Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วิพากษ์ประวัติศาสตร์ CRITICAL HISTORY
•
ติดตาม
21 พ.ย. 2019 เวลา 13:54 • ประวัติศาสตร์
ไม่มี “ราชวงศ์บ้านพลูหลวง” ในสมัยกรุงเก่า
หลายท่านที่ศึกษาประวัติศาสตร์สมัยอยุทธยา อาจจะสงสัยว่า เหตุใดสมเด็จพระเจ้าเสือและพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อๆ มาจนเสียกรุงถึงอยู่ในราชวงศ์บ้านพลูหลวง ไม่อยู่ในราชวงศ์ปราสาททอง ทั้งที่พงศาวดารอ้างว่าพระเจ้าเสือเป็นโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์
ทั้งนี้ ต้องอธิบายว่าชื่อราชวงศ์กษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุทธยา ล้วนเพิ่งถูกกำหนดขึ้นมาในสมัยหลังเพื่อให้สะดวกต่อการแบ่งยุคทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นการนำกรอบการตั้งชื่อราชวงศ์ หรือ ราชตระกูล แบบตะวันตกมาใช้
รัฐโบราณในประเทศไทย เช่น ล้านนา อยุทธยา และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฯลฯ ไม่มีหลักฐานแนวคิดการตั้งชื่อราชวงศ์ตะวันตกที่กำหนดชื่อราชตระกูลชัดเจน แบบ House of Tudor หรือ House of Windsor ฯลฯ
ภาพจากภาพยนตร์ซีรีส์ศรีอโยธยา ภาค ๒ ที่ใช้คำว่า "ราชวงศ์บ้านพลูหลวง" หลายครั้ง ซึ่งไม่สอดคล้องกับบริบททางยุคสมัยของประวัติศาสตร์
“ราชวงศ์” ตามแนวคิดแบบไทยโบราณเป็นการระบุว่าสืบเชื้อสายมาจากผู้ใดเท่านั้น ปรากฏตัวอย่างในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยา กล่าวถึงพระบิดาและพระมารดาของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชว่า “บิดาเป็นพระราชวงศ์พระร่วง มารดาไซร้ได้เป็นพระราชวงศ์แห่งสมเด็จพระชัยราชาธิราชเจ้า”
คำว่า “ราชวงศ์พระร่วง” ไม่ได้หมายความว่ามีราชวงศ์หรือราชตระกูลชื่อ “พระร่วง” ตามแนวคิดราชวงศ์แบบตะวันตก เพียงแต่ระบุว่าพระบิดาของสมเด็จพระมหาธรรมราชาทรงเป็นเชื้อสายของ “พระร่วง” หรือกษัตริย์รัฐสุโขทัยเท่านั้น
.
ในหลักฐานสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เช่น “พระธรรมเทศนาพระราชพงษาวดารสังเขป” ที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์เพื่อเทศนาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในวโรกาสเสด็จขึ้นถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. ๒๓๙๔ ได้แบ่งราชวงศ์กษัตริย์กรุงศรีอยุทธยาโดยอ้างอิงตามหลักการสืบเชื้อสาย ดังนี้
- กษัตริย์ที่ “สืบราชวงษ์สมเดจ์พระรามาธิบดีอู่ทอง” มีทั้งหมด ๒๐ พระองค์ นับตั้งแต่สมเด็จพระรามาธิบดีมาจนถึงสมเด็จพระศรีเสาวภาคโดยเว้นขุนวรวงศาธิราช
มีข้อสังเกตคือทั้ง ๒๐ พระองค์นี้ไม่ได้พิจารณาจากวงศ์ข้างบิดาเท่านั้น บางองค์สืบวงศ์ข้างพระมารดาหรือเกี่ยวดองผ่านการอภิเษกสมรส ก็นับเป็นราชวงศ์เดียวกันได้
- เมื่อพระเจ้าทรงธรรมแย่งราชสมบัติจากพระศรีเสาวภาค จึง “ผลัดพระวงษ์ใหม่” สืบราชวงศ์ต่อมาถึงรัชกาลสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ (เพราะพงศาวดารให้ภาพว่าพระเจ้าทรงธรรมเป็นคนนอกราชวงศ์ที่มาชิงราชสมบัติ แต่ปัจจุบันพบหลักฐานว่าพระเจ้าทรงธรรมเป็นโอรสของสมเด็จพระเอกาทศรถ)
- เมื่อพระเจ้าปราสาททองครองราชย์สืบต่อจากพระอาทิตยวงศ์ จึงผลัดพระวงศ์ใหม่อีก สืบเชื้อสายมาจนเสียกรุงศรีอยุทธยา โดยเว้นสมเด็จพระเพทราชา รวมกษัตริย์ใน “ราชวงษสมเดจ์พระเจ้าปราสาททอง” ๙ พระองค์ โดยอ้างอิงตามพระราชพงศาวดารที่ระบุว่าพระเจ้าเสือเป็นโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์
จะเห็นได้ว่าแนวคิดการนับราชวงศ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ต้นรัชกาลที่ ๔ ยังไม่มีการกำหนดชื่อราชวงศ์แบบตะวันตก มีเพียงระบุว่าสืบเชื้อสายมาจากกษัตริย์พระองค์ใด เช่น “ราชวงษ์สมเดจ์พระรามาธิบดีอู่ทอง” หรือ “ราชวงษ์สมเดจ์พระเจ้าปราสาททอง” ไม่ได้แบ่งแยกเชื้อสายข้างบิดาหรือมารดา ขอให้มีความเกี่ยวพันเป็นเครือญาติกันก็นับเป็นราชวงศ์เดียวกันได้
.
จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ จึงปรากฏการตั้งชื่อราชวงศ์และการแบ่งราชวงศ์เป็นข้างบิดาและมารดาตามแนวคิดแบบตะวันตก ปรากฏใน “พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวิจารณ์เรื่องพระราชพงศาวดารกับเรื่องประเพณีการตั้งพระมหาอุปราช” ยังทรงแบ่งราชวงศ์ตามแบบที่สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตทรงแบ่งไว้ แต่มีการตั้งชื่อราชวงศ์ต่างๆ ดังนี้
- ราชวงศ์สมเด็จพระรามาธิบดีมาจนถึงสมเด็จพระมหินทราธิราช เรียกว่า “บรมราชวงศ์เชียงราย” (เว้นขุนวรวงศาธิราช)
- ราชวงศ์ของสมเด็จพระมหาธรรมราชามาจนถึงสมเด็จพระศรีเสาวภาค เรียกว่า “บรมราชวงศ์เชียงรายสุโขทัย”
- ราชวงศ์ของพระเจ้าทรงธรรมถึงสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ เรียกว่า “บรมราชวงศ์ทรงธรรม”
- ราชวงศ์พระเจ้าปราสาททองมาจนเสียกรุง เรียกว่า "บรมราชวงศ์ปราสาททอง" (เว้นสมเด็จพระเพทราชา)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย"
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย ทรงพระนิพนธ์เรื่อง “ศักราชรัชกาลครั้งกรุงศรีอยุธยาตามที่สอบใหม่” ได้แบ่งราชวงศ์กษัตริย์อยุทธยาใหม่เป็น ๕ ราชวงศ์ ได้แก่ เชียงราย สุวรรณภูมิ์ ศุโขไทย ปราสาททอง บ้านพลูหลวง ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาเป็นราชวงศ์อู่ทอง สุพรรณภูมิ สุโขทัย ปราสาททอง บ้านพลูหลวง
ชื่อ “ราชวงศ์บ้านพลูหลวง” สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงตั้งขึ้นสำหรับราชวงศ์ของสมเด็จพระเพทราชา โดยทรงอธิบายว่า “หนังสือพระราชพงษาวดารว่าสมเด็จพระเพทราชาเปนชาวบ้านพลูหลวง จึงเรียกราชวงษ์บ้านพลูหลวง”
นอกจากนี้ทรงเปลี่ยนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าเสือมาจนเสียกรุงซึ่งเคยถูกจัดอยู่ในราชวงศ์ปราสาททอง มาอยู่ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมด เพราะเมื่อตรวจสอบหลักฐานร่วมสมัยแล้ว ไม่ทรงเชื่อว่าสมเด็จพระเจ้าเสือเป็นพระโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์ตามที่พระราชพงศาวดารสมัยรัตนโกสินทร์กล่าวอ้าง
“สมเด็จพระเจ้าเสือนี้ หนังสือพระราชพงษาวดารนับในราชวงษ์ปราสาททองด้วยยอมรับว่าเปนราชโอรสลับของสมเด็จพระนารายน์มหาราช ผู้ศึกษาโบราณคดีชั้นหลังได้ตรวจดูจดหมายเหตุครั้งสมเด็จพระนารายน์ แลพิเคราะห์เรื่องราวซึ่งปรากฏในครั้งนั้น ไม่มีเหตุอันใดที่ควรเชื่อว่าอยู่ในราชวงษ์ปราสาททอง ข้าพเจ้าเห็นควรนับในราชวงษ์บ้านพลูหลวงตลอดมาทุกพระองค์จนสิ้นกรุงเก่า”
.
การกำหนดชื่อราชวงศ์ของนักประวัติศาสตร์จึงเป็นเพียงสิ่งที่สมมติขึ้นเท่านั้น ไม่เคยพบหลักฐานการใช้งานจริงในสมัยกรุงศรีอยุทธยา
คำว่า "ราชวงศ์บ้านพลูหลวง" เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๖ และไม่เคยปรากฏในหลักฐานลายลักษณ์อักษรสมัยกรุงศรีอยุทธยาแม้แต่ชิ้นเดียวครับ
บรรณนานุกรม
- จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวิจารณ์เรื่องพระราชพงศาวดารกับเรื่องราชประเพณีการตั้งพระมหาอุปราช, พิมพ์ในงานพระศพ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรพินทุ์เพญภาคย์, ๒๔๗๙.
- ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ศักราชรัชกาลครั้งกรุงศรีอยุธยาตามที่สอบใหม่. ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๕. พิมพ์ในงานศพจางวางโท พระยารณไชยชาญยุทธ (ศุข โชติกะเสถียร), ๒๔๖๐.
- ประชุมคำให้การกรุงศรีอยุธยารวม ๓ เรื่อง. พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพฯ : แสงดาว, ๒๕๕๓.
- พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. นนทบุรี : ศรีปัญญา, ๒๕๕๓.
- พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน). ๒๕๕๘.
หมายเหตุ : บทความทั้งหมดเรียบเรียงโดยผู้ดูแลเพจวิพากษ์ประวัติศาสตร์ ผู้ดูแลเพจขอสงวนสิทธิไม่อนุญาตให้นำข้อมูลที่เผยแพร่ในเพจไปแก้ไข คัดลอก ดัดแปลง ทำซ้ำ เผยแพร่ต่อ และห้ามนำไปแสวงหาผลกำไรทางพาณิชย์โดยเด็ดขาด หากมีความประสงค์จะขอบทความของเพจวิพากษ์ประวัติศาสตร์ไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีการใดๆ ก็ตามต้องได้รับการยินยอมจากผู้ดูแลเพจวิพากษ์ประวัติศาสตร์ในทุกกรณี ยกเว้นแต่การ "แชร์" ที่สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตครับ
1 บันทึก
2
3
3
1
2
3
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย