9 พ.ย. 2019 เวลา 01:00 • ธุรกิจ
เราใช้ชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษไม่ตรงกันเพื่ออะไร
1
ที่มา: Siamtraffic.com
มีใครเคยสงสัยกันไหมว่าทำไมชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษของหลายสถานที่จึงออกเสียงไม่ตรงกัน
ต้องบอกว่าเรื่องนี้ “ยุคใหม่การตลาดของไทย” สงสัยมานานมากแล้ว และเป็นหนึ่งในคนที่มีโอกาสได้สื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องติดต่อประสานงานและอยู่ในองค์กรของบริษัทข้ามชาติมาก่อน ก็ยังสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้ชื่อสถานที่ที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วออกเสียงไม่ตรงกับที่คนไทยเรียกด้วย
เรื่องนี้สอบถามหลายคนไปแล้วก็จะได้คำตอบประมาณว่า “เป็นรากศัพท์มาจากภาษาสันสกฤตที่ถอดเป็นอักษรซึ่งเป็นวิธีเขียนที่เป็นกลาง” ฟังดูก็สมเหตุสมผลดี
เรามาดูกันว่าคำที่ชื่อภาษาไทยกับภาษาอังกฤษออกเสียงไม่ตรงกันมีคำว่าอะไรกันบ้าง ซึ่งยกมาเป็นตัวอย่างบางคำที่เด่นๆ ที่คนไทยพบเจอได้บ่อยๆก็เช่น
•สนามบินสุวรรณภูมิ สะกดเป็น Suvarnabhumi Airport
•ถนนพระราม...สะกดเป็น Rama…Road
1
•เยาวราช สะกดเป็น China Town
1
•สามเหลี่ยมทองคำ สะกดเป็น The Golden Triangle
•อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สะกดเป็น Victory Monument
•กรุงเทพมหานคร สะกดเป็น Bangkok
•ถนนวิทยุ สะกดเป็น Wireless Road
1
ที่มา: woodychannel.com
ด้วยความสงสัย “ยุคใหม่การตลาดของไทย” จึงได้เข้าไปหาข้อมูลและคัดข้อมูลแบบไม่มีการดัดแปลงใดๆเพราะเป็นภาษาเฉพาะเจาะจงจากเอกสาร
“การวิเคราะห์และจำแนกรูปแบบการถ่ายถอดชื่อที่อยู่และชื่อสถานที่ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ” โดย มณฑิกา บริบูรณ์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ มาดังนี้
รูปแบบการถ่ายทอดชื่อที่อยู่และชื่อสถานที่ภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษที่พบในปัจจุบัน
รูปแบบที่ 1 ถ่ายทอดรูปคำในนามสกุลพระราชทาน (มีกฎ) เป็นการถ่ายทอดภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยรักษารูปสะกดจากภาษาบาลีสันสกฤต ซึ่งจะใช้ในนามสกุลพระราชทานตามแนวพระราชนิยมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น กงกะนันท์ Kankanandana
รูปแบบที่ 2 ถ่ายถอดรูปคำ (ไม่มีกฎ) เป็นการเลียนแบบการถ่ายถอดคำภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ โดยรักษารูปสะกดตามความเข้าใจของผู้ถ่ายถอด ไม่ใช่นามสกุลพระราชทานโดยตรง เช่น อุบล Ubol อนันต์พัฒนา Anantpattana
รูปแบบที่ 3 ทับศัพท์แบบอ้างอิงต้นฉบับ คำภาษาไทยที่ทับศัพท์ภาษาอังกฤษ และใช้คำภาษาอังกฤษต้นทาง เช่น Central
รูปแบบที่ 4 ทับศัพท์แบบไม่อ้างอิงต้นฉบับ คำภาษาไทยที่ทับศัพท์ภาษาอังกฤษแต่ถ่ายถอดเป็นอักษรโรมันจากเสียงภาษาไทยอีกทอดหนึ่ง เช่น เทียร่า THIARA แทนการใช้คำต้นทางในภาษาอังกฤษ Tierra
รูปแบบที่ 5 ถ่ายถอดเสียงมีกฎ เป็นการถ่ายถอดคำภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษตามหลักเกณฑ์ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตสถาน เรื่อง การเขียนจังหวัด เขต อำเภอ และกิ่งอำเภอ และเรื่อง หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง เช่น อำเภอ Amphoe เขต Khet
รูปแบบที่ 6 ถ่ายถอดเสียงไม่มีกฎ เป็นการถ่ายทอดคำภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยการถ่ายถอดเสียงแต่ไม่เป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีและประกาศราชบัณฑิตสถานฯ ซึ่งอาจเป็นเรื่องการแบ่งวรรคภายในคำ การใช้อักขระพิมพ์เล็กเมื่อขึ้นคำใหม่ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น ปากช่อง Pakchong แต่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯถ่ายถอดเป็น Pakchong
1
รูปแบบที่ 7 แปล เป็นการแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ เช่น อำเภอ แปลเป็น District
รูปแบบที่ 8 นิยม เป็นการใช้คำภาษาอังกฤษที่มีใช้กันมานาน โดยคำภาษาไทยและคำภาษาอังกฤษไม่มีความเชื่อมโยงทางภาษาแต่มีที่มาจากประวัติศาสตร์และยังนิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบันเช่น กรุงเทพ Bangkok’ สยาม Siam เป็นต้น
รูปแบบที่ 9 ผิด เป็นการถ่ายถอดคำภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษแต่มีความผิดพลาดในการสะกดคำภาษาอังกฤษ เช่น เวฬุ ถ่ายถอด WERU แต่ที่ถูกต้องควรจะเป็น WELU เพราะ ฬ ควรถ่ายถอดเป็นอักษรโรมัน L
รูปแบบที่ 10 พ้องเสียงระหว่างภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เป็นการถ่ายถอดคำภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้คำศัพท์ทางภาษาอังกฤษที่พ้องเสียงกับภาษาไทย เช่น ซำ ถ่ายถอดเป็น some วันเพ็ญ One pen
แต่ด้วยมุมมองของคนที่ทำงานในสายบริหารและการตลาดมา การมองเห็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นที่จะส่งผลต่อการติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและความเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะปัจจุบันโลกเราไร้พรมแดนแล้ว มีการประสานงานนำข้อมูลไปใช้ต่อมากมายหลายทาง
การที่เป็นมุมมองด้านการบริหารและด้านการตลาด จะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สื่อสารไปสื่อสารเพื่ออะไรมากกว่าที่จะต้องมาใช้หลักการทั้ง 10 รูปแบบมากำหนดหลักเกณฑ์ที่ตายตัว ยกเว้นแต่เป็นข้อที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกและความเป็นความจำเพาะเจาะจงจริงๆที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ
ที่มา: ETDA Open Forum 2016
การสื่อสารที่ว่าคือ ชื่อแต่ละชื่อที่คนไทยต้องการสื่อสารไปเป็นชื่อเฉพาะเจาะจงกับสถานที่แห่งนั้นหรือคนๆนั้น เช่น แนะนำให้รู้จักเพื่อนที่ชื่อว่านายศรัทธา เราคงไม่แนะนำว่า Let me introduce my friend, his name is Mr. Faithful หรืออีกตัวอย่างที่เพื่อนชื่อซ่อนกลิ่น คงไม่ต้องแปลให้คนต่างชาติว่าชื่อ Tuberose หรอกนะ
เพราะสิ่งที่จะสื่อสารว่าเราสื่อสารเพื่ออะไรต่างหาก และผลที่จะตามมาตรงกับวัตถุประสงค์เราหรือไม่ ทำไมเราต้องแปลหรือใช้ภาษาที่ไม่ตรงกับภาษาไทยที่ใช้ ตามที่ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น ทบทวนอีกครั้ง เช่น ถนนพระราม ที่ 2 เราต้องการสื่อสารชื่อถนนที่คนไทยเรียก จำเป็นหรือไม่ที่ต้องไปเรียกว่า RAMA 2 Road เป็นต้น
แต่ก็มีคำบางคำที่จำเป็นต้องใช้จริงๆเพราะทุกคนรับรู้แล้วว่าหมายถึงสิ่งใด เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้คำว่า Suvarnabhumi Airport กรุงเทพมหานคร ใช้คำว่า Bangkok ที่อยู่ในรูปแบบที่ 8 เป็นต้น
มาดูกันว่าผลกระทบมีอะไรบ้างที่เกิดขึ้น
ผลกระทบจากการสื่อสารทั่วไป เช่นการถามทางของชาวต่างชาติที่เคยเจอกับตัวเองมาตอนที่ยืนอยู่ข้างทางที่บริเวณใกล้แยกพระราม 9 ถนนรามคำแหง ที่จู่ๆแท็กซี่ก็จอดรถเพื่อถามว่าช่วยถามคนอินเดียคนนี้ได้ไหมว่าจะไปที่ไหนเพราะเขาไม่รู้จักถนนนี้เลย แล้วก็ได้ความว่าเขาต้องการไป MAX Hotel, Rama 9 Road ซึ่งคำว่า Hotel และ Road แท็กซี่แปลได้แต่คำว่า RAMA9 เขาไม่เคยรู้จัก ทั้งที่ขับตรงไปเลี้ยวซ้ายข้างหน้าก็คือ Rama 9 แล้ว
1
เรื่องนี้อาจดูว่าเป็นเรื่องขำๆ แต่ลองคิดดูสิว่าถ้าเรื่องนี้ต้องใช้ความแม่นยำสูงของการสื่อสารทั้ง 2 ฝ่าย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทั้ง 2 ฝ่ายให้ความหมายของคำที่สื่อสารต่างกัน ทั้งที่มันคือคำเดียวกัน โดยเป็นปัญหาของความเข้าใจไม่ตรงกัน
ผลกระทบทางด้านการค้าระหว่างประเทศ ด้านการขนส่งและ E-Commerce
ผลกระทบกับคนและคอมพิวเตอร์
"ยุคใหม่การตลาดของไทย” เห็นว่าชื่อที่สื่อสารเฉพาะเช่นชื่อถนน สถานที่ ชื่อคน ไม่ควรใช้ชื่อแบบอื่นควรเป็นชื่อเฉพาะ เพราะเราวัตถุประสงค์คือเราต้องการให้เขารู้จักชื่อๆนั้นไม่ใช่ความหมายของชื่อนั้น เพราะหากมองดูสิ่งที่ส่งผลกระทบแม้อาจจะดูเป็นสิ่งเล็กๆ แต่ผมไม่เล็กนะครับ “ช่างแอร์ในตำนานกล่าวไว้”
ข้อมูลมุมมองการตลาดที่ทันสมัยจากประสบการณ์จริง อ่านได้ใน Blockdit ยุคใหม่การตลาดของไทย
สามารถติดตามข้อมูลแนวคิดทางการตลาดยุคใหม่ได้ที่
YouTube Channel: Modernization Marketing (ยุคใหม่การตลาดของไทย) ตอนล่าสุด
หากชื่นชอบและถูกใจบทความนี้ ฝากกด Like กด Share และติดตามเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ
โฆษณา