Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ส
สัพเพเหระไปกับวิศวกร
•
ติดตาม
29 พ.ย. 2019 เวลา 21:06 • การศึกษา
ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่น (Typhoon)
คำว่า ไต้ฝุ่นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปราถนาเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับทะเล คงจะคุ้นกับคำว่าไต้ฝุ่น กันเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานในทะเล หรือ คนที่ออกแบบโครงสร้างในทะเล แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
บทความนี้เราจะมารู้จักกันว่า ทำไมเค้าถึงใช้คำว่า ไต้ฝุ่น กับพายุที่แรงๆ กัน
เมื่อกล่าวถึง ที่มาของคำว่า ไต้ฝุ่นคงต้องย้อนกลับไปศึกษานิยายปรัมปราของกรีกช่วงหลังจบสงครามไททัน (Titan War) ที่เหล่าเทพเจ้าต้องหนีตายเมื่อเจอกับโคตรอสูรกายไทฟอน (Typhon)
หลังจบสงครามไททัน เหล่าเทพเจ้ายังไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้ เพราะยังมีผู้ที่ไม่พอใจที่เกิดการแย่งชิงบัลลังก์ขึ้น นั่นคือ พระแม่ธรณี ไกอา (Gaia)
ไกอาไม่พอใจที่ลูกๆของนางหรือเหล่าเทพไททันต้องถูกจองจำในหลุมทาทารัสที่มืด มิด จึงได้ให้กำเนิดอสุรกายคู่หนึ่งขึ้นมา คือ ไทฟอน (Typhon) และ อีคิดน่า (Echidna) โดยไทฟอนเป็นอสุรกายที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
รูปที่ 1 อสูรกายไทฟอน (Typhon) ในจินตนาการในแบบโบราณ
ไทฟอนมีลักษณะเป็นงูหรือมังกรหลายร้อยหัว หากยืดคอให้สุดจะสูงเท่าดวงดาว มีพิษร้ายแรง สามารถพ่นไฟและลาวาออกมาได้ เวลาเคลื่อนตัวไปที่ไหนจะมีพายุเกิดขึ้นตามมา แต่บางทีก็ว่าไทฟอนมีลักษณะเป็นคนที่มีท่อนล่างเป็นงูยาวหลายร้อยไมล์ มีปีกเหมือนอินทรี นิ้วเป็นงู และหัวเป็นลาที่มีไฟพวยพุ่งออกมาจากทั้งตา จมูก ปาก ส่วนอีคิดน่านั้นเป็นภรรยาของไทฟอน
รูปที่ 2 อสูรกายไทฟอน (Typhon) ในจินตนาการในแบบทันสมัย
เมื่อไทฟอนออกอาละวาด ทุกอย่างล้วนพังพินาศลงด้วยฤทธิ์ของมัน แม้แต่เทพเจ้าก็ยังต้องพากันหลบหนีโดยแปลงร่างเป็นสัตว์ไม่เว้นแต่จอมเทพซุส ที่ต้องแปลงร่างเป็นแกะเพื่อหลบหนี
ว่ากันว่ามีเพียงเทพีอาเธน่าเท่านั้นที่พยายามจะสู้กับไทฟอน แต่ก็ไม่สำเร็จ ไทฟอนได้ปีนขึ้นไปถึงบนสวรรค์ ประกาศให้โลกรู้ว่าแม้แต่เทพเจ้าอันยิ่งใหญ่ก็ต้องยอมศิโรราบแก่ตน ซุสเห็นดังนั้นก็ละอายใจที่ตนเป็นถึงเทพสูงสุดแต่ไม่กล้าสู้กับอสุรกายที่จะ ทำลายโลก
เมื่อคิดได้ซุสจึงรวบรวมความกล้าไปท้าไทฟอนสู้ตัดสินกัน
รูปที่ 3 การต่อสู้ระหว่างเทพเจ้า ซุส กับ อสูรกายไทฟอน ในจินตนาการในแบบโบราณ
รูปที่ 4 การต่อสู้ระหว่างเทพเจ้า ซุส กับ อสูรกายไทฟอน ในจินตนาการในแบบทันสมัย
ซุสได้รวบรวมเทพเจ้าทุกๆ องค์ซึ่งพร้อมใจจะสู้มารบกับไทฟอน ทว่าถึงจะมีจำนวนมากกว่าและมีอาวุธรุนแรงอย่างสายฟ้าก็ไม่อาจทำอะไรไทฟอน ได้
ไทฟอนได้โต้กลับด้วยการยกภูเขาทั้งลูกโยนใส่เหล่าเทพจนต้องแตกกระเจิงกัน ไป แต่เหล่าเทพก็รวมตัวกันมาสู้ต่ออีกครั้ง เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งในยุคนั้นแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลืออยู่เลย
ในที่สุดก็มาถึงจุดสำคัญที่สุดของสงคราม เมื่อไทฟอนยกภูเขาไฟเอทนาอันมหึมาขึ้นหวังจะปิดบัญชีเหล่าเทพเจ้าที่ต่อต้าน ให้หมดด้วยการโยนภูเขาลูกนี้เข้าใส่
แต่ซุสได้เห็นถึงโอกาสหนึ่งเดียวนี้ที่จะพิชิตไทฟอนลงได้ จึงซัดสายฟ้าหลายร้อยลูกเข้าใส่ภูเขาเอทนาที่ไทฟอนยกขึ้นไว้เหนือหัว
จากพลังของสายฟ้าที่ซุสระดมเข้าใส่ ทำให้ภูเขาเอทนาแตกเป็นเสี่ยงๆ ทับร่างของไทฟอนที่เสียหลักล้มลงจนมิดและไม่อาจขยับได้อีกต่อไป
แม้ไทฟอนจะยังไม่ตายและยังคงพ่นลาวาออกมาทางภูเขาไฟเอทนาอยู่เนืองๆ แต่มันก็ไม่อาจจะหนีไปจากที่คุมขังนี้ได้อีกต่อไป
ชัยชนะจึงตกเป็นของเทพเจ้าอย่างเต็มภาคภูมิ และพระแม่ธรณีไกอาก็ไม่คิดจะล้างแค้นอีกต่อไป โลกจึงได้สงบสุขเรื่อยมา
รูปที่ 5 อสูรกายไทฟอน โดนภูเขาไฟเอทนาทับ
ทว่า เหล่าทายาทของไทฟอนยังคงอยู่กับอีคิดน่า รอวันที่จะได้สำแดงฤทธิ์ต่อไป
เกร็ดในสงครามกับไทฟอน
ภูเขาไฟเอทนา (Etna) นั้นเป็นภูเขาไฟที่มีอยู่จริง
คำว่าไทฟอน (Typhon) นั้นต่อมาได้แผลงเป็น ไทฟูนหรือไต้ฟุ่น (Typhoon) ตามอำนาจของไทฟอนที่ไปที่ไหนจะเกิดพายุตามมา
มีครั้งนึงที่ไทฟอนจับซุสได้และควักเอาเอ็นของซุสทิ้งไป ทำให้ซุสขยับไม่ได้ โชคดีที่ได้เฮอร์เมส (Hermes) เทพแห่งการสื่อสาร เอากลับคืนมาให้ ซุสจึงกลับมาสู้ได้อีกครั้ง
บางตำนานก็ว่าซุสเองที่โยนภูเขาเอทนาไปทับไทฟอนไว้
บางตำนานว่าไทฟอนโดนฆ่าตาย แต่ที่โดนภูเขาทับอยู่คืออสูรอีกตัวที่ไกอาส่งมา ชื่อเอนเซลาดัส (Enceladus)
ไทฟอนและอีคิดน่าได้ชื่อว่า พ่อแม่ของสัตว์ประหลาดทั้งมวล แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
ไทฟอนมีลักษณะบางอย่างคล้ายเทพเซธ ของอียิปต์ เช่น ควบคุมพายุเหมือนกัน มีหัวคล้ายลาเหมือนกัน และเป็นมีชื่อเสียงไม่ดีหรือเป็นฝ่ายร้ายเหมือนกัน
รูปที่ 6 ภูเขาไฟเอทนาของจริงในอิตาลีขณะเริ่มประทุ
รูปที่ 7 ภูเขาไฟเอทนาของจริงในอิตาลีขณะกำลังประทุ
2 บันทึก
24
3
1
2
24
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย