12 พ.ย. 2019 เวลา 06:07 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
Apple กำลังเปลี่ยนโลกอีกครั้ง ด้วยแว่น AR ในอีก 3 ปี
วันนี้ มีข่าวสะเทือนวงการเทคโนโลยี
และเรื่องนี้ทำให้ลงทุนแมนคิดถึงภาพอนาคตที่กำลังจะเปลี่ยนไป
ปี 2023 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับที่ iPhone เปิดตัวในปี 2007
Apple กำลังจะเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่
นั่นก็คือ “แว่นตา AR”
และยังมีระบบปฏิบัติการใหม่ชื่อ “rOS”
3
เรื่องนี้จะเปลี่ยนโลกอนาคตอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มต้นด้วยคำถาม
“อุปกรณ์อะไร จะมาแทนที่สมาร์ตโฟน”
ตอนนี้ทุกคนมีสมาร์ตโฟนติดตัวตลอดเวลา
เรานึกภาพตอนที่ไม่มีสมาร์ตโฟนไม่ออก
และคงยากที่จะมีอะไรมาแทนมัน
1
ซึ่งบริษัทที่เป็นเหมือนผู้จุดประกายให้เกิดสมาร์ตโฟนก็คือ “Apple”
Apple เปิดตัว iPhone ในปี 2007
หลังจากนั้นทุกอย่างในโลกได้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
หลายธุรกิจล้มหายตายจาก
หลายธุรกิจกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เพราะสมาร์ตโฟน
แต่ถ้ามีสิ่งที่มาแทนสมาร์ตโฟนได้ล่ะ สิ่งนั้นจะเป็นอะไร?
ในปี 2023 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจะเกิดอีกครั้ง
Apple วางแผนจะออกแว่นตา AR รุ่นแรกในปี 2023
นับเป็นช่วงเวลาหลังจาก iPhone เปิดตัวนานถึง 16 ปี
แว่นตา AR คืออะไร?
AR ย่อมาจาก Augmented Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เราเห็นโลก ได้มากกว่าโลกที่เราเคยเห็น
เรื่องนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับทุกเรื่องรอบตัวเราตั้งแต่
1
การมีเลขาส่วนตัวบอกว่าวันนี้ต้องทำอะไร ไปที่ไหน ฝนจะตกไหม คนนั้นชื่ออะไร อายุเท่าไร หรือแม้แต่เพื่อนที่เราคุยด้วย เขาเพิ่งโพสต์อะไรใน Instagram
ทุกอย่างจะสามารถโชว์ออกมาในภาพบนแว่นตา
นอกจากนั้น ถ้ามันถูกพัฒนาถึงขีดสุด มันจะใช้ประโยชน์ได้ไม่จำกัดเมื่อใส่เซ็นเซอร์ต่างๆ เข้าไป
เช่น การตรวจอุณหภูมิ มลพิษของสิ่งแวดล้อม การวัดสุขภาพของบุคคลที่สวมใส่ การช่วยแปลภาษา การตรวจสิ่งของที่อยู่ตรงหน้าว่าเป็นอะไร
โดย Apple วางแผนจะเปิดตัวแว่น AR ที่รูปร่างเหมือนแว่นตา ภายใต้โค้ดเนม N421 ในปี 2023
1
นอกจาก AR แล้ว Apple ยังวางแผนให้คนเข้าไปอยู่ในโลกเสมือน (VR) ได้ด้วยอุปกรณ์สวมหัว (Headset) ที่มีคุณสมบัติ AR และ VR ภายใต้โค้ดเนมว่า N301 ซึ่งวางแผนจะเปิดตัวในปี 2022
ซึ่งอุปกรณ์ ทั้ง 2 เครื่องนี้จะมาพร้อมกับจอภาพความละเอียดสูง มีกล้องดิจิทัลภายในตัว
รองรับการสแกน 3 มิติ และเซ็นเซอร์ระดับสูงสำหรับตรวจจับมนุษย์
 
สามารถช่วยให้ผู้สวมใส่ มองเห็นภาพข้อมูลดิจิทัลจำนวนมากไหลผ่านจอ
มองเห็นวัตถุสมมติ หรือวัตถุเสมือนจริง ปรากฏต่อหน้า
เช่น ข้อความที่ได้รับ, เส้นทางแผนที่ซึ่งจะนำไปถึงจุดหมาย
ข้อมูลและประวัติเบื้องหลังของสิ่งที่เรากำลังจ้องมองอยู่
ยิ่งถ้านำเทคโนโลยีแว่นตา AR มาผนวกเข้ากับเอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์
พลังของแว่นตาจะไม่ต่างอะไรกับ จาร์วิส ในเรื่อง Iron Man
หรือ แว่นอีดิธ จากเรื่อง Spider-Man: Far From Home
1
ต่อไปแต่ละคนจะเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ คอยรับใช้ ช่วยเหลือเราตลอดเวลา
ไม่ต้องก้มหน้า ไม่ต้องกระดกนิ้วมือ
เพียงกระพริบตา โบกมือไปมาในอากาศ สิ่งที่เราต้องการ ก็ปรากฏ
โดย Apple จะมีระบบปฏิบัติการใหม่ที่จะมารองรับการใช้งาน AR และ VR ชื่อว่า “rOS”
ซึ่งตอนนี้ก็มีทีมวิศวกรของ iPhone และ iPad กำลังเชื่อมต่อแอปพลิเคชันที่สำคัญ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้อุปกรณ์ปัจจุบันของ Apple ร่วมกับฟีเจอร์ของอุปกรณ์สวมหัวและแว่นตาได้
1
และ Apple ได้รวบรวมทีมวิศวกรกว่า 1,000 คน มาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR โดยเฉพาะ
ภายในทีมยังประกอบขึ้นจากหลายแผนก ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรที่ดูแลแผนกฮาร์ดแวร์ ระบบซอฟต์แวร์เกม และฝ่ายผลิตสินค้า โดยมีรองประธานบริษัท Mike Rockwell เป็นหัวหน้าทีม
1
ก็ต้องคอยติดตามดูว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
อาจเรียกได้ว่า แว่นตา AR จะทำให้มนุษย์เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง
ในวันนี้
วันที่สังคมก้มหน้า ทุกคนนั่งมองแต่สมาร์ตโฟน
จนเราไม่รู้ว่า จะหลุดออกจากการก้มหน้าอย่างไร
แต่ต่อไป เราอาจไม่ต้องก้มหน้า
เพราะเราจะมองเห็นได้ทุกอย่างจากแว่นตาของเรา
เราอาจไม่ต้องพิมพ์
เพราะแค่พูดทุกอย่างก็ถูกส่งตรงไปหาคนอื่น
และเราอาจไม่ต้องพูด
เพราะแว่นจะรับข้อมูลโดยตรงได้จากความคิดเรา
1
แต่สิ่งที่น่าคิดคือ
โลกที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
จากการก้มหน้า มาเป็นแว่นที่อยู่ติดตา
1
ภาพในแว่น หรือ ภาพจริง
อะไรสำคัญกว่ากัน
แล้ววันที่มันถูกพัฒนาไปมากๆ
เราจะแยกภาพจริง กับ ภาพไม่จริง ได้แค่ไหน
1
แล้วมนุษย์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร..
เรากำลังอยู่ในช่วงที่น่าตื่นเต้นที่สุด ตั้งแต่ประวัติศาสตร์มนุษย์มีมา
และคงไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงอย่างไร
แต่ที่แน่นอนก็คือ
มนุษย์จะไม่มีวันกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม ได้อีกต่อไป..
โฆษณา