10 พ.ย. 2019 เวลา 15:19 • การศึกษา
#เหตุใดวงการการศึกษาไทยจึงเน้นการแข่งขันสอบเข้า
อย่างหนึ่งเลยที่การศึกษาในเมืองไทยและหลายประเทศในเอเชียต่างจากประเทศในยุโรปก็คือ ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยในระดับประเทศมีชื่อเสียงกว่า ให้ความรู้ที่ดีกว่าและมีค่าเรียนที่ถูกกว่าโดยรวม เช่น Big 4 = จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตร มหิดล
ถ้านักเรียนที่ไม่มีฐานะร่ำรวยมากสอบสามารถสอบเข้าได้ ก็เปลี่ยนชีวิต มีอนาคตที่ดีได้เลย
แต่ในต่างประเทศเค้าเข้าเพื่อชื่อเสียงหรือความรู้เฉพาะเป็นหลัก ไม่เกี่ยวกับเรื่องปัจจัยทางเศรษฐศาสตร์เพราะว่าค่าเรียนเท่ากันหมด มหาวิทยาลัยที่แพงๆ อย่าง Oxford Cambridge จะแพงกว่าหลายเท่าด้วยซ้ำ ดังนั้น คนที่ไม่ได้มีฐานะอะไรมาก (ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่านักศึกษาต่างชาติสามสี่เท่า) ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสวงหาไปมหาวิทยาลัยท็อปท็อป แต่ก็ไปมหาวิทยาลัยในจังหวัด ในบ้านเมืองตัวเอง ดังนั้น ประเทศสหราชอาณาจักรจึงเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆของการเจริญเติบโตขึ้นไปอยู่ในระดับโลกของมหาวิทยาลัยหลายแห่งในจังหวัดต่างๆ เช่น Warwick U ที่ไต่เต้าขึ้นสู่อันดับ Top 5 ของ UK ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี มันเป็นอะไรที่กลับด้านกับในเมืองไทย ที่มหาวิทยาลัยเอกชนมีค่าเรียนที่แพงกว่า และได้รับสภานะทางสังคมที่ด้อยกว่า ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่ค่านิยมของผู้ปกครองเน้นท่องจำเพื่อไปสอบเข้า เพราะว่ามหาวิทยาลัยรัฐมีตัวเลือกน้อย ในขณะที่มาตรฐานมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรเทียบเท่ากันหมด ทุกแห่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ มาก-น้อยลดหลั่นกันไป แต่วัฒนธรรมไทยเป็นวัฒนธรรมแบบแบ่งเกรด (Aristocrat/ Elite class system) ซึ่งในประเทศพัฒนาเขาเลิกกันไปนานแล้ว จะเหลืออยู่ก็คือพวกประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย ที่ยังออกแบบนโยบายและระบบที่เน้นการแข่งขัน แทนที่จะส่งเสริมสถาบันการศึกษาทั้งประเทศแบบในยุโรป จึงจะยังคงเอื้อให้เกิดช่องว่างทางสังคมอีกชั่วกัปชั่วกัลป์
โฆษณา