16 ธ.ค. 2019 เวลา 09:22 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
นักวิจัยพบว่าฝุ่น PM 2.5 มีความเชื่อมโยงกับโรคอัลไซเมอร์
#ChevronEnjoyScience #KenanAsia
(เรียบเรียงโดย ดร. มิติ เจียรพันธุ์, ภาพโดย ศิริญพร เจตบรรจง)
หากเราอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างยามเช้า เราอาจจะบอกไม่ได้แล้วว่าทิวทัศน์พร่ามัวนั้นเป็นผลมาจากหมอกหรือฝุ่นกันแน่ ซึ่งฝุ่นที่ได้รับความสนใจกันในตอนนี้คงหนีไม่พ้น ฝุ่นPM 2.5
คำว่า PM 2.5 นั้นมีที่มาอย่างไร? และเกิดขึ้นได้อย่างไร?
PM นั้นย่อมาจาก Particulate Matter ซึ่งเป็นอนุภาคฝุ่นขนาดเล็กแขวนลอยในอากาศ ส่วนตัวเลข 2.5 คือเส้นผ่านศูนย์กลางของอนุภาคซึ่งเท่ากับ 2.5 ไมครอน (เล็กกว่าความหนาเส้นผมราว 30 เท่า)
แหล่งกำเนิดฝุ่นเหล่านี้คือ ท่อไอเสียยานพาหนะ ปล่องโรงงาน การก่อสร้าง ควันบุหรี่ ไฟป่าหรือกระทั่งภูเขาไฟระเบิด
เนื่องจากฝุ่นเหล่านี้มีขนาดเล็กและแขวนลอยในอากาศได้นานจึงถูกลมพัดมาไปที่อื่นๆได้ด้วย
ฝุ่นสามารถจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินหายใจ ดังนั้นเราอาจได้รับฝุ่นนี้ในปริมาณมากหากอาศัยในเมืองใหญ่ที่อากาศเต็มไปด้วยมลภาวะ ปัญหาจริงๆคือ ฝุ่นPM 2.5 มีขนาดเล็กมากจนขนจมูกดักจับไม่ได้ทำให้ฝุ่นเหล่านี้เล็ดลอดเข้าไปยังปอดและระบบหมุนเวียนโลหิตผ่านไปยังระบบอื่นๆของร่างกายได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอย่างหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจอาการกำเริบเมื่อได้รับ ฝุ่นPM 2.5 มากพอ
ล่าสุด เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2019 มีงานวิจัยชี้ว่าฝุ่น PM 2.5 เกี่ยวข้องกับโรคสมองฝ่อ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์และความจำเสื่อมด้วย! นักวิจัยศึกษาหญิงในช่วงอายุ 73 – 87 ปีจำนวน 998 คนโดยการสแกนสมองและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในบริเวณที่กลุ่มตัวอย่างอาศัยอยู่เพื่อใช้ประมาณการว่าแต่ละคนได้รับPM 2.5 มากน้อยแค่ไหน
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างมลภาวะที่ได้รับความเปลี่ยนแปลงของสมองและความจำซึ่งสรุปได้ว่าการได้รับPM 2.5 เป็นเวลานานกระทบต่อสมองและความจำอีก รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงของอัลไซเมอร์
โฆษณา