2 ม.ค. 2020 เวลา 07:37 • ประวัติศาสตร์
อันนี้จดเอาไว้ให้ตัวเองอ่านด้วย กับ ประวัติวันปีใหม่ของไทยแบบรวบรัด
1. แต่เดิมชาวไทยโบราณ นานมากจนไม่ทราบตั้งแต่สมัยใด ถือว่า"วันแรม 1 ค่ำเดือนอ้าย" เป็นวันขึ้นปีใหม่มาช้านาน เพื่อให้สอดคล้องกับคติแห่งพระพุทธศาสนา ซึ่งนับการเริ่มเข้าสู่เหมันตฤดู (ฤดูหนาว)เป็นการเริ่มต้นปี
2. ต่อมาเมื่อใดก็ไม่ทราบได้อีก ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเชื่อว่าเป็นตามความเชื่อในคติพราหมณ์คือ ถือเอา"วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5" เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมักจะตรงกับช่วงวันสงกรานต์อันเป็นการเข้าสู่ปีนักษัตรใหม่
3. ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเลิกใช้จุลศักราชในทางราชการเปลี่ยนมาใช้รัตนโกสินทรศก โดยเริ่มในปีรัตนโกสินทรศก 108 (พ.ศ. 2432) เป็นต้นมา และเรียกชื่อเดือนว่าเมษายน พฤษภาคม ฯลฯ ตามทางสุริยคติเป็นครั้งแรก รวมทั้งเรียกวันเป็นวันที่ 1 วันที่ 2 ฯลฯ ด้วย แต่ยังให้เรียกใช้วันข้างขึ้นข้างแรมเดือนอ้ายเดือนยี่เปรียบเทียบกันไปอยู่
4. ในพ.ศ. 2432 วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 1 เมษายนพอดี รัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ "1 เมษายน" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
5. จนในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงประกาศเลิกใช้รัตนโกสินทร์ศก และใช้พุทธศักราชแทน
6. การกำหนดเอาวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ก็ดูเหมือนจะถือกันเคร่งครัดเฉพาะในวงราชการงานเมืองเท่านั้น ส่วนประชาชนพลเมืองทั่ว ๆ ไปยังคงถือเอา"วันสงกรานต์"เป็นวันขึ้นปีใหม่ทำบุญตักบาตรสนุกสนานรื่นเริงกันมาก ไม่ได้ถือเอาวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะไม่ปรากฏว่าได้มีการทำบุญสุนทานกันแต่อย่างไรจึงออกจะเลือนๆไป
7. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ. 2475 แล้ว ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าควรเปลี่นยวันขึ้นปีใหม่ที่ซบเซาไปนานแล้วนั้นให้ฟื้นขึ้นมาอีก จึงได้ประกาศให้มีงานรื่นเริงขึ้นปีใหม่ในวันที่ "1 เมษายน" พ.ศ. 2477 ขึ้นในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
การฟื้นฟูให้จัดงานรื่นเริงในวันขึ้นปีใหม่ 1 เมษายน ได้ทำอยู่เพียงไม่กี่ปี คณะรัฐมนตรีก็ได้พิจารณาเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่อีกครั้งหนึ่ง
8. พ.ศ. 2482 คณะกรรมการนำโดยหลวงวิจิตรวาทการได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน มาเป็นวันที่ "1 มกราคม" เพื่อให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศน่ะเอง
อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก Silpa-mag.com จ้า
โฆษณา