มีบัญชีอยู่แล้ว?
7 วิธีทำให้คน "จดจำ" เพจของเราได้ จนเป็น FC ทำอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ
FC ก็ผู้ติดตามบนเพจของเรานั่นเอง ซึ่งเพจไหนมีคนติดตามเยอะ ก็จะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ แน่นอนว่าจะหมายถึงรายได้ที่จะตามมาด้วย การสร้างการจดจำนั้นสำคัญมาก ๆ หลาย ๆ แบรนด์ดัง หลายเพจใหญ่ก็สร้างการจดจำเหมือนกันค่ะ
7 วิธีทำให้คน "จดจำ" เพจของเราได้ จนเป็น FC
พร้อมยัง ๆ ๆ ๆ เอ่ยยยยยยยยยยยย ?
ความจริงเรื่องนี้วางโครงบทความไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่เลย แต่ว่าด้วยงานที่พันตัวมากเลยเพิ่งได้มาเขียนต่อวันนี้เอง และต้องขอยอมรับก่อนว่าในบางข้อที่ทางไดอารี่ความฝันเขียนถึง ไดฯ เองก็ยังทำไม่ได้เลย 555+
ปะ เริ่ม!!
1. โพสต์บทความสม่ำเสมอ
โพสต์บทความสม่ำเสมอ
จะทางช่องทางไหนความสม่ำเสมอมันต้องมี ถ้าคิดว่าอยากจะเอาดีทางด้านนั้นจริง ๆ จะเอาแบบอย่างไดอารี่ความฝันไม่ได้ ฮ่า ๆ ได ฯ ชอบหายไปนาน ๆ แบบนั้นไม่ดี ๆ นะคะ เพราะว่าคนอ่านหายหมดกันพอดี
ถ้าจะให้ดีพยายามโพสต์บทความทุกวัน หรือ 3 วันครั้งก็ยังดี หรือจะมาเป็นรายสัปดห์ รายเดือน อะไรก็อย่าลืมแจ้งกับแฟนเพจด้วยนะ เพราะว่าบางทีลูกเพจเขาอาจจะกำลังรออ่านผลงานเขียนของเราอยู่ก็ได้
ไม่มาเขียนลงทีเขาน้อยใจหนีไปสิงอยู่เพจอื่นไม่รู้ด้วยนาาา
ความสม่ำเสมอ ไม่ได้แปลว่าจะต้องลงติดกันถี่ ๆ ๆ อย่างวันเดียว 10 บทรวด แบบนี้จะทำให้คนอ่านเกิดความ "เบื่อ" เสียก่อน เพราะข้อมูลมันเยอะไป เรื่องราวมันเยอะไป ก็เหลือพื้นที่หน้าฟีดของลูกเพจไว้ดูเรื่องจากช่องทางอื่น ๆ บ้าง บางคนเบื่อมาก ๆ ถึงขั้นเลิกติดตามไปเลยก็มีนะคะ
ฉะนั้นก็เอาแบบพอดี ๆ แต่สม่ำเสมอก็พอเนาะ ลองวางแผนดูว่าจะโพสต์แบบไหน วันไหน เวลาไหน เพื่อให้เพจไม่เงียบและลูกเพจก็เหงานะ สำหรับคนที่มีเรื่องจะโพสต์เยอะก็วางแผนแบบตั้งเวลาโพสตส์ไว้ก็ได้ ลงสักวันละ 1 - 3 โพสต์ กำลังพอดีเลย แต่ถ้าชอบแบบอัดแน่น เต็มที่จัดไป วันละ 5 โพสต์
1
แต่ว่าแต่ การเข้าถึงอาจจะไม่มากนะ แต่อย่าลงติดกันมาก การแบ่งช่วงเลาให้ดีก็สำคัญ อาจจะเลือกเป็นช่วง 09.09 โพสต์แรก โพสต์ต่อไปก็ลงสัก 12.09 ต่อไปก็ 15.09 น. อีกโพสต์ก็เป็นช่วง 20.09 น. และก่อนนอน 23.09 น. เป็นต้น (ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างนะคะ) ก่อนจะเลือกว่าควรโพสต์เวลาไหนดีลองดูสถิติของแต่ละช่องทางที่คุณใช้ว่า คนเข้าถึงช่วงเวลาไหนบ้างน้าาา
2. ตอบคอมเมนต์ในบทความตนเองด้วย
ตอบคอมเมนต์ในบทความตนเองด้วย
ก็ต้องขออภัยก่อนเลย เพราะทางได ฯ เองบางทีก็มิอาจจะตอบได้ทุกคอนเมนต์นะคะ แต่พยายามตามให้ได้เยอะที่สุดอยู่น้าา แต่ก็อ่านและใส่ใจในทุกคอมเมนต์ของทุกท่านนะคะ
การตอบคอมเมนต์ดีอย่างไร ?
ก็เหมือนกับเราได้คุยกับลูกเพจนั่นเอง ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น มีความใกล้ชิดกันระหว่างแอดมินกับลูกเพจมากขึ้น ให้ความเป็นกันเอง ลูกเพจชอบก็จะแวะมาทักทายให้กำลังใจเราบ่อย ๆ
แต่ว่าก็ไม่่จำเป็นจะต้องตอบทุกคอมเมนต์ก็ได้ โดยเฉพาะบางเพจที่คนติดตามเยอะมาก ๆ จำนวนคอมเมนต์ก็เยอะตามเป็นเงาตามตัว ก็เลือกตอบเฉพาะบางคอมเมนต์ก็ได้ค่ะ
แต่สำหรับเพจลูก ๆ ถ้าจะให้ดีเลยก็ควรจะขยัน ๆ ตอบหน่อย เพราะว่าผู้ติดตามยังไม่เยอะ ยังตอบไหวอยู่ พอตอบแล้วเราเองก็จะสนุกและมีความสุขที่เราได้คุยกับลูกเพจนะ และได ฯ เองก็รู้สึกแบบนั้นดีใจทุกครั้งที่มีคนมาคอมเมนต์บทความของได ฯ จะเป็นคำติ หรือ คำชม ก็ดีใจหมด อย่่างน้อยก็มีคนอ่าน สิ่งที่เราตั้งใจเขียน
สำหรับท่านใดที่ไม่ค่อยชอบตอบคอมเมนต์ ลองปรับดูนะคะ ปรับมาตอบสนทนากับลูกเพจของคุณดู แล้วพวกเขาจะอยู่กับคนไปนานขึ้น เป็นลูกเพจที่น่ารักของเราไปยาว ๆ เลย
3. คอมเมนต์ตอบบทความเพจอื่นด้วย
คอมเมนต์ตอบบทความเพจอื่นด้วย
นอกจากจะตอบคอมเมนต์ในบทความของตนเองแล้ว ก็ให้แวะไปอ่านบทความของเพจอื่น ๆ ด้วย รวมถึงคอมเมนต์ตอบบทความของเพจอื่น ๆ ด้วย เป็นการสร้างความใกล้ชิดได้เหมือนกัน
บางเพจเขาสนใจอยากจะแวะมาดูว่าเราคือใคร เพจเราคืออะไรหากเขาสนใจก็จะติดตามกลับ และแวะมาอ่านบทความของเราในเพจเช่นกัน
การไปโผล่เพจนั้น คอมเมนต์เพจนี้ทำให้คนเห็นเราบ่อย ๆ พอเห็นบ่อยก็เกิดอยากรู้ทำนองว่า "ไอ้นี่มันใครวะ" ฮ่า ๆ พอสงสัยก็หลงทางเข้ามาในเพจของเรา พอหลงเข้ามาแล้วแน่นอนว่า เพจจะมีการร่ายมนต์สะกดพวกเขาพวกเผลอไปกดติดตามเข้าแบบไม่รู้ตัว ฮ่า ๆ
4. แชร์ออกไปให้โลกรู้
แชร์ออกไปให้โลกรู้
หลังที่โพสต์บทความ ลงคลิปวิดีโอ ทำพอตแคส ฯลฯ สร้างเนื้อหาอะไรบนเพจของเรา อย่าลืมแชร์ บทความตัวเองออกไปตามช่องทางต่าง ๆ ด้วย
แชร์ไปยังโซเชียลมีเดียตัวอื่น ๆ แชร์เองเลยอย่ามัวรีรอ
เราไม่รู้หรอกว่าจะมีใครมาช่วยเราแชร์ไหม เราเดาไม่ได้หรอกว่าแชร์ไปคนจะเข้าอ่านหรือเปล่า แต่ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราแชร์นั้นเป็นประโยชน์สำหรับใคร ก็แชร์เอาไว้เผื่อพวกเขาเข้ามาอ่าน
และหากมีแฟนเพจตัวยง แฟนเพจที่คอยสนับสนุนอ่านผลงานเรา ดูผลงานเราอยู่พวกเขาจะเข้ามาอ่านและแชร์ต่อด้วยเหมือนกัน
แชร์ไปเถอะ เพียงแค่อย่าแชร์ไปในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในบทความหรือคลิป เพราะแบบนั้นมันจะกลายเป็นสแปม หลายเป็นสิ่งที่รบกวนคนในกลุ่มมากกว่า เช่น ถ้าคุณเขียนเรื่องปลา แต่ดันไปแชร์ลงกลุ่ม ไก่ชน มันก็ไม่ใช่ ฉะนั้นก็ให้มันเกี่ยวข้องหน่อยก็ดี หรือจะแชร์ลงในหน้าฟีดตัวเองจะดีกว่านะ
แต่
ก็อย่าแชร์เยอะไป เพราะมันจะรกฟีดตัวเองและฟีดของเพื่อนเราด้วย เยอะไปจะทำให้บางคนเขาอาจจะรำคาญ เอาให้พอดี ๆ
อย่าลืมว่าอะไรก็ตามที่มัน มากเกินไป ก็ย่อมจะไม่ดีทั้งนั้น
5. บูสต์บทความใหม่ให้เข้าถึงคนเก่าด้วย
บูสต์บทความใหม่ให้เข้าถึงคนเก่าด้วย
การบูสต์ คือ เสียเงินนะคะ แต่ถ้าได้คนเข้าถึงกลับมา ก็คุ้ม การบูสต์บทความ คลิป ฯลฯ โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายเป็น คนเก่าที่ติดตามแฟนเพจเราอยู่แล้ว มันดีตรงที่พวกเขาคือคนที่ชอบเนื้อหาในเพจของเราแน่นอน มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะกลับเข้ามาอ่านบทความที่เราบูสต์ไป นั่นเองงงงงงงงงง
ส่วนจะบูสต์กี่บาท มากน้อยแค่ไหนก็ลองพิจารณากันเองนะคะ เพจที่คนติดตามเยอะ ๆ จะบูสต์ถึงลูกเพจจะคุ้มกว่าเพจที่ผู้ติดตามน้อยค่ะ
6. บูสต์บทความเดิมเรียกคนใหม่ติดตามเพจ
บูสต์บทความเดิมเรียกคนใหม่ติดตามเพจ
การบูสต์แบบนี้ทำได้ทั้งเพจใหญ่ เพจเล็กเลยค่ะ สิ่งที่จะได้กลับมาก็มีทั้งคนติดตาม และการเข้าถึง จำนวนคนอ่าน คนแชร์ ด้วย แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่คุณภาพของเนื้อหาที่เราบูสต์ด้วยนะคะ
ต่อให้เสียเงินบูสต์มากแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อหาไม่มีความน่าสนใจ ก็ยากที่จะได้อะไรกลับมา เป็นการเสียเงินทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
สิ่งสำคัญมากกว่าการบูสต์เรียกคน คือ ทำเนื้อหาให้มีคุณภาพ พอมันมีคุณภาพ ให้อะไรบางอย่างกับคนอ่าน คนดู บางทีต่อให้ไม่บูสต์พวกเขาก็มา แต่การบูสต์จะช่วยกระจายเนื้อหาที่มีคุณภาพนั้นไปถึงคนจำนวนที่มากขึ้นค่ะ
7. มีเอกลักษณ์เฉพาะของเพจ
มีเอกลักษณ์เฉพาะของเพจ
การทำให้เพจมีเอกลักษณ์ จะทำให้เราได้คนติดตาม คนเข้าเพจที่ตรงกลุ่มมาก ๆ พยายามอย่าจับฉ่ายเยอะค่ะ
โดยเพจจะทำเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็อย่าหลุดประเด็น อย่าออกนอกคอนเซ็ปต์ของตัวเอง เช่น เพจไดอารี่ความฝัน จะเป็นเกี่ยวกับ การลงทุน ไลฟ์สไตล์ ท่องเที่ยว ความรู้ เป็นต้น ได ฯ ก็บางทีแม้จะมีหลุดบ้าง แต่ก็พยายามวกกลับเข้ามาค่ะ
พอเพจเรามีเอกลักษณ์ คนก็จะเริ่มจำได้ เช่น ถ้าทำเพจเกี่ยวกับการ สอนถ่ายภาพ คนที่ชอบเรื่องการถ่ายภาพ อยากเรียนรู้การถ่ายภาพ ก็จะนึกถึงเรา เป็นต้น
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคิดถึงเพจที่สอนเรื่องการลงทุน เราจะคิดถึง เพจลงทุนเเมน ถ้าเป็นเพจเกี่ยวกับรีวิวหนังสือ เราจะนึกถึง เพจของอาจารย์นพดลNopadol's Story เป็นต้น แล้วเพจของคุณเป็นเกี่ยวกับอะไร ?
นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสไตล์การนำเสนอ จะเป็นสไตล์การเขียน การพูด ด้วยที่ทำให้คนจดจำและชอบได้เหมือนกัน เช่น คนชอบฟัง podcast รายการ A เพราะคนพูด พูดสนุก รู้เรื่อง และได้ความรู้ เสียงน่าฟัง ตลก ฯลฯ ชอบอ่านบทความเพจนี้ เว็บนี้เพราะเขียนดี ภาษาอ่านสบาย เป็นต้น
อีกอย่างคือ นอกจากเอกลักษณ์แล้ว สัญลักษณ์ก็สำคัญนะคะ เอาแบบที่มองเห็นง่าย ๆ เลยคือ Logo ค่ะ พยายามอย่าเปลี่ยนบ่อย รวมถึงชื่อเพจด้วย ถ้าเปลี่ยนบ่อยมาก ๆ จะทำให้คนนึกไม่ออกว่า ตกลงจะใช้อะไรกันแน่
ซึ่งทั้งนี้ก็อาจจะรวมถึงการใช้สีด้วยนะคะ ได ฯ เคยเขียนเรื่องสีไว้ในบทความก่อนหน้านี้ ถ้าสนใจลองแวะเข้าไปอ่านดูนะคะ >> https://www.blockdit.com/articles/5df93320db7fae7f792d6fd4?series=5dfa43f6306f34278715aa69/#
ขอยกตัวอย่างเรื่องของการใช้โลโก้นะคะ เช่น ถ้าเป็นเพจการลงทุนแมน โลโก้จะเป็นรูปกราฟ และเพิ่มการช่วยจำได้ด้วยสีน้ำเงิน >> https://www.blockdit.com/longtunman
เพจ THE STANDARD ก็ใช้โลโก้ง่าย ๆ เป็นตัวหนังสี เเต่เขาใช้สีเข้ามาช่วย คือแดง ทำให้เราจำได้ ส่วนเพจไดอารี่ความฝัน ใช้รูปหน้าแอดมินเอง 555+ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนจำได้ไหมนะ ตั้งแต่เปิดเพจมาก็ยังไม่เคยเปลี่ยน ก็เพราะกลัวคนจำไม่ได้นี่แหละค่าาา อีกประเด็นคือคิดไม่ออกว่าจะใช้โลโก้อะไร ฮ่า ๆ
ก็ลองนำไปปรับใช้กับเพจของคุณดูน้าาาา
จบแล้วค่ะ ถ้าชอบก็อย่าลืมแชร์ กดติดตาม และคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เพจไดอารี่ความฝันด้วยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาจ้าา
#ไดอารี่ความฝัน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    พุกคุ่ย
    ขอบคุณมากคะ แชร์แล้วนะค่ะ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      “หยุดทำงาน แต่มีเงินใช้” เดือนละ 10,000 ต้องทำยังไง? aomMONEY เชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่สบาย ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะทำได้สำเร็จ อาจเพราะยังไม่รู้วิธีการ หรือขาดแรงบันดาลใจ นี่คือเรื่องราวจากชีวิตจริงของสตีฟ แอดค็อก และภรรยา ที่ตั้งเป้าหยุดทำงาน (เกษียณ) ตั้งแต่อายุ 35 ปี แต่ยังมีเงินหลักหมื่นใช้สบายๆ ทุกเดือน มาดูกันว่าทั้งคู่มีวิธีวางแผนการเงินอย่างไร
      ## 'ลองโควิด' ความท้าทายทางการแพทย์แห่งยุคสมัยอันยิ่งยวด ## เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา The Lancet ซึ่งเป็นวารสารการแพทย์ชั้นนำของโลกตีพิมพ์บทบรรณาธิการ เรียกร้องให้วงการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ทั่วโลกร่วมกันศึกษาสิ่งที่เรียกว่า "ลองโควิด" (Long COVID) หรือโควิดเรื้อรังกันอย่างจริงจัง
      วันสวรรคตรัชกาลที่ 4 ท่านดีใจอะไร? จากหนังสือเจ้าชีวิตที่เขียนโดยพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ในช่วงท้ายของบทพระจอมเกล้า กล่าวถึงช่วงที่รัชกาลที่ 4 ท่านใกล้สวรรคต ไว้ว่า
      สู้ไม่ไหว ก็ล้มซะเลย! Johnson & Johnson ให้บริษัทลูกยื่น ‘ล้มละลาย’ ในคดีแป้งฝุ่นก่อมะเร็ง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เป็นข่าวใหญ่โตอย่างมาก เมื่อมีผู้หญิงกว่า 1,000 คนรวมตัวกันฟ้อง Johnson & Johnson หรือ J&J ในข้อหาปิดบังความเสี่ยงในการก่อมะเร็งของแป้งเด็กที่บริษัทผลิต ทั้งยังมีการโฆษณาว่าปลอดภัยต่อการใช้งาน หลังจากที่มีผู้หญิงชื่อว่า ฟ็อกซ์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ในปี 2015 จากแร่ใยหินที่ปนเปื้อนอยู่ในแป้งเด็กของ J&J
      ดูทั้งหมด