Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หรรสาระ By Jeans Aroonrat
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
14 ธ.ค. 2019 เวลา 09:01 • การศึกษา
#เยอรมันหลังนาซีกับค่ายกักกันเอาช์วิทซ์
#งานดาร์คทัวร์ที่ควรมา
เมื่อวานนี้ ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม ขุ่นป้าอังเคล่า มาร์เคิล แม่เมืองเยอรมันเดินทางไปเยี่ยมไว้อาลัยที่ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ ในยุคนาซีเยอรมันในประเทศโปแลนด์อย่างเป็นทางการ
ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์น่าจะเป็นค่าย หรือจะเรียกว่าคุกเชลยก็ได้ ที่สร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่เยอรมันบุกยึดโปแลนด์ตอนปี 1939 แล้วก็สร้างค่ายนี้ขึ้น เพื่อกวาดต้อนทหารเชลย และชาวยิวมาขังไว้ในค่ายนี้ ซึ่งกองทัพนาซีได้สร้างค่ายกักกันลักษณะนี้ไว้มากกว่า 20,000 แห่งทั่วดินแดนที่นาซีบุกไปยึด แต่ค่ายเอาช์วิทซ์น่าจะใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุดแล้ว เพราะเป็นฉากในท้องเรื่องภาพยนตร์ดัง อาทิ Schindler's List The Reader
1
นอกจากจะเห็นในภาพยนตร์แล้ว ทหารนาซีเองยังมีถ่ายภาพ บันทึกไว้เองเป็นหลักฐานอีกด้วย ตอนที่ทหารโซเวียตยกทัพมาตีกองทัพนาซี จนสามารถปลดปล่อยเอาช์วิทซ์ได้ตอนปี 1945 ยังพบเห็นทหารนาซีกำลังโยนฟิล์มบันทึกภาพทิ้งในเตาเผาเป็นจำนวนมาก แต่ทำลายไม่หมด จนเหลือเป็นหลักฐานให้โลกตะลึงถึงทุกวันนี้
หากนับจำนวนคร่าวๆของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวโดยนาซี ตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ที่ราวๆ 6 ล้านคน แต่แค่ที่ค่ายเอาช์วิทซ์ที่เดียว ก็สังหารชาวยิวไปไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนแล้ว
นั่นคือเรื่องราวสมัยนาซี ที่คนเยอรมันเขาย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากเผชิญหน้ากับอดีต และอุทิศวันนี้ เพื่อชดเชย และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม
1
เช่นเดียวกับสุนทรพจน์ของขุ่นป้ามาร์เคิล ที่กล่าวไว้ ณ อนุสรณ์ค่ายกักกันเอาท์วิทซ์ ที่เป็นการเยือนครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งแม่เมืองเยอรมันมา 14 ปี
"I am filled with deep shame in the face of the barbaric crimes that were here committed by Germans. Crimes that are unfathomable,"
"ความรู้สึกของข้าพเจ้าเต็มไปด้วยความละอายใจอย่างสุดซึ้ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาชญกรรมอันป่าเถื่อน ไร้อารยะ ที่กระทำโดยชาวเยอรมันในอดีต เป็นอาชญากรรมที่ฝากรอยบาดลึกจนยากจะอภัยได้"
"Remembering the crimes ... is a responsibility which never ends. It belongs inseparably to our country. To be aware of this responsibility is part of our national identity,"
"การจดจำอาชญากรรมเหล่านี้ ถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเราที่ไม่มีวันสิ้นสุด และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในประเทศของเรา หน้าที่รับผิดชอบนี้จะแสดงอยู่ในตัวตนของคนเยอรมันตลอดไป"
นอกจากจะมาเยี่ยมไว้อาลัยแล้ว ขุ่นป้ามาร์เคิล ยังมอบเงินบริจาคจากรัฐบาลเยอรมันจำนวน 60 ล้านยูโร ให้แก่มูลนิธิเอาท์วิทซ์-เบียเคเนา ที่ก่อตั้งเพื่อบำรุงสถานที่ค่ายกักกันทั้ง เอาท์วิทซ์ และเบียเคเนา ที่อยู่ใกล้ๆกัน และปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมหลักฐาน เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลกต่อไป ซึ่งมูลนิธินี้ ก็มีรายได้จากเงินบริจาคจากรัฐบาลเยอรมันเป็นหลักอยู่แล้ว เพราะเขาไม่เก็บค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยวทั่วไป
ในสถานที่ที่มองไปทางไหน ก็เห็นแต่ความสลดหดหู่ แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากกว่า 2 ล้านคนในแต่ละปี และได้รับการโหวตเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ตลอดกาลสำหรับนักท่องเที่ยวผู้นิยมสาย Dark Tourism
ดาร์คทัวร์ นั้นหมายถึง การท่องเที่ยวไปในสถานที่ที่มีความหลังที่ไม่ค่อยสู้ดี ที่เป็นสัญลักษณ์ของความหายนะ และความตายที่เกิดจากมนุษย์ด้วยกันเอง หรือภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเพื่อระลึก เตือนสติ หรืออยากลองของก็แล้วแต่ ถ้าไม่นับความหดหู่ ไม่น่าดูของสถานที่ การมาเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวประเภทดาร์คทัวร์ มักจะให้อะไรหลายๆอย่างกับเราเหมือนกัน นอกเหนือจากความบันเทิง วันนี้ก็จะขอปิดท้ายด้วย 7 อันดับสถานที่ดาร์คทัวร์ชื่อดังติดอันดับโลก ที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวชมหากมีโอกาสนะคะ
1. ค่ายกักกันเอาท์วิทซ์ ค่ายกักกันชาวยิว- โปแลนด์
2. โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบีล ที่เกิดเหตุระเบิดตอนปี 1986 - ยูเครน
3. เมืองมรณะ ปอมเปอี ที่ถูกฝังจากหินลาวาจากภูเขาไฟวิสุเวียสเมื่อ 2000 ปีก่อน - อิตาลี
4. อนุสรณ์นิวเคลียร์เมืองฮิโรชิม่า - ญี่ปุ่น
5. Ground Zero จุดเกิดเหตุวินาศกรรม 9/11 - สหรัฐอเมริกา
6. ทุ่งสังหาร อนุสรณ์เขมรแดง - กัมพูชา
7. เกาะบิกินิ หมู่เกาะมาร์แชลส์ สถานที่ทดลองระเบิดนิวเคลียร์นับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะทิ้งระเบิดจริงที่เมืองฮิโรชิม่า และ นางาซากิ
15 บันทึก
33
8
2
15
33
8
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย