23 พ.ย. 2019 เวลา 07:30
ชายผู้ลุกขึ้นสู้.เพราะคำดูถูก
ติดกาวตั้งแต่อายุ14-21ปี.ลักเล็กขโมยน้อยไปทั่วจนชาวบ้านเขาเอือมระอา ออกแนวนักเลงมั่วสุม ประวัติหาดีไม่เจอเพราะสถานที่เขาอยู่เป็นชุมชนข้างตลาดอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น.ถ้าอยู่ในกลุ่มก่วนเดียวกันเขาถึงจะได้รับการยอมรับแต่ถ้าเป็นคนทั่วไปเขาจะได้รับการรังเกียจไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกาว กลิ่นทินเนอร์ กลิ่นตัว
7ปี.ที่ทนฟังคำดูถูก
อาจจะเป็นเพราะสังคมเมืองไทยการให้โอกาสกับใครไม่ใช่ให้กันง่ายๆ มองไปทางไหนก็มีแต่คนเบือนหน้าหนีจะไปสมัครงานไหมเขาก็ไม่รับเพราะสังคมอำเภอข่าวถึงกันหมด
เมื่อมองเห็นโอกาส
โครงการกองทุนหมู่บ้าน.เข้ามา ในความคิดคงจะมีช่องทางนี้ทางเดียวที่น่าจะเป็นไปได้ เรื่องการหางานทำเลิกคิด เพราะเขารู้กันทั้งอำเภอว่ามัน*เหี้ย*
กองทุนหมู่บ้าน
การจะกู้ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขา จากประวัติและความประพฤติทุกคนมีความเห็นตรงกันว่า ถ้าให้มันกู้ไม่มีทางได้เงินคืน ไม่ว่าจะขอร้องหรือกราบไหว้เขาทำทุกอย่างกรรมการกองทุนก็ไม่ยอมให้ เขาจึงต้องใช้ความเกเรของเขาเข้าช่วย เมื่อกรรมการกองทุนเห็นเขาเอะอะโวยวายแบบนี้จึงบอกเขาให้หาข้าราชการมาค้ำประกันเงินกู้ สิ่งที่เขาขอร้องและอ้อนวอนสำเร็จแล้ว50%.อีก50%เขาแทบจะขอร้องคนทั้งอำเภอ จนคุณครูที่เคยเห็นเขาตั้งแต่เด็กๆเห็นใจ ยอมมาเซนต์ชื่อค้ำประกันให้ เขาจึงได้เงิน20000บาท มาลงทุน
เงิน20000บาทที่ได้มา
ครั้งแรกที่จะกู้สารพัดโครงการที่จะทำ พอได้เงินมากับคิดอะไรไม่ออก*กลัวทำขาดทุนจะไม่มีเงินไปส่งเขา กลัวคนที่ค้ำประกันจะเดือดร้อน*เงินที่ได้มาก็ลดลงเรื่อยๆ
ขายสิ่งที่ง่ายที่สุดคือ.ของกิน
ของกินอะไรดีวะ?...เขาเลือกขายเนื้อหมูสดเขาให้เหตุผลว่าเวลาคนทำบุญหรือมีงานต่างๆจะซื้อที่ละเยอะๆ*ผมถามเขาว่าที่ว่าจะขายของกินทำไมเป็นเนื้อหมูสด เขาตอบ.ไม่รู้*
ความเป็นอยู่ปัจจุบัน
1.มีบ้าน2หลัง
2.มีที่ดิน3แปลง
3.มีรถกระบะ2คัน
4.มีมอไซ3คัน
5.มีหมู10ตัว
6.มีวัวสวยงาม5ตัว(ใครให้ราคาดีขาย)
สถานที่ตั้งร้าน.
อยู่หน้าโรงเรียนจีน ติดกับตลาดสดอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น.จะเริ่มขายเวลา.ตี4-11.00น.หรือจนกว่าของจะหมด
การตลาดที่เขาใช้
1.ร้านเขาอยู่หน้าตลาด
2.ขายราคาต่ำกว่าในตลาด5บาท
3.ใช้เนื้อหมูหนุ่ม.เนื้อไม่เหนียว
โฆษณา