใจต่อคนไทยด้วยการสนับสนุนการผลิตและการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย รัฐบาลต้องไม่หน้าไหว้หลังหลอก พูดอย่างทำอย่าง
.
เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งแถลงก่อนการประชุมอาเซียนว่า สิ่งที่ท้าทายด้านการพัฒนาของอาเซียนในวันนี้ คือ การยกระดับคุณภาพชีวิตและการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
.
“ดังนั้นการจัดประชุมอาเซียนในครั้งนี้ จึงเป็นการประชุมสีเขียว หรือ Green Meeting ทุกกระบวนการและขั้นตอนการจัดงานจะไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเด็ดขาด”
.
คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีคงไม่ใช่ประโยคที่เลื่อนลอย หรือพูดไปทีให้ดูหล่อเท่านั้น
.
ทว่า รัฐมนตรีของรัฐบาลประยุทธ์กำลังทำตัวไปในทางตรงกันข้ามรงกันข้าม มีเจตนาเอื้อประโยชน์ต่างชาติมากกว่าจะปกป้องสุขภาพของคนในชาติ
.
ฉะนั้นเกมนี้ต้องไม่ใช่การยื่นหมูยื่นแมวเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่รัฐบาลที่ดีต้องรับฟังเสียงคนในประเทศและรักษาผลประโยชน์ของประชาชนคนไทยเป็นสำคัญ
คอลัมน์ Green Cult นำเสนอจุดยืน มุมมองต่อสถานการณ์หนึ่ง พร้อมข้อเสนอแนะในนาม igreen
#igreenstory #คอลัมน์greencult #แบนไกลโฟเซต
โฆษณา