Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
โหด มันส์ ฮา
•
ติดตาม
29 ธ.ค. 2019 เวลา 14:14 • ประวัติศาสตร์
The Body Farm ฟาร์มแห่งความตาย
เมื่อพูดถึงฟาร์ม หลายๆคนคงนึกถึง ทุ่งกว้างใหญ่มีทุ่งหญ้าเขียวขจี มีวัวกินหญ้าเป็นฝูง แต่มีฟาร์มอยู่แห่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราคิดเลย เพราะมันคือ ฟาร์มศพ(ใครที่ใจไม่ถึงหรือกำลังกินข้าวอยู่ ขอให้หยุดอ่านก่อน)
ฟาร์มศพ ในที่นี้คือ ฟาร์มศพจริงเลย หมายความตามนั้น ฟาร์มศพคือ สถานที่สุดสยองที่ศพถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยมากมายิเพื่อ "การศึกษา"
เมื่อพูดถึง "ศพ" แล้ว หลายคนอาจนึกถึงร่างเน่าเปื่อยที่ต้องถูกจัดเก็บให้เป็นที่เป็นทาง ไม่ว่าจะเป็นด้วยการฝัง เผา หรือบริจาคให้แก่โรงพยาบาล ทั้งนี้เพื่อเป็นการให้เกียรติและทำตามความตั้งใจของผู้ตายเอง
แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีสถานที่แห่งหนึ่ง ที่
จงใจนำศพมนุษย์มาวางทิ้งบนพื้นดินแล้วปล่อยให้เน่าเปื่อยเหม็นโฉ่กลิ่นโชยหึ่งตามธรรมชาติ และศพทุกศพที่ถูกนำมาวางให้เน่าบนพื้นดินนี้ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นความต้องการของผู้ตายเองด้วย !!
สถานที่แห่งนี้คือ ฟาร์มศพ มหาวิทยาลัยเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ที่นี่เป็นศูนย์รวมของศพที่ถูกปล่อยทิ้งให้เน่าเปื่อยสยดสยองอย่างจงใจ แต่แม้จะฟังดูเหมือนเป็นการทิ้งศพอย่างไม่ไยดี จริง ๆ แล้ววัตถุประสงค์ของการทิ้งศพเหล่านี้เป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ เพราะศพเหล่านี้ถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยตามธรรมชาติเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาได้ศึกษากระบวนการเน่าเปื่อย อันจะเอื้อต่อการนำไปเปรียบเทียบกับสภาพศพคดีฆาตกรรมทั้งหลาย
2
ฟาร์มศพ มหาวิทยาลัยเทนเนสซี ถูกก่อตั้งขึ้นมาครั้งแรกโดย ดร.วิลเลียม เบส นักมานุษยวิทยานิติเวชและศาสตราจารย์ภาควิชานิติมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2514 เขาตัดสินใจลงมือทำฟาร์มศพแห่งนี้เพื่อศึกษากระบวนการเน่าเปื่อยของศพมนุษย์ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยแวะเวียนมาขอความช่วยเหลือจากเขาในการช่วยวิเคราะห์สภาพศพในคดีฆาตกรรมหลาย ๆ คดี ซึ่งเขาเองก็ต้องกุมขมับเพราะหลายอย่างก็ไม่อาจให้คำตอบได้
เมื่อเริ่มแรก ดร.วิลเลียม มีศพเพียงแค่ร่างเดียวบนพื้นที่สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ๆ แต่ในเวลาต่อมาเขาได้พัฒนาพื้นที่จนมีขนาดกว้างขวางกว่า 12,140 ตารางเมตร และมีศพถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยอยู่ทั่วไปอีกกว่า 40 ศพ
ฟาร์มศพแห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจนกระทั่งได้เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนนิยาย แพทริเซีย คอร์นเวลล์ ที่นำเรื่องสุดแปลกนี้ไปเขียนเป็นหนังสือนิยายในปี 2538 ชื่อ The Body Farm
แล้วศพเหล่านี้มาจากไหนกัน ????
ในช่วงเริ่มแรกของการก่อตั้งฟาร์มศพ ดร.วิลเลียมได้นำศพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้มาจากแล็บนิติเวช หลังจากนั้นผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับงานของเขา และบริจาคร่างกายให้กับฟาร์มศพ อุทิศร่างกายให้กับการศึกษานิติเวชวิทยา
สำหรับแนวทางการศึกษาศพของมหาวิทยาลัยเทนเนสซีนั้น จะมุ่งเน้นทำการศึกษาด้านการเน่าเปื่อยและย่อยสลายตัวของศพมนุษย์ในหลาย ๆ ปัจจัย เช่น ความแตกต่างของการเน่าเปื่อยในศพมนุษย์ที่ถูกฝังดินและไม่ถูกฝัง การย่อยสลายตัวและเน่าเปื่อยของศพมนุษย์ที่อยู่ในน้ำ หรือแม้แต่ศึกษาการย่อยสลายของศพมนุษย์ที่อยู่ในกระโปรงท้ายรถยนต์ก็มี
โดยทั่วไปแล้ว ก่อนที่นักศึกษาภาควิชานิติมานุษยวิทยาจะนำศพเหล่านี้มาใช้งาน พวกเขาจะแช่ศพไว้ในตู้แช่แข็ง หลังจากนั้นจะต้องมีการวางแผนในการจัดวางศพเหล่านี้อย่างเป็นระบบภายในฟาร์ม
1
โดยตำแหน่งของศพแต่ละร่างจะถูกจัดวางไว้อย่างระมัดระวังที่สุด จากนั้นนักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสืบคดีโดยการโยงหลักฐานในที่เกิดเหตุเข้าด้วยกัน เช่น การสังเกตเวลาการเสียชีวิตจากหนอนแมลงที่ชอนไชบนร่างศพ จากนั้นนักศึกษาจะได้ทดลองการเก็บหลักฐานจากซากศพ และนำมาวิเคราะห์ในแล็บเป็นลำดับต่อไป
ทั้งนี้ การศึกษาจากฟาร์มศพไม่ได้มีแค่ที่มหาวิทยาลัยเทนเนสซีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น ยังมีอีกหลายแห่งที่หันมาใช้วิธีการศึกษาจากของจริงแบบนี้ด้วย เช่น มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น แคโลไรนา ซึ่งมีพื้นที่ฟาร์มศพราว 18 ตารางเมตร และมีศพให้ศึกษาในคราวเดียวกันราว 6-10 ร่าง มหาวิทยาลัยรัฐเทกซัส มีฟาร์มศพซึ่งมีพื้นที่ราว 20,234 ตารางเมตร
1
นอกจากนี้ยังพบว่ามีฟาร์มศพที่มหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต มหาวิทยาลัยเซาธ์เธิร์น อิลลินอยส์ และมหาวิทยาลัยโคโลราโด เมซา อีกด้วย
ภาพจาก Faraway Pointd, Serios Strange, Sallymann
7 บันทึก
48
30
11
7
48
30
11
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย