17 ธ.ค. 2019 เวลา 05:57
เมื่อมันไม่ใช่แค่ใครก็ได้
🏈
เมื่อผมกำลังอ่านหนังสือเรื่อง grit ไปจนถึงเจอบทที่พูดถึงเรื่องวัฒนธรรมในองค์กร ในหนังสือนั้นยกตัวอย่างวัฒนธรรมในทีม ซีเอทเทล ซีฮอคร์ ทีมอเมริกันฟุตบอลในลีค NFL
ว่าวัฒนธรรมของเรานั้นแตกต่างจากทีมอื่น เรามีวิธีคิดและวิธีที่ใช้สื่อสารกันนั้นต่างออกไป เมื่อเราต้องการใครมาร่วมทีม เราจึงต้องค้นหาว่าคนนั้นเป็นคนมีทัศนคติแบบไหน เขาตอบสนองอย่างไรเมื่อเจอความผิดหวัง และเข้าจะจัดการกับมันยังไง
ประโยคในหนังสือข้างต้นนั้นทำให้ผมคิดถึงหนังเรื่องหนึ่ง ที่เคยดูมาเมื่อหลายปีก่อน Draft day
Draft day เป็นหนังเกี่ยวกับการ เลือกผู้เล่นจากระดับมหาวิทยาลัยเข้ามาสู่ ลีค NFL โดยแต่ละทีมนั้นจะต้องเลือกผู้เล่นหน้าใหม่นั้นเข้ามาสู่ทีมตัวเอง โดยที่ผู้เล่นที่จบมหาวิทยาลัยจะถูกเลือกแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
เมื่อมันเป็นสิ่งที่ทีมต่างๆจะต้องเลือกผู้เล่นเข้ามาสู่ทีม สิ่งแรกที่คุณต้องการก็คือผู้เล่นที่ดีที่สุดเข้ามาสู่ทีม เพื่อยกระดับการเล่นของทีมให้สูงขึ้น มันคงง่ายที่ว่าแค่เอาคนเก่งเข้ามาในทีมก็จบ แต่ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น
ในหนังนั้นพาเราเจอกับตัวละครชื่อ โบ คาราแฮนด์ ควอเตอร์แบ็ค ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุด และคาดว่าจะถูกเลือกเป็นคนแรกในการเลือกครั้งนี้
แต่เมื่อมันไม่ใช่ใครก็ได้ ในหนังมีนำข้อมูลการเล่น สถิติต่างๆ เกรดเฉลี่ยในการศึกษา ทุกอย่างที่จะเก็บได้นำมาวิเคราะห์ เพราะนี้คือการเลือกผู้เล่นเข้ามาสู่ทีม คุณจึงต้องรู้ว่า คุณกำลังจะซื้อของจริงหรือของเก้กันแน่
หนึ่งในแมวมองของทีม ค้นพบเรื่องที่น่าแปลกใจ เมื่อโบ ได้จัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ตัวเองในวัย 21 ปี มีการเก็บรายชื่อของผู้เข้ามาร่วมงานในวันนั้นเป็นร้อยคน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกที่คนจะมาเยอะขนาดนั้น เพราะเขาเป็นผู้เล่นดาวดังในมหาวิทยาลัยและยังเป็นกัปตันทีมฟุตบอลด้วย
แต่ที่น่าแปลกก็คือ ในงานเลี้ยงที่มีการจัดเก็บรายชื่อไว้นั้น กลับดันไม่มีรายชื่อเพื่อนร่วมทีมฟุตบอลของโบ สักคนเลยที่ไปร่วมงานในวันนั้น ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพื่อนร่วมทีมเกือบ 52 คนไม่มีใครไปร่วมงานกัปตันทีมสักคน
เมื่อรู้เรื่องดังกล่าว ผู้จัดการทีมมีการโทรไปหา โบ โดยตรงและได้ถามถึงเรื่องดัวกล่าว โบ ตอบว่าจำไม่ได้ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้จัดการคนนั้นจึงตอบกลับไปว่า ก็คงจะจริงเพราะผมก็คงจำงานวันเกิดของตัวเองไม่ได้เหมือนกัน โบ นั้นโกหก ว่าตัวเองจำไม่ได้
และก็มีเรื่องที่ถูกค้นพบอีก เมื่อมีแมวมองของทีมหนึ่งใช้วิธีการส่งแผนการเล่นให้ผู้เล่นที่พวกเขาสนใจได้ศึกษา แถมยังติดลูกเล่นลงไปด้วยการติดแบงค์100ดอลล่าลงไปในหน้าสุดท้ายของแผนการเล่น จากนั้นทางแมวมองก็มีการสอบถามผู้เล่นว่าได้อ่านแผนการเล่นจนหมดหรือเปล่า
ทุกคนตอบว่าได้อ่านทั้งหมดนั้นแล้ว และจะถูกถามต่อเรื่องแบงค์ 100 ดอลล่า คนที่ได้ดูแผนทั้งหมดก็จะทราบถึงเรื่องนั้นดี ส่วนคนที่ไม่ได้ดูแผนทั้งหมดก็จะไม่ทราบถึงเรืองนั้น และแสดงความละลายใจพร้อมกับขอโทษที่โกหก
แต่ โบ นั้นกลับทำต่างจาก 2 กรณีข้างต้น เขาทั้งอ่านไม่จบทั้งไม่ได้ขอโทษ เมื่อเขาถูกถามถึงเรื่องแบงค์ 100 นั้น เขากลับตอบว่า อ้อ แบงค์นั้นหรอ เข้าใจเล่นนะครับ เขาเลือกที่จะไม่ยอมรับผิดแถมยังโกหกต่อไปอีก นี้เป็นทัศนคติที่ทีมทั้งหลายนั้นไม่ต้องการ คือความไม่รับผิดชอบ ดังนั้นการที่จะเอาใครสักคนมาร่วมทีมแค่ฝีมือนั้นอาจจะยังไม่เพียงพอ
นี้เป็นเรื่องที่ผมยังไม่เข้าใจในครั้งแรกที่ดูหนังเรื่องนี้จบ เมื่อวันเวลาผ่านไปเราได้เติบโตและเข้าใจอะไรมากขึ้น เมื่อกลับมาดูอีกรอบหนังเรื่องนี้กลับสอนอะไรมากกว่าครั้งแรก เพราะเราเข้าใจโลกมากขึ้น
โฆษณา