9 ธ.ค. 2019 เวลา 08:29 • ความคิดเห็น
ความจริงที่ต้องรู้เกี่ยวกับผู้ป่วย
" โรคซึมเศร้า "
https://obssr.od.nih.gov/understanding-the-cross-national-disparity-in-depression-a-comparison-of-china-and-russia/
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เนื้อหาบทความนี้มีทฤษฎีประกอบเป็นบางส่วน แต่ส่วนใหญ่จะเกิดจากการวิเคราะห์จากประสบการณ์คนไข้ที่เคยเจอ คนรอบข้างที่เเคยพูดคุย ซึ่งทุกคนล้วนแล้วแต่ได้รับการรักษา และวินิจฉัยทางการแพทย์แล้วว่า อยู่ในกลุ่ม โรคซึมเศร้า
ที่กิ๊ฟเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพราะเป็นความสนใจส่วนตัว ต้องการแสดงความคิดเห็นมุมมอง และขณะเดียวกันต้องการให้ทุกคนตระหนักถึงภัยเงียบ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน ภายนอกที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริง พวกเขาเหล่านั้นพร้อมจะจบชีวิตตัวเองได้ทุกเมื่อ อย่าประมาท แม้แต่ตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรัก
รายงานสถานการณ์การฆ่าตัวตายโลก WHO พบว่าปีที่ผ่านมามีคนเสียชัวิตจากการฆ่าตัวตายทุกๆ40 วินาที หรือ ชั่วโมงละ 90 คน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก
การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียฃีวิตของวัยรุ่นมากที่สุด อันดับ2 รองลงมาจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
การจัดอันดับประเทศที่มีการฆ่าตัวตายสูงที่สุด โดย World Population Review ปี 2561 จากทั้งหมด 183 ประเทศพบว่า ประเทศไทยติดอันดับที่ 32 ของโลก
ประเทศที่มีการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในโลก
อันดับ1 ลิทัวเนีย
อันดับ2 รัสเซีย
อันดับ3 กายอานา
อันดับ4 เกาหลีใต้
อันดับ5 เบลารุส
ส่วนในประเทศแถบเอเชีย
ญีปุ่น อันดับที่ 14
อินเดีย อันดับที่ 21
ศรัลังกา อันดับที่ 29
เกาหลีเหนือ อันดับที่ 59
สิงค์โปร อันดับที่ 67
จัน อันดับที่ 69
ลาว อันดับที่ 84
เวียดนาม อันดับที่ 101
มาเลเซีย อันดับที่ 123
ที่เอาตัวเลขสถิติมาให้ดู เพราะต้องการให้เห็นหลักฐานว่า ตอนนี้สถานการณ์การฆ่าตัวตาย ของโลก หรือของประเทศไทยเอง รุนแรงแค่ไหน
ปี2561 ประเทศไทยมีการฆ่าตัวตายอยู่ที่6.34 ต่อประชากร 100,000 คน
มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 4,137 คน หรือคิดเป็นวันละ 11 คน
ความหมายของการฆ่าตัวตายคือ ผู้กระทำไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ แต่อีกมุมหนึ่ง การฆ่าตัวตายอาจเกิดจากโรคจิตบางประเภท ที่มีอาการประสาทหลอน หูแว่ว ภาพหลอน ไม่ได้เกิดจากโรคซึมเศร้า แต่ถึงอย่างไร สาเหตุส่วนใหญ่ของการฆ่าตัวตายก็มาจากโรคซึมเศร้า
ปัจจุบันสาเหตุของโรคซึมเศร้าต่างยืนยันแล้วว่า ไม่ได้มาจากเพียงสาเหตุเดียว อาจเป็นความผิดปกติของสมดุลสารเคมีในสมอง ความขัดแย้ง ปัญหาทางด้านจิตใจ พันธุกรรม อาการที่เกิดขึ้นจะเป็นทางด้านอารมณ์ ความคิด และจะส่งผลมาในรูปแบบพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่นการกิน การนอน การทำงาน และเมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะมีการทำร้ายตัวเอง และนำมาสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด
1
เรามาดูความจริง เกี่ยวกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า
medium.com
1. เราไม่รู้ตัวหรอก ว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า
นี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น หลายคนที่กิ๊ฟพูดคุย มักจะมีอาการแสดงทางกายรุนแรงในระดับหนึ่งถึงจะเริ่มรู้ตัว ทำร้ายตัวเอง มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย มไม่มีใครมาถามตัวเองบ่อยๆหรอกว่า เราเป็นโรคซึมเศร้ารึเปล่า การทำงานของสมองจะแคบลง ความคิดจะช้าลง ส่วนใหญ่รู้เมื่อมีกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับหรือนอนมากกว่าปกติ เบื่ออาหารหรือกินมากขึ้น ไม่มีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
บางคนมาด้วยอาการทำร้ายร่างกายตนเอง มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย นั่นหมายความว่า มีภาวะซึมเศร้าแอบแฝงมานานแล้วแล้ว อาการรุนแรงมากขึ้น จนถึงมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง นี้คือจุดที่รุนแรงที่สุดของโรคซึมเศร้า
คำถามคือ เพราะอะไรทำไมถึงมีผู้ที่มีภาวะโรคซึมเศร้าแฝงอยู่ในสังคม ไม่ได้รับการรักษา อาการรุนแรงจนถึงฆ่าตัวตาย บางรายทำสำเร็จ บางรายช่วยได้ทัน บางรายโชคดีเพียงแค่ทำร้ายร่างกายตนเอง
1
น่าเศร้ากว่านั้นคือ ผู้ที่มีอาการแสดงออกมา การกิน การนอน การทำงานผิดปกต แต่ไม่ตระหนัก เมื่อตัวเองไม่รู้ตัว คนรอบข้างไม่สังเกต สิ่งที่ตามมาคือ ภาวะซึมเศร้าที่แฝงตัวกัดกินทั้งร่างกายจิตใจ พลาดโอกาสการรักษา นำมาสู่การสูญเสีย
1
เพราะอะไร ถึงเป็นเช่นนั้น มันยากที่ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าจะรู้ตัวเอง ในสภาวะที่สมอง ความคิดมืดบอด ถ้าการเข้าถึงข้อมูลไม่มากพอ ความรู้ไม่มากพอให้ตระหนัก
ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าจะรับรู้ว่าตัวเองไม่มีความสุข เสียใจ รู้สึกไม่สบายใจ แต่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร เขาเข้าใจว่าเขาไม่มีความสุข แต่ไม่รับรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้น และใช้ชีวิตแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันมีผลกระทบและแสดงออกมาในรูปแบบต่างๆ และเมื่อรุนแรงขึ้นก็จะจบลงที่การทำร้ายตัวเอง การไม่อยากมีชีวิตอยู่ การทำให้ตัวเองหายไป
การเข้าถึงข้อมูล การเรียนรู้ทั้งความหมาย อาการ และความสูญเสีย เพื่อที่จะได้เข้าใจในโรคซึมเศร้า รวมถึงการเปิดใจ มีความสำคัญมาก ไม่ว่าต่อตัวเอง หรือในฐานะคนรอบข้างที่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติคนอื่นได้
2. เรายังมีความรู้ไม่มากพอ
https://www.medicalnewstoday.com/articles/326769.php#13-symptoms-of-depression
ขณะที่มีการรณรงค์ ให้ความรู้เรื่องการคัดกรองโรคซึมเศร้า แต่เพราะอะไรทำไมถึงดูเหมือนไม่ได้ผล
โดยทั่วไปแบบประเมินคัดกรองโรคซึมเศร้า หลักๆ จะแบ่งเป็นแบบ 3 แบบคือเบื้องต้น (2Q) มี 2 คำถาม แบบที่รายละเอียดเพิ่มขึ้นเจาะลึกกว่า (9Q) มี 9 คำถาม และแบบประเมินการฆ่าตัวตาย (8Q) มี 8 คำถาม
ความจริงคือ คำถามที่เป็นแบบคัดกรองเบื้องต้น คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ท่านรู้สึกหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง และเบื่อหน่าย ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลิน เป็นคำถามที่ง่าย แต่หากเรามองข้ามไป ภาวะซึมเศร้าอาจก่อขึ้นในใจโดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้
เมื่อเราไม่มีความรู้มากพอ สิ่งที่ตามมาคือ เราไม่รู้ตัวว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า เราหรือแม้แต่คนรอบข้างเราสังเกตเห็น แต่ก็ไม่ได้ตระหนัก หรือสนใจให้ความสำคัญ พูดคุย และพาเข้าสู่การรักษา
ความยากของการคัดกรองโรค อีกอย่างหนึ่งคือ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น อารมณ์ ความรู้สึก ไม่ได้แสดงเป็นอาการตายตัว ตรงไปตรงมาชัดเจนเหมือนในคำถามคัดกรองโรค
ขนาดโรคทางกายยังต้องวิเคราะห์อาการเพื่อดูว่าเข้ากับโรคใด และโรคทางใจ อาการที่มองไม่เห็น บางคนที่ไม่เข้าใจตัวเอง บอกไม่ได้ว่ามีการแบบนี้หรือไม่ ยิ่งทำให้เป็นปัญหามากขึ้น
เราควรรู้ เข้าใจความหมายของคำถามแบบคัดกรองโรค ถึงแม้ในบางครั้ง ต้องมีการพูดคุยโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เข้าใจมีประสบการณ์ เช่น แพทย์ พยาบาล ถึงจะวิเคราะห์ได้ว่าคุณมีอาการต่างๆเหล่านี้หรือไม่ และทุกครั้งที่มีการพูดคุยก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง แต่มันก็ดีกว่าเราไม่มีความรู้อะไรเลย ถือว่าเป็นการป้องกันเบื้องต้นโดยตัวเราเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว โดยภาระงานของเจ้าหน้าที่ก็ยิ่งทำให้การพูดคุยการคัดกรองไม่ทั่วถึง
มันมีความจำเป็นมาก ที่ประชาชนทั่วไป ต้องรู้คำถามเบื้องต้นในการคัดกรองโรค พื้นฐานคือ 2Q แต่ถ้าให้ดีควรที่จะเข้าใจ 9Qไปเลย ซึ่งถ้าเราลองอ่าน ทำความเข้าใจในแต่ละข้อ เราก็จะรู้ว่ามันไม่ยากเลย อาการอยู่ในกลุ่มเดียวกัน มีความต่อเนื่องกัน สัมพันธ์กัน ไม่ต้องจำว่ามี 9 ข้อ แต่ต้องเข้าใจว่า อาการมันหลักๆ9ข้อนี้นะ เมื่อเราเข้าใจมันจะง่ายกว่าการจำ
3. เรามองเห็นกันน้อยลง
เรื่องที่น่าเสียใจ และช่วยได้ยากที่สุด แถมยังเป็นความจริงที่โหดร้าย
แต่ปฎิเสธไม่ได้ในสังคมปัจจุบัน
จากข้อที่หนึ่งที่บอกไปแล้วว่า มันยากที่เราจะรู้ตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญคือ คนรอบข้างที่คอยสังเกต และจากข้อสองที่เราบอกไปแล้วว่า การคัดกรองไม่ได้ง่าย เพราะอาการไม่ตายตัว ตรงไปตรงมา เหมือนในคำถามแบบคัดกรอง เพราะฉะนั้น ต้องใช้การสังเกต การพูดคุย รายละเอียดความผิดปกติเล็กๆน้อยๆ
ในปัจจุบันที่กระแสสังคมวุ่ยวาย แต่ละคนดูมีเรื่องราวของตัวเองให้ต้องจัดการ การขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องที่บางคนไม่กล้า เราหลงลืมไปว่าเราอ่อนแอได้ อาจในช่วงหนึ่งในชีวิตที่เราต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นจริงๆ
มาตรฐานเกณฑ์ความสุขเรามากขึ้น แต่ละคนไขว่คว้าไล่ตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ จนลืมมองคนข้างๆ ความผิดปกติของเขาเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เรามองข้าม
ในสายงานที่มีความกดดัน เครียดได้ง่าย ความคาดหวังของสังคม ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มงานสายสุขภาพ แพทย์พยาบาล งานผู้พิพากษา ทนายความที่เกี่ยวข้องเรื่องคดี ผลประโยขน์ หรือจะเป็นนักร้อง ดาราที่ดูเหมือนชีวิตสวยหรู แต่พวกเขาเหล่านั้นต้องรับความกดดันต่างๆไว้มากมาย ใครไหวก็ไปต่อ ใครไม่ไหวก็ถูกทิ้งไว้กลางทาง
ใบหน้าของคนซึมเศร้าใช่ว่าจะยิ้มไม่เป็น ถ้าเราไม่สังเกต ไม่เข้าใจ ไม่เข้าถึง เราอาจไม่รู้เลยก็ได้ว่าเขาร้องไห้อยู่
1
ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับไม่มีใครรู้ว่าใครคนหนึ่งมีความคิดฆ่าตัวตาย มีบาดแผลรอยกรีดที่ข้อมือ ดารานักร้องที่มีแต่คนมอง ชื่นชม แต่กลับไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่กัดกินในใจเขา จนวันหนึ่งเขาจากเราไป
ในเรื่องของโรคซึมเศร้าเอง คนรอบข้างมีความสำคัญมาก บางคนอาจไม่มีความรู้แต่ใส่ใจ มองเห็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ รับรู้ได้ว่า "ช่วงนี้เธอดูไม่มีความสุข" เป็นผู้รับฟังที่ดี พูดคุยได้ ไว้ใจได้ ก็ทำให้รับรู้ถึงปัญหา และนำไปสู่การวินิจฉัย
2
"แค่รับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ถึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร ก็ยังดีกว่าปล่อยผ่านไป และสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ทัน"
คนรอบข้างที่ไม่สนิทแต่มีความรู้ เมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นและเราสังเกตเห็น นึกถึงโรคซึมเศร้า ก็ทำให้ได้รับการคัดกรอง และรักษาได้ทันท่วงที
สิ่งสำคัญที่สุด คือการสังเกต การมองเห็น การรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น หลายครั้งที่เราต้องเป็นฝ่ายถาม เริ่มบทสนทนา ค่อยๆให้ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าระบาย เปิดเผยเรื่องราวออกมา แต่มันก็ไม่ได้ง่าย เพราะมันต้องขึ้นอยู่กับว่าเขาจะไว้ใจเล่าเรื่องราวออกมามากแค่ไหน
เมื่ออีกฝ่ายไม่ไว้ใจ และอีกฝ่ายก็ไม่รับรู้ ต่างฝ่ายต่างหันหน้าพูดคุยกันเหมือนปกติ แต่ลึกๆแล้วกลับมองไม่เห็นรอยร้าวที่อยู่ข้างในใจ
เรื่องนี้กิ๊ฟคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก อยากให้ทกคนใส่ใจกัน "เป็นไง สบายดีไหม" อยากให้มันเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบจริงๆ มากกว่าแค่คำทักทาย
การเป็นผู้ฟังที่ดี ที่เข้าใจ ที่ไว้ใจได้ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ความผิดปกติืีที่เกิดขึ้นถูกเปิดเผย และนำมาสู่กระบวนการรักษา
เราต้องเข้าใจว่า ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า คือคนที่เวียนวนอยู่วังวนของปัญหาที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความพยายามแก้ปัญหา การพยายามดึงตัวเองขึ้นมาจากหลุมดูเหมือนไม่ได้ผล ในบางครั้งจำเป็นต้องให้คนรอบข้างช่วยดึงเขาขึ้นมา
4. รับรู้แต่ไม่ยอมรับ
แย่ยิ่งกว่าการรับรู้ว่าตัวเองอาจเป็นโรคซึมเศร้า คือการไม่ยอมรับ ปฏิเสธและปล่อยให้อาการความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นี้คือเรื่องจริง เมื่อนึกถึงโรคซึมเศร้าหลายคนยังมีอคติ "คนบ้า โรคจิต "
ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าคือผู้ที่ติดอยู่ในวังวนของปัญหา หลายๆเรื่องๆสะสมสมทับถม กดดันอยู่ในใจ เมื่อไม่ได้ระบายออกมา หาทางออกยังไม่ได้ ถึงจุดหนึ่งที่ความเข้มแข็งของจิตใจเกินรับไหว มันไม่ได้ระเบิดออกมาเหมือนระเบิดเวลา และทุกอย่างจะหาย แต่เป็นการเริ่มต้นสู่ภาวะที่ว่างเปล่า ความเจ็บปวด ความเสียใจ ฉันไม่มีความสุข แต่หาต้นตอปัญหาไม่เจอแล้ว
เรารู้ว่ามีบางอย่างอยู่ในใจ เรารู้ว่าหัวใจเราอึดอัด แต่ที่ร้าย คือเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร
บางคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองเป็น แต่บางคนสงสัยว่าตัวเองเป็น แต่ไม่อยากเชื่อ เพราะลึกๆแล้ว ตัวเองก็ยังมีอคติ มีความคิดในแง่ลบกับโรคซึมเศร้า เมื่อเกิดขึ้นกับตัวเอง ใครจะยอมรับ?
เมื่อหัวใจมันไม่ไหว การปฏิเสธก็เหมือนปล่อยให้มันทำงานหนักต่อไปเรื่อยๆ
5. คนรอบข้างมีมากมาย แต่คนที่เข้าใจและไว้ใจมีไหม?
unsplash.com
คนรอบข้างที่สนใจ ใส่ใจ แต่หากผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าเองไม่เปิดใจ การแก้ปัญหาก็ทำได้ยาก
คนที่ไว้ใจ ไม่ได้หมายถึงคนที่เขาไว้ใจได้ แต่คือคนที่เขารู้สึกว่าไว้ใจได้ เราอาจเป็นคนหนึ่งที่อยู่ข้างเขา แต่ขณะเดียวกัน เขาอาจไม่ได้จัดให้เราอยู่ในความสำคัญมากพอที่จะนึกถึง
2
ถ้าเรามีปัญหาต้แงการพูดคุยกับใครสักคน สิ่งสำคัญคือความไว้ใจ ที่เราต้องรู้สึกปลอดภัย ความลับ เรื่องที่เราไม่กล้าหรือไม่อยากเปิดเผย
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกันคือ คนๆนั้นต้องเข้าใจเรา รับรู้ถึงสิ่งที่เรารู้สึก สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราเป็น การรับรู้ความหวังดีจากเขา รับรู้ว่าเขาอยู่ข้างเรา รับรู้ว่าเราไว้ใจเขาได้ แต่มันอาจไม่ได้ช่วยอะไรมากพอ ถ้าหากเขาไม่เข้าใจเรา
เราจะไม่อยากพูด เล่าเรื่องอะไรให้ฟังเลยถ้าเขาไม่เข้าใจ หรือในทางตรงข้ามอาจจะเข้าใจผิดไปอีกประเด็นเลยก็ได้
การสะท้อนกลับ ความรู้สึก ความคิด เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยัน ทำให้ผู้พูดอบอุ่นใจว่า เขาเข้าใจเรา แต่หากสิ่งที่สะท้อนกลับมันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดหรือรู้สึก อาจยิ่งเป็นการทำให้เขาขาดความมั่นใจ "จะมีใครเข้าใจเราไหม"
ผู้ที่ภาวะซึมเศร้าคืือผู้ทีี่่มีปัญหา แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร ความเสียใจ ความเศร้าที่เกิดขึ้น ตัวเขาเองอาจไม่รู้ ไม่เข้าใจตัวเองด้วยซ้ำ หลายๆครั้งที่จะเริ่มต้นเล่าเรื่อง ระบายความในใจให้ใครฟัง เขาไม่รู้จะเริ่มยังไง จะเล่ายังไง หรือบางทีเขาอาจคิดว่ามันไม่มีเรื่องให้ต้องระบายออกมาด้วยซ้ำ
เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเขา แต่สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า "เขารู้สึก" ยังไง
เขาไม่ต้องการคำแนะนำในตอนนั้น แต่ต้องการคนที่เข้าใจเขา
เป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ สดชื่นและไหลเย็น ปลอบประโลมเขา
เป็นภูเขาที่ตั้งตระหง่าน เป็นความมั่นคง เป็นที่พักพิงให้เขา
เป็นความว่างเปล่า ที่พร้อมจะให้เขาโยนอะไรมาก็ได้
มันไม่ง่ายที่จะหาคนที่ไว้ใจที่พร้อมจะเล่าเรื่องเปราะบางให้ฟัง และมันก็ไม่ง่ายที่คนๆนั้นจะเข้าใจเรื่องที่ซับซ้อน ที่แม้กระทั่งตัวเราก็ไม่เข้าใจ ที่เราไม่รู้จะพูดยังไง แต่เขาเข้าใจ
มันไม่ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะหามันไม่เจอ
คุณสมบัติที่สามารถเข้าใจคนอื่นได้ อาจจะเรียกว่าเป็นพรสวรรค์ เป็นคุณสมบัติพิเศษของคนๆหนึ่งเลยก็ได้
เราสามารถฝึกให้ตัวเองเป็นคนที่เข้าใจคนอื่นได้ แต่คงไม่ใช่ฝึกชั่วครั้งคราว แต่เป็นการฝึกอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ เราจะเข้าใจคนอื่นได้ ถ้าเราเข้าใจตนเอง
ให้เป็นผู้ฟังที่ดี เราอาจไม่เข้าใจเขาตอนนี้ แต่เราจะพยายามเข้าใจเขา
อย่างน้อย.. ให้เขารู้สึกปลอดภ้ย มีคนอยู่ข้างๆ มีคนที่พร้อมจะจับมือ มีคนที่หันมาเมื่อไรก็เจอ
มันอาจจะยากเกินกว่าคนทั่วไปที่จะเข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อน เป็นคนๆที่ค่อยพาเขาเข้าใจปัญหา คลายปมขัดแย้งในใจ
หากเราคิดว่าเกินที่เราจะช่วยได้ หรือประเมินแล้ว ลองใช้แบบคัดกรองว่าเขาอาจเสี่ยงภาวะซึมเศร้า เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพาเข้าไปพบผู้ที่เชี่ยวชาญกว่า และเข้าสู่การรักษา
หากความผิดปกติที่เกิดขึ้น มันมากกว่าการพูดคุย การใช้สนทนาบำบัดจะช่วยได้ เขาอาจจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารเคมีในสมอง และนั่นก็เป็นหน้าที่ในฐานะเพื่อน ครอบครัว ที่เราต้องช่วยเขา
การรักษาโรคซึมเศร้ามันไม่ยาก แต่การพาเขาเข้าสู่การรักษายากกว่า ?
6. อย่าบอกให้ สู้สู้!
unsplash.com
กว่าจะผ่านมาอยู่ในจุดเกิดภาวะซึมเศร้า การพยายามต่อสู้กับปัญหา การพยายามแล้วล้มเหลว แล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ แก้ปัญหาหาทางออกให้กับตัวเองไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายคือต้องกลับมาวนลูปเดิมๆ เราไม่รู้เขาผ่านอะไรมาบ้าง เราไม่รู้ความอดทน ความเข้มแข็งของจิตใจเขามีมากแค่ไหน
การเลี้ยงดูที่แตกต่าง สภาพแวดล้อมในการเติบโต ทัศนคติการมองโลก ล้วนเป็นเป็นปัจจัยต่อการความแข็งแกร่ง ความเข้มแข็งของจิตใจ ทักษะการแก้ปัญหา
ปัญหาที่เจอมันบอกไม่ได้ว่าจะส่งผลให้คนๆหนึ่งถึงขนาดอยู่ในภาวะซึมเศร้าได้ไหม ให้เรารับรู้ว่า "เขาทำเต็มที่แล้ว" และ "เขาเหนื่อยมากแล้ว"
การบอกให้เขาสู้ๆ ไม่ต่างกับทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว เผชิญความมืดหม่นเพียงลำพัง
การให้คำแนะนำ ไม่ต่างกับบอกให้เขาลุกขึ้นสู้ต่อ เหมือนฝืนให้ร่างกายทำงาน ทั้งๆที่มันไร้เรี่ยวแรง
คำแนะนำ ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการในตอนนั้น การ shutdown ให้ร่างกายจิตใจได้พัก และหลังจากนั้นค่อยมา restart เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งหนึ่ง
คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในจุดภาวะซึมเศร้าคือเขาต้องการความว่างเปล่า หลายคนกินยานอนหลับ เพราะชอบความไม่มีตัวตน ตัดขาดจากโลกใบนี้
1
เขาไม่เสียใจ หรืออาจยินดีด้วยซ้ำถ้าเขาจะหลับและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย
"สู้สู้" "ลูกผู้ชายไม่ร้องไห้" หรือ "ยิ้มเข้าไว้" ล้วนเป็นการฝืนให้เขายิ่งเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม
ปล่อยให้เขาได้พัก หลับตานอนลงเฉยๆ ไม่ต้องรับรู้วันเวลา ไม่ต้องรีบเร่ง ไม่ต้องมีเรื่องที่ต้องทำ
และถึงแม้การพูดคุยระบายปัญหา หรือสนทนาบำบัดค่อยๆคลี่คลายปม จะเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่มันอาจยังไม่ใช่เวลานี้
และนี้คือจุดที่ความไว้ใจ สำคัญกว่า ความเข้าใจ
ความปลอดภัย ความสบายใจ และความว่างเปล่า คือสิ่งที่เขาต้องการที่สุดในเวลานี้
ให้ตระหนักไว้อย่างหนึ่งว่า ถึงจะพาเขาออกมาจากสิ่งแวดล้อมเหล่านั้น ออกมาจากปัจจัยที่กระตุ้นความคิด ความรู้สึกเขา แต่ในสมองเขาก็ยังมีความคิดเหล่านั้นวนเวียนอยู่
เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ หากเราจะพูดถึงประเด็นเหล่านั้นเพิ่มเข้าไปให้เขาคิด จากเดิมที่สมองเขาคิดอยู่แล้ว
เป็นความสบายใจให้เขา เป็นพลังงานบวกให้เขา ในเวลาที่เขา มีแต่พลังงานด้านลบรอบกาย
7. ฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้อยากตาย
นี้คือข้อสุดท้ายที่กิ๊ฟจะพูด ถึงความจริงผู้ป่วยซึมเศร้า "ฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้อยากตาย"
ความว่างเปล่า เป็นสิ่งที่เขาต้องการ หากตัดต่อมรับความรู้สึก ไม่ต้องรู้สึกอะไรได้เขาก็จะทำ หากสั่งสมองไม่ต้องคิด ไม่ต้องรับรู้ ประมวลผลสิ่งต่างๆได้ เขาก็จะทำ
ผู้ป่วยซึมเศร้าที่มีปัญหานอนหลับยาก หรือไม่หลับ ยานอนหลับคือตัวช่วยที่เหมือนจะดีที่สุดในเวลานั้น
เขาชอบเวลาที่ตัวเองหลับ เพราะมันไม่ต้องคิด ไม่ต้องรู้สึก เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกที่เมื่อเจอทางตันมากๆ เขาจะกินยานอนหลับในมือเป็นกำๆ และปล่อยให้ตัวเองหลับไป ไม่สนใจว่าจะตื่นหรือไม่
ชีวิตมันหนักเกินกว่าที่จะรับไหว การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีที่เขาต้องการ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ได้อยากฆ่าตัวเอง
การเอามีดกรีดข้อมือ หรือการกินยา สารพิษบางชนิด ทำร่างกายตัวเองก็เป็นการวัดดวงว่าตัวเองจะตายหรือไม่
เขาไม่กลัวความเจ็บปวด ความตายหรือการมีชีวิตอยู่ ดูเป็นเรื่องที่เขาฝากไว้กับดวง โชคชะตา
และสำหรับคนที่ต้องการหายไป โดยที่ไม่ต้องฝากไว้ที่ดวงหรือโชคชะตา เขาก็จะเลือกทำในสิ่งที่เขามั่นใจว่าตัวเองจะได้หายไปจากโลกนี้อย่างแน่นอน และนั่นจะนำมาสู่การวางแผน การเตรียมตัว ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะน่ากลัวที่สุด
การแขวนคอ การรมควัน การยิงปืน การตกจากที่สูง การจมน้ำตาย ดูเป็นวิธีที่แน่นอนในการปลิดชีวิตตัวเองกว่าการใข้ยา หรือการใช้มีด
เขาไม่ได้อยากตาย แต่ก็ไม่ได้อยากมีชีวิตอยู่
การมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี แต่ความตายก็เป็นเรื่องที่เขาไม่อยากทำเช่นกัน
จะมีชีวิตอยู่อย่างไร โดยที่ไม่ต้องเจ็บปวด เป็นเรื่องที่เขาพยายามแต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง สุดท้ายเขาก็ทำอะไรไม่ได้
สิ่งที่เขาเสียใจที่สุดในชีวิต คือการฆ่าตัวตาย ถึงแม้จะรู้สึกผิดแค่ไหน แต่ความเจ็บปวดในชีวิตมันมากยิ่งกว่า
ในความเป็นจริง สิ่งที่คนภายนอกมองเห็นมันดูไม่มีเรื่องที่น่าเศร้า ถึงขนาดทำให้เขาอยากหายไป ไม่อยากมีชีวิตอยู่
แต่ความจริงของเขา คือโลกทั้งใบเหมือนจะแบกไว้ที่เขาคนเดียว
Facebook page : mind core
อีกมุมหนึ่งที่เราไม่เคยรู้ นี้เป็น7ข้อ 7ความจริงส่วนหนึ่งที่กิ๊ฟต้องการนำเสนอ
โรคซึมเศร้าเป็นเรื่องที่เราเข้าถึงเข้าใจ และมองเห็นได้ คนกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มทีี่่แตกต่าง แปลกแยกจากเรา มันคือความผิดปกติอย่างหนึ่งไม่ต่างจากความผิดปกติทางกาย
ความเข้มแข็งของจิตใจคนต่างกัน การสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจ การมองชีวิตในด้านบวก เป็นเรื่องที่สำคัญ ยิ่งในสังคมปัจจุบันที่พร้อมจะมีปัจจัยทำให้เรามองความสุขของเราลดลง
"ชีวิต เป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุด"
บางทีคนที่เขาฆ่าตัวตาย ถ้าย้อนเวลากลับไป เขาอาจจะไม่อยากทำแบบนั้น เพราะเขารู้ว่า มันเป็นเพียงแค่ช่วงหนึ่งที่สมองคิดแบบนั้น ลึกๆแล้วเราต่างต้องการอยากมีชีวิต ...
"Life is worth living for .."
1
แบบทดสอบสุขภาพโดยกรมสุขภาพจิต
(เข้าไปดู ลองอ่านทำความเข้าใจ มันเรื่องใกล้ตัวมากๆเลยนะ)
เบอร์โทรศัพท์ สายด่วนสุขภาพจิต
1323
( โทรติด คุยได้ รับฟังดีจริง อันนี้จากคนที่เคยโทรและมาเล่าให้ฟัง )
☺️☺️😁😁✌️✌️
ขอให้ทุกคนมีความสุข มีพลังงานบวกเยอะๆ แล้วพบกันใหม่ค่ะ
โฆษณา