Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
FA Talk
•
ติดตาม
4 พ.ย. 2019 เวลา 16:54 • ธุรกิจ
ว่าด้วยเรื่องของดอกเบี้ยเงินกู้...
ดอกเบี้ยเงินกู้ มีวิธีการคำนวณหลัก ๆ อยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ
1. วิธี Simple Interest Method :
วิธีคำนวณดอกเบี้ยแบบนี้เป็นวิธีคำนวณที่เราคุ้นเคยกัน โดยเป็นวิธีคำนวณดอกเบี้ยตามอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดบนมูลค่าหนี้ที่เหลือ สำหรับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง วิธีคำนวณดอกเบี้ยแบบนี้ พบได้จาก สินเชื่อบ้าน สินเชื่อธุรกิจ ที่กู้ยืมจากธนาคาร คือ เงินกู้ 100,000 บาท ระยะเวลากู้ 1 ปี ดอกเบี้ย 10% ต่อปี ดอกเบี้ยจะคำนวณได้เท่ากับ 10,000 บาท (ยอดเงินกู้ 100,000 บาท x ระยะเวลา 1 ปี x อัตราดอกเบี้ย 10%) เมื่อครบ 1 ปี ผู้กู้จะต้องชำระเงิน 110,000 บาทให้กับธนาคาร ดอกเบี้ยที่เกิดจากการคำนวณแบบ Simple Interest method จะมีอัตราเท่ากับอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้
2. วิธี Discount Method :
วิธีนี้คำนวณดอกเบี้ยคล้ายวิธีแรก แต่ผู้ให้กู้จะหักดอกเบี้ยออกจากยอดเงินกู้ทันที ผู้กู้จะได้รับเงินเท่ากับเงินกู้หักด้วยเงินดอกเบี้ยที่คำนวณ จากตัวอย่างในข้อ 1 แทนที่ผู้กู้จะได้รับเงิน 100,000 บาท ผู้กู้จะได้รับเงินเพียง 90,000 บาท (เงินกู้ 100,000 - ดอกเบี้ยที่คำนวณได้ 10,000) และเมื่อครบกำหนดจะต้องชำระเงินคืน 100,000 บาท ถ้าคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงของวิธี Discount Method อัตราดอกเบี้ยจริง ก็คือ ดอกเบี้ย/เงินที่ได้รับจากการกู้ (10,000/90,000 บาท ) เท่ากับ 11.11% หรือสูงกว่าอัตราเงินกู้ที่กำหนดไว้
3. วิธี Add-on Method :
วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กับการกู้เงินเพื่อการบริโภคแบบเงินผ่อน โดยผู้ให้กู้จะบวกดอกเบี้ยเข้าไปในเงินต้นแล้วเฉลี่ยเป็นงวด ๆ จากตัวอย่างข้อ 1 หากผู้ให้กู้กำหนดให้นำเงินที่ต้องชำระเมื่อครบ 1 ปี คือ 110,000 บาท แบ่งชำระเงินเป็น 2 งวด ทุกๆ ครึ่งปี โดยแต่ละงวดให้ชำระ 55,000 บาท (110,000/2) หากลองคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริง จะได้เท่ากับ (เงินกู้งวดแรก 100,000 บาท x อัตราดอกเบี้ย 10% x ระยะเวลา 1/2 ปี = 5,000 บาท) เมื่อชำระเงินกู้งวดแรก ยอดเงินกู้จะเหลือ 50,000 บาท หากคำนวณดอกเบี้ยของงวดที่สอง ดอกเบี้ยจะเท่ากับ (เงินกู้งวดที่สอง 50,000 บาท x อัตราดอกเบี้ย 10% x ระยะเวลา 1/2 ปี ) 2,500 บาท จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยในงวดที่ 2 ควรจะเท่ากับ 2,500 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท ตามที่เขาเรียกเก็บ อัตราดอกเบี้ยที่ถูกเรียกเก็บในงวดที่ 2 คำนวณได้เท่ากับ ( 5,000 / 50,000 บาท x 12 / 6 ) 20%
จะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ อัตราเดียวกัน เมื่อนำไปคำนวณด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน จะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยแท้จริงต่างกัน ก่อนที่จะตัดสินใจกู้เงินจึงควรสอบถามวิธีการคำนวณดอกเบี้ย และนำมาเปรียบเทียบว่าเราควรจะกู้เงินอย่างไรดี
ตัวอย่างเช่น
นาย ก กำลังจะซื้อบ้านใหม่ราคา 1.5 ล้านบาท ด้วยเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย 10% จำนวนเงิน 1,000,000 บาท และนาย ก ต้องการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ราคา 200,000 บาท โดยพนักงานขาย บอกว่า มีโปรโมชั่นผ่อนขำระอัตราดอกเบี้ย 8% แบ่งจ่ายเท่ากันทุกเดือน 12 เดือน
วิธีนี้เมื่อคำนวณแล้ว (ดูการคำนวณจากภาพประกอบ) นาย ก จะจ่ายเงินทั้งสิ้นรวม 216,000 บาท แต่หากนาย ก เลือกที่จะขอกู้ธนาคารเพิ่มจาก 1,000,000 บาท เป็น 1,200,000 บาท โดยเงินส่วนที่เพิ่มขึ้น 200,000 บาทนำไปใช้เป็นค่าเฟอร์นิเจอร์ และผ่อนชำระคืนเงินกู้ส่วนนี้ภายใน 1 ปี พบว่าแม้อัตราดอกเบี้ยจะเป็น 10% แต่นาย ก จะจ่ายเงินรวมทั้งสิ้นใน 1 ปี เท่ากับ 210,833.33 บาท ซึ่งต่ำกว่าวิธีผ่อนชำระแบบเดิมที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 8% ในกรณีนี้ นาย ก จึงควรจะขอเพิ่มเงินกู้สินเชื่อบ้าน เพื่อชำระค่าเฟอร์นิเจอร์ แทนการเลือกผ่อนชำระกับโปรโมชั่นที่ผู้ขายเสนอ
เมื่อเรารู้และเข้าใจแล้วว่า การกู้เงินแต่ละแบบมีวิธีการคิดดอกเบี้ยอย่างไร เราก็จะไม่ต้องเป็นผู้กู้ที่เสียดอกเบี้ยแพงกว่าเพราะความเข้าใจที่ผิดอีกต่อไป
9 บันทึก
10
11
9
10
11
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย