โพสต์

ความแตกต่างระหว่างงานที่อยากทำกับงานที่ควรทำ
ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งขอสมมุติว่าชื่อเอส เอสเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง มีความคิดในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนคนอื่นๆ
แต่ก็ยอมรับตามตรงว่าเรื่องโลกส่วนตัวสูงของเอสก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม จนเมื่อหลายวันก่อนมีเสียงกดกริ่งที่ประตูหน้าบ้านผม
“อ้าวเอสมีอะไรหรือป่าว” เสียงทักจากผมขณะที่กำลังจะออกไปเปิดประตูบ้าน เห็นเอสทำหน้าไม่ดีผมก็อดใจหายไม่ได้
พอเข้ามานั่งในบ้านเอสก็เริ่มเล่าปัญหาให้ฟังทันที ผมก็พยักหน้ารับฟัง แล้วก็จบตามสูตรอย่างที่คิด จัดไปเพื่อนไหนๆก็มาแล้วเอาเงินติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพื่อน
บอกตรงๆผมก็ไม่ได้ใจดีหรือมีเงินมากขนาดที่ต้องตามช่วยใครๆ แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 30กว่าปี เพื่อนก็คือเพื่อน เงินหมดเดี๋ยวเราก็หาทางหามาได้ใหม่ เพื่อนทั้งคนจะปล่อยให้ลำบากได้ไงถ้าเราพอจะช่วยได้
หลังจากมานั่งพิจารณาดู ก็คงเป็นอย่างที่ทุกๆคนเข้าใจโลกของผู้ใหญ่มันไม่ได้อยู่ง่ายอย่างนั้นถ้าเราไม่มีเงิน
ขออนุญาตภาพจาก บางกอกทูเดย์
ผมจะเปรียบเทียบงานที่เราทำเหมือนกับพาหนะที่จะพาเราไปในที่ต่างๆ พาหนะนั้นมีหลายอย่าง เช่น เครื่องบิน รถไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน เรือ หรือแม้แต่กระทั่งม้า
ผมไม่ได้จะมาเปรียบว่าอะไรดีกว่าอะไร หรืออะไรวิ่งเร็วกว่าอะไร เพราะไม่ว่าจะเป็นพาหนะแบบไหนก็มีข้อดี และข้อเสียที่แตกต่างกัน คุณไม่สามารถที่จะเอารถยนต์ไปวิ่งในซอยแคบๆได้ หรือ คุณไม่สามารถเอาเรือไปบินบนท้องฟ้าแทนเครื่องบินได้
แต่ที่ผมจะบอกก็คือ เรามักจะคิดถึงแต่พาหนะที่จะพาเราไป โดยไม่ได้ถามว่าพาหนะนั้นหรืองานนั้นๆจะพาเราไปที่ไหน เรามักจะเลือกอาชีพที่จะทำโดยไม่ได้ศึกษาหรือไตร่ตรองให้ดีก่อนว่า
งานที่เราทำอยู่นั้นจะพาเราไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการหรือเปล่า คนทั่วไปจึงมักเลือก”งานที่อยากทำมากกว่าเลือกงานที่ควรทำ”
และเราก็มักพูดว่า นั่นเป็นงานที่เรารัก เราชอบ ทั้งๆที่งานเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่งานที่ทำให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตเลยก็ได้
อาชีพคือพาหนะที่จะนำพาเราไปสู่เป้าหมาย เราลองตอบตัวเองให้ได้ก่อนสิว่า เป้าหมายของเราคืออะไร แล้วค่อยมาถามคำถามที่สองว่า พาหนะอะไรหรืออาชีพอะไร ที่จะนำพาเราไปถึงเป้าหมายตามระยะเวลาที่กำหนด
ทุกๆอาชีพส่วนใหญ่ก็เป็นอาชีพที่ดีด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าอาชีพที่คุณเลือกแล้วนั้นจะสามารถนำคุณไปสู่เป้าหมายของคุณได้หรือไม่
ใช้เวลานานเพียงใด คุ้มพอที่จะทำหรือไม่ อย่าเดินตามคนอื่น เพียงเพราะเห็นว่าคนอื่นเขาทำสำเร็จ จนตัวเองลืมไปว่าแท้ที่จริงแล้วความสำเร็จอาจมาจากงานที่ควรทำ มากกว่างานที่เราอยากทำก็เป็นได้
ปล บทความนี้เป็นแต่เพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ ไม่ได้มีงานวิจัยอะไรรองรับนะครับ ถ้าไม่ตรงกับความเห็นของใครต้องขออภัยด้วยนะครับ🙇🏻‍♂️
ขออนุญาตภาพจากSeminarDD
##ขอบคุณพี่ๆน้องๆที่เข้ามาอ่านมาเม้นเป็นกำลังใจให้เพจใจดีนะครับ ขอบคุณครับ🙏##
ความคิดเห็น

สุขสร้างได้ by meสุขจัง

ถ้าได้ทำงานที่อยากทำ...เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ถ้าต้องทำงานที่ควรทำ ต้องหัดรักงานนั้นให้เป็น แล้วจะหาความสุขในงานได้
2 ธ.ค. 2019 เวลา 07:59
1

ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด

ใช่เลยครับสุ ปรับที่ตัวเรา💕
2 ธ.ค. 2019 เวลา 08:53

กลอนพาไป

เเง่คิดดีครับ นำมาปรับใช้กับชีวิตได้
27 พ.ย. 2019 เวลา 00:58
1

ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด

ขอบคุณมากครับพี่🙏
27 พ.ย. 2019 เวลา 01:07
1

เกษตรเอส

อยากจะบอกใจดีว่าที่ให้มาวันก่อนนะหมดแล้วเดี๋ยววันพรุ่งนี้จะไปหาที่บ้านว่างไหมเตรียม ไว้ให้ด้วย ขอบคุณล่วงหน้า
26 พ.ย. 2019 เวลา 15:28
1

ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด

พี่เอส มาเอาอะไรกับใจดีอ่ะ บอกผมด้วยเดี๋ยวนอนไม่หลับ55😆💕
26 พ.ย. 2019 เวลา 15:32
1