Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Thinker Man
•
ติดตาม
4 ม.ค. 2020 เวลา 18:35 • การเมือง
ความตายจากฟากฟ้าด้วยโดรนสังหาร ?? กรณีข่าวการสังหารนายพลซูลีมานีแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน
หากใครติดตามข่าวสถานการณ์การเมืองโลกที่ร้อนระอุ คงจะไม่มีข่าวใดร้อนแรงไปกว่า ข่าวการสังหารยอดนายพลแห่งหน่วย Qud Forces ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Revolutionary Guard Corps) อย่าง พลตรี คาซิม ซูลีมานี (Qasem Soleimani) ในช่วงเช้าของวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา แต่ทำไมต้องเจาะจงเป้าหมายเป็น Qasem Soleimani ?
ทวีตของ ปธน.ทรัมป์ที่กล่าวแสดงท่าทีต่ออิหร่านหลังปฏิบัติการสังหารนายพลซูลีมานีเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
ตามรายงานข่าวของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาได้รายงานว่าการสังหารพลตรี คาซิม ซูลีมานี เป็นคำสั่งโดยตรงจากประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ เนื่องจากสหรัฐมองว่าเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีพลเรือน รวมทั้งทหารสหรัฐและชาติพันธมิตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและสนับสนุนกลุ่มกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเยเมน ซีเรีย อิรัก เลบานอน รวมถึงในปากีสถาน อัฟกานิสถาน ผ่านการสนับสนุนทั้งทางการเงินและการวางแผนทางยุทธศาสตร์ จนทางการสหรัฐหมายหัวให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้ายที่ต้องกำจัดมากที่สุด
ซากรถไฟไหม้จากเหตุโจมตีด้วยโดรนติดอาวุธของกองทัพสหรัฐเพื่อสังหารพลตรี ซูลีมานีบริเวณสนามบินในกรุงแบกแดด Cr.https://www.bbc.com/thai/international-50982663
จนในท้ายที่สุดหลังเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงสถานฑูตสหรัฐในอิรักที่เริ่มรุนแรงขึ้น สหรัฐเริ่มแกะรอยข่าวกรองถึงการมาเยือนอิรักของซูลีมานี โดยเขาขึ้นเครื่องบินจากซีเรียมาอิรักในวันที่ 3 ม.ค. เพื่อเข้าพบผู้นำทางทหารของอิรัก จึงเปิดโอกาสให้หน่วยข่าวกรองสหรัฐส่งโดรนติดอาวุธมาลอบสังหารดังที่ปรากฎในข่าว หลังเหตุโจมตีจนทำให้ซูลีมานีเสียชีวิต
ข่าวนี้ได้ปลุกกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรนของประชาชนชาวอิหร่าน เพราะพวกเขามองว่าซูลีมานีคือวีรบุรุษของชาติ ที่มีทั้งความกล้าหาญ ความน่าเคารพนับถือ และเป็นที่รวมศรัทธาของทหารในกองทัพอิหร่าน เรียกได้ว่าเขาคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในอิหร่าน รองจากผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อาจเรียกได้ว่าเป็น "Deep state"ที่แท้จริงของประเทศที่ค่อยอยู่เบื้องหลังการแผ่อิทธิพลของอิหร่านทั่วภูมิภาค
ประวัติของพลตรีซูลีมานี มีไม่แน่ชัดนักเขาเกิดในดินแดนทางตะวันออกของอิหร่านในครอบครัวที่ยากจนและขาดการศึกษา เมื่ออายุ 22 ปี เขาได้เข้าร่วมสงความระหว่างอิรักกับอิหร่าน และได้แสดงความสามารถที่โดดเด่นจนเป็นที่ไว้วางใจ ทั้งความกล้าหาญและเป็นนักกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมจนเติบโตในสายงานเรื่อยมา
จนในปี 1998 เขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญอย่างผู้บัญชาการกองกำลัง Qud กองกำลังหน่วยรบพิเศษของกองทัพอิหร่าน ซึ่งรวมสุดยอดหัวกะทิจากทุกเหล่าทัพ มีหน้าที่เพื่อจัดตั้ง สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และวางแผนกลยุทธ์ ให้แก่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธทั่วทั้งพื้นที่ตะวันออกกลาง
จากผลงานอันยอดเยี่ยมนี้รวมกับบุคลิกความเป็นผู้นำที่น่านับถือของเขา จึงทำให้สหรัฐเริ่มจับตามองและมองว่าเขาคือภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐอย่างร้ายแรง โดยในมุมมองของสหรัฐอเมริกามองว่าจึงซูลีมานี ไม่ใช่เพียงผู้นำกลุ่มก่อการร้ายธรรมดา แต่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายและต่อต้านอเมริกาในตะวันออกกลางจากการสร้างอิทธิพลของอิหร่าน ที่สร้างความเสียหายแก่สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ดังนั้นการสังหารซูลีมานีจึงเป็นเป้าหมายของสหรัฐอันดับต้นๆที่สำคัญซะยิ่งกว่าการสังหาร Osama Bin-Laden ผู้นำกลุ่มอัลเคดา หรือแม้กระทั่ง Abu AL Baghdadi ซะอีกเพราะเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มหัวรุนแรงได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตามการโจมตีบุคคลที่เป็นข้าราชการทหารในประเทศอื่นๆแบบนี้ก็เป็นประเด็นที่น่ากังขาต่อนานาชาติ แม้สหรัฐอเมริกาจะอ้างสิทธิเรื่องการปกป้องตนเองจากผู้ก่อการร้าย โดยนายจาวาด ซารีฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การลอบสังหารครั้งนี้นี้เป็น "การก่อการร้ายนานาชาติ" และสหรัฐฯ "ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์จากการทำนโยบายที่สุ่มเสี่ยงราวกับอันธพาล"และ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ยังกล่าวว่าการสังหารซูลีมานีจะนำมาซึ่งการแก้แค้นต่อสหรัฐฯอย่างสาสม ก่อให้เกิดกระแสกังวลไปทั่วโลกว่าเหตุการณ์นี้จะก่อชนวนสงครามโลกครั้งใหม่
หากมองในแง่สถิติแล้วนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการสหรัฐอเมริกาส่งโดรนติดอาวุธไปโจมตีศัตรูนอกพิ้นที่ปฏิบัติการในประเทศ โดยจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยทำเนียบข่าวกล่าวว่าในช่วงปี 2009 ถึง 2015 ได้มีการส่งโดรนโจมตีถึง 473 ครั้งสังหารผู้ก่อการร้ายได้มากถึง 2,500 รายและมีพลเรือนบาดเจ็บแค่ราวๆ 200 คนเท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามระบุว่าตัวเลขดังกล่าวดูน้อยเกินความเป็นจริง โดยเฉพาะพลเรือนที่ได้รับผลกระทบ แต่ทางกองทัพก็ออกมาชี้แจ้งว่าการใช้โดรนติดอาวุธโจมตีช่วยจำกัดความเสียหายแก่พลเรือนและมีประสิทธิภาพมากกว่าสงครามเต็มรูปแบบทางภาคพิ้น
โดรนติดอาวุธโจมตีแม้จะช่วยกำจัดเป้าหมายทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพและจำกัดวงความเสียหาย แต่บ่อยครั้งก็สร้างความเสียหายแก่พลเรือนจำนวนมาก รวมถึงประเด็นทางกฏหมายเรื่องการละเมิดน่านฟ้าและอำนาจอธิปไตยเหนือชาติอื่นๆ Cr.https://www.statista.com/chart/5163/death-toll-from-us-drone-strikes/
ประเด็นเรื่องการโจมตีด้วยโดรนได้ก่อให้เกิดปัญหาทางจริยธรรม ซึ่งโดรนทำให้เกิดสถานการณ์เรียกว่า moral hazard คือเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีต้นทุนของความเสี่ยง ทำให้คนดำเนินการมีแรงจูงใจที่จะกล้าเสี่ยงมากขึ้นจนไม่ทำให้ความเสี่ยงลดลงเลย เนื่องจากการบังขับโดรนติดอาวุธเป็นการควบคุมจากระยะไกล และไม่มีความเสี่ยงจากปฏิบัติงานเลย จนอาจทำให้ผู้มีอำนาจในการสั่งการละเลยต่อการจำกัดความเสี่ยง จนนำไปสู่การสั่งโจมตีที่ละเลยความชอบทำในเชิงจริยธรรม หรือพูดง่ายๆคือสังโจมตีโดยไม่คำนึกถึงเป้าหมายพลเรือน นำไปสู่ความสูญเสียโดยไม่จำเป็น
การสะสมอาวุธอย่างโดรนติดอาวุธอาจนำไปสู่การสั่งการใช้งานที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตพลเรือนมากขึ้น ในสถานการณ์เรียกว่า moral hazard Cr. https://www.statista.com/chart/20005/total-forecast-purchases-of-weaponized-military-drones/
สถานการณ์แบบนี้เราอาจตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายคนที่มีค้อนอยู่ในมือ จะมองเห็นอะไรอื่นๆ เป็นตะปูไปหมด ในเมื่อทุกประเทศมีโดรนติดอาวุธอยู่ในมือกันหมด อาจจะสั่งให้ใช้งานเกินจำเป็นจนสร้างความเสียหายมหาศาล
ท้ายที่สุดนี้ข่าวการสังหารนายพลซูลีมานี คงไม่ใช่เคสสุดท้ายที่โลกต้องพบเจออย่างแน่นอน เพราะยิ่งเทคโนโลยีโดรนติดอาวุธก้าวล้ำมากขึ้นบวกกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์จะยิ่งช่วยเร่งให้อาวุธเหล่านี้เป็น "เครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น" ในเมื่อทุกคนต่างอยากถือค้อนไว้ในมือก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คงต้องทุบโดนมือใครเข้าสักวัน
อ้างอิง
[1]
https://www.bbc.com/thai/international-50982663
[2]
https://www.secnia.go.th/2018/12/13/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3/
[3]
https://www.voathai.com/a/saudi-drone-attack-ct/5088092.html
[4]
https://www.statista.com/chart/5163/death-toll-from-us-drone-strikes/
[5]
https://www.middleeasteye.net/news/severe-revenge-awaits-qassem-soleimanis-killers-vows-irans-khamenei
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย