30 ธ.ค. 2019 เวลา 07:43
เรื่องสั้น
ปิ่นโตจำกัด
เสียงตบโต๊ะฉาด พลันสนั่นหลังประธานอ้อได้รับรายงานในที่ประชุม “เหี้ย!” ในห้องไม่มีเหี้ย มีเพียงกลุ่มผู้บริหารนั่งก้มหน้าตาปริบๆ อยู่รอบประธานอ้อ ทั้งหมดต่างเป็นมนุษย์ทั้งสิ้น เหี้ยเป็นเพียงนิยามเมื่อมนุษย์โกรธและให้ร้ายผู้อื่นในคราเดียวกัน
หนวดของท่านประธานเพยิบตามริมฝีปาก “ตอนนี้ทั้งโลกแม่งหันมารณรงค์เรื่องพลาสติก แล้วนี่จะไปเอากำไรจากหมาตัวไหนวะ!?”
‘ปริ่มพลาสติกเวิล์ด’ คือชื่อบรรษัทยักษ์ใหญ่ ที่ผลิตพลาสติกขนาดเล็กในการอุปโภค โดยเฉพาะประเทศไทยคือฐานลูกค้ารายใหญ่ รายได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนมาจากประเทศแห่งรอยยิ้ม
เวลานี้ประธานอ้อไม่ยิ้ม ถลึงตาตวาดใส่เหล่าผู้บริหารตรงหน้า “พวกมึงจะมานั่งเงียบทำห่าอะไร กูให้มาช่วยคิด ถ้าจะเงียบก็ไม่ต้องเปลืองแรงมาให้กูด่าหรอก!” เมื่อยังไร้สุ้มเสียงจากผู้บริหาร ประธานอ้อจึงจี้ไปยังรายบุคคล “ไหนมึงเล่าสถานการณ์ของมึงมาซิไอ้เมี้ยว”
ร่างของเมี้ยวสะดุ้งเล็กน้อย เขาเกาแก้มสองสามทีก่อนบรรยาย “เอ่อ คือสถานการณ์ด้านอ่าวไทยที่ผมไปประจำการอยู่ตอนนี้ ทางรัฐเข้ามายุ่มย่ามออกกฎห้ามใช้ถุงพลาสติกหลายเจ้าแล้ว ทำให้ยอดสั่งถุง หลอด ถ้วย จาน ลดลงกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ”
ตาของประธานอ้อดูจะเบิกถลนมากกว่าเดิมหลังรับฟัง “แล้วมึงมิวิธีแก้ไหม มึงได้เข้าไปตีสนิทกับพวกข้าราชการท้องถิ่นหรือสนับสนุนกิจกรรมของรัฐตามที่กูบอกไหม?"
“อ่อ กะว่าจะทำก่อนสิ้นปีน่ะครับ” เสียงของเมี้ยวเนือยแผ่ว
“หลังประชุมมึงกลับไปอ่าวไทย แล้วทำตามที่กูบอกซะ ไม่งั้นกูจะฆ่าแมวมึง!”
“ขะ... ครับ” เมี้ยวรับคำทันที
ด้านอ้อผินหน้าไปทางผู้บริหารอีกราย “ที่อีสานยังทรงๆ ทรุดๆ หวังว่าคุณคงไม่ทำให้ผมผิดหวังนะคุณอัศวิน”
“จะพยายามไม่ให้ยอดตกครับ” อัศวินตอบเสียงอ่อน
“ที่ยุโรปแม้ไม่ใช่ตลาดหลักของเรา แต่ก็อยากให้คุณรับฟังและนำไปคิด เพื่อหาทางป้องกันนะคุณจิ้งหรีด”
“ค่ะ คุณอ้อ”
“เราจะทำอย่างไรกันดีวะพี่?” คราวนี้ประธานอ้อเลี่ยงมาปรึกษาผู้บริหารอาวุโส ซีอีโอหน่อง ผู้รับใช้บรรษัทมาเนิ่นนาน
“เห็นเขานิยมใช้ถุงผ้าอะไรเทือกนี้ เราผลิตถุงผ้าแทนไหม? หรือใช้ถุงผ้าเป็นของแถมสินค้าพลาสติกของเราดี?” ซีอีโอหน่องกึ่งแนะกึ่งตอบ
ใบหน้าของประธานอ้อเหม่อคิดตามคำ ผู้บริหารหลายรายต่างพยักหน้าในทำนองเห็นชอบ
ทว่า..... “ถ้าผมไปซื้อแกงเขียวหวาน มิทราบแกงใส่ถุงผ้าได้หรือครับ?” เสียงหนึ่งจากมุมโต๊ะ มันคือลิงน้อย ผู้บริหารด้านการตลาดของบรรษัท
ประธานอ้อชี้นิ้วใส่หน้าลิงน้อยในพลัน “มึงจะพูดอะไรก็รีบพูด อย่ายอกย้อนกวนประสาท”
ว่าแล้วลิงน้อยลุกขึ้นยืน สองมือล้วงกระเป๋า ค่อยๆ เดินไปทางประธานอ้อ “ซื้อแกงก็ต้องใส่ถุงพลาสติก ซื้อเนื้อหมู เนื้อปลา ซื้อน้ำก็ต้องใส่ถุงพลาสติก บรรษัทของเรามีเครือข่ายการค้ากับตลาดเหล่านี้หรือยังล่ะครับ?” จบคำตัวลิงน้อยก็หยุดเคียงข้างประธานอ้อ
สองมือประธานอ้อประสานนิ้ใต้คาง “นั่นซีนะ” ครั้นรับฟังจนปลงใจจึงหันไปสั่งการ “ งั้นมึงไปดูข้อมูลแล้วเริ่มเดินหน้าตรงส่วนนี้ให้กูหน่อย”
กระนั้นลิงน้อยกลับกางมือในความหมายปฎิเสธ “แค่นั้นเราผูกขาดประเทศนี้ในอนาคตไม่ได้หรอกครับ”
“มึงว่ามาเลย อย่าลีลาให้มากนัก”
ยังไม่มีคำอธิบายใดหลุดจากปากลิงน้อย มันเดินไปเปิดเครื่องโปรเจคเตอร์เพื่อเชื่อมกับโน๊ตบุ๊ค เสร็จสรรพฉายภาพใส่จอจนทุกคนมองตาม
มันเป็นรูปปิ่นโต?
ทุกคนยังฉงนอยู่กับภาพบนจอ ลิงน้อยยิ่งกล่าวชวนฉงาย “นี่คือสิ่งที่เราต้องทำลาย!”
มีเพียงประธานอ้อที่กล้าออกปากถาม เพราะเขามีอำนาจบริบูรณ์เหนือทุกคน “ทำลายปิ่นโต ทำไม ยังไง เพื่ออะไร มึงช่วยบอกกูหน่อยซีวะ ลีลาเยอะจัดนะมึงเนี่ย”
ลิงน้อยกอดอก ก้มหน้าพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ไหนแต่ไรคนไทยใช้ปิ่นโตในการบรรจุอาหาร จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนไทยหิ้วปิ่นโตไปซื้อแกงเขียวหวาน” หยุดให้คนอื่นคิดก่อนเฉลยเอง “ถุงพลาสติกตายไงครับ ถ้าปิ่นโตที่เกือบจะตายจากประเทศนี้ไปแล้วหวนกลับมามีชีวิต ถุงพลาสติกของเราเองที่จะตายแทนมัน ฟังนะทุกท่าน ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังตระหนักไม่ได้ว่าปิ่นโตมันมีคุณประโยชน์อเนกอนันต์ นอกจากใส่ข้าวไปกิน ตามประสาแล้ว เกิดใครพลิกแพลงเอาไปซื้อเนื้อหมู เนื้อปลา ผักสดใส่ไว้ในปิ่นโตแทนถุงพลาสติก ตอนนั้นผมคำนวณดูแล้วอัตราการใช้ถุงพลาสติกจะลดลงกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าความนิยมของปิ่นโตเกิดสำเร็จขึ้นมา ผมกับท่านอาจต้องไปรับจ้างหิ้วปิ่นโตก็ได้”
ศีรษะของเหล่าผู้บริหารผงกงหงึกๆ แทบพร้อมเพรียงกัน
“ยังไม่เท่านั้นนะครับ” คำอธิบายของลิงน้อยพร่างพรูอีกคำรบ “ทีนี้ตะกร้าสาน ที่สามารถใส่ของสดได้ก็จะฟื้นคืนชีพตามปิ่นโตกลับมาด้วย เราจะเห็นป้าๆ หิ้วตะกร้าสานที่เต็มไปด้วยเนื้อปลา เนื้อหมู ผักคะน้า ว่อนเต็มตลาดสด นี่ต่างหากฝันร้ายของเรา”
“เออเนอะ มองข้ามไปจริงๆ” ซีอีโอหน่องกล่าวแล้วยิ้มรื่น ดวงหน้าดูมีชีวิตชีวาผิดกับเมื่อครู่สิ้นเชิง
“ข้อมูลอีกอย่างที่ผมล้วงมาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน” บนจอภาพเปลี่ยนเป็นรูปขันสีเงินแวววับ “สมัยก่อนไอ้เจ้าขันตัวนี้คือหลักฐานการแสดงน้ำใจของคนไทยอย่างหนึ่ง นั่นคือที่หัวหมู่บ้านจะมีซุ้มสำหรับนั่งพัก ในซุ้มจะมีโอ่งใบเล็กบรรจุน้ำดื่ม เชื่อหรือไม่คนทั้งหมู่บ้านสามารถเวียนมาใช้ขันใบเดียวที่ติดอยู่กับโอ่งเพื่อดื่มน้ำดับกระหายโดยไม่มีความรังเกียจกันแม้แต่น้อย ร้อยคนก็ร้อยปากตักขันผลัดกันดื่มหน้าตาเฉย หากจะมีสิ่งสกปรกเจือปน นั่นเกิดขึ้นเพราะน้ำดื่ม ไม่ใช่เพราะขัน”
“หรือมึงกลัวไอ้นี่จะฟื้นคืนชีพกลับมาอีก?” เหมือนรู้แกว,ประธานอ้อจึงถามเช่นนี้
“ใช่ครับ” ลิงน้อยยอมรับ “ที่จะตายแทนขันก็คือหลอดพลาสติก ปัจจุบันคนไทยใช้หลอดเพราะถนอมสุขภาพ ห่วงความปลอดภัยของร่างกาย วันใดหากพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยน ใช้การ ดื่ม แทนการ ดูด วันนั้นเป็นวันอวสานของหลอดพลาสติก ที่สำคัญการใช้ขันร่วมกันของคนเป็นร้อยในหมู่บ้านเดียว ก็พิสูจน์ว่าไม่ได้ทำให้คนเจ็บไข้ได้ป่วยแต่อย่างใด ลองนึกถึงตอนท่านประธานดื่มเหล้าแก้วเดียวกับเพื่อนในงานเลี้ยง ก็ไม่เห็นท่านจะล้มป่วย นอกจากเมาแล้วอ้วกรดต้นไม้หน้าผับแค่นั้นเอง”
“ภูมิปัญญาไทยนี่มันร้ายกาจ ดีนะที่คนไทยลืมเลือนทอดทิ้ง เรายังพอมีเวลาฆ่าพวกมันให้ตายใช่ไหมวะไอ้ลิงน้อย?”
“เวลามีครับ แต่เราต้องเริ่มแล้ว” กวาดมองเพื่อนผู้บริหารก่อนกล่าวต่อ “มาตรการของเรามิใช่เร่งผลิตเพื่อสร้างยอด แต่มาตรการของเราคือต้องฆ่าภูมิปัญญาเหล่านี้ให้สิ้นซากครับ เราต้องล้างสมองว่าสิ่งของเหล่านี้ล้าสมัย เป็นอันตราย ไม่ปลอดภัยเท่าพลาสติก ถ้าจะให้ดีควรถึงขั้นออกพระราชบัญญัติเป็นกฎหมายคุ้มครองได้ยิ่งดีครับ”
“มึงทำได้หรือ?” ประธานอ้อส่อนัยไม่เชื่ออยู่ในที
“ก็เอาเงินลงทุนไปซื้อสิ่งเหล่านี้แทนไงครับ” คำตอบลิงน้อยน้ำเสียงเปี่ยมความเชื่อมั่นเต็มอก
“ซื้อได้ด้วยเหรอวะ?”
“ประเทศนี้มีอะไรบ้างที่ซื้อไม่ได้ ขนาดตำแหน่งนายกฯ ยังซื้อได้เลย ขอเพียงท่านประธานมีเงินมากพอ”
โดยไม่รีรอลังเล ประธานอ้อลุกพรวดพูดเสียงดัง “ตกลง ซื้อมันให้หมดไอ้พวกปิ่นโต ตะกร้าสาน ขันเงิน ตอนนี้มันโคม่าอยู่ในวัฒนธรรม ให้มันตายลงในเร็ววันเพื่อพลาสติกเราจะได้ผงาด ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะของประธานอ้อฟังดูสยองและเยือกเย็นอำมหิต
“เราจะย้ายพวกมันเข้าไปมีชีวิตแค่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ไม่ให้พวกมันได้กลับสู่โลกภายนอกอีก” ลิงน้อยย้ำคำแก่ประธานอ้อ
“เลิกประชุม ที่เหลือฝากมึงจัดการด้วยลิงน้อย” เสร็จจากสั่งการครั้งสุดท้าย ประธานอ้อโทรนัดสาวทันที
เมี้ยวเดินมาโอบไหล่ลิงน้อย กระแทกศอกใส่เบาๆ “แสบนะมึง คืนนี้ไปซดเบียร์กัน กูเลี้ยงเอง”
ลิงน้อยตอบ “ได้เพื่อน แต่กูใช้หลอดนะ กูไม่ใช้ขัน”
ทั้งหมดเดินยิ้มออกจากห้องประชุม
โฆษณา