Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Infinity Channel
•
ติดตาม
24 ม.ค. 2020 เวลา 12:13 • ข่าว
ปัญหาฝุ่นกลับมาเยือนทุกปี หน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ อาจไม่ขาดตลาดเท่าปีที่แล้ว แต่ปัญหาสุขภาพจะอยู่กับเราไปยาวนาน แล้วเราจะแก้ปัญหายังไง
การย้ายเมืองหลวงจะช่วยลดความหนาแน่นของจราจร ลดอัตราการเกิดฝุ่นมลพิษใหม่ใน กทม ได้ ก็ต่อเมื่อบริษัท ห้างร้าน ย้ายตามค่ะ แต่ถ้าเค้าไม่ย้ายตาม ย้ายเมืองหลวงไปก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร แถมทิ้งฝุ่นให้คนที่ยังอยู่ กทม สูดต่อไป แถมด้วยการเดินทางที่ไกลขึ้น รถอาจจะติดยาวไปยันเมืองหลวงใหม่.....ทำนโยบายลดฝุ่นดีกว่าค่ะ ใช้งบประมาณน้อยกว่าเยอะ
📌 ถ้าเทียบกับประเทศอื่น ต้องยอมรับว่าประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลของไทยดีกว่าหลายประเทศ แต่เรากำลังจะมีอายุสั้นลงเพราะฝุ่นจิ๋ว คิดเล่นๆ คงบอกว่า งั้นเราก็ไม่สังคมผู้สูงอายุสิ…ความจริง คือ ไม่ใช่ค่ะ มันจะยิ่งเร่งให้เกิดสังคมผู้สูงอายุ เพราะลักษณะภูมิประชากรจะหน้าตาเหมือนนาฬิกาทรายค่ะ
เคยสังเกตหรือไม่ว่าเราพบเจอมลพิษทางอากาศมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเขตเมืองหลวงหรือต่างจังหวัด ประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหานี้เพียงลำพังนะคะ หากเราไปท่องเที่ยวต่างประเทศก็จะพบกับมลพิษทางอากาศเช่นเดียวกัน มันไม่แปลกเลยเพราะมลพิษทางอากาศบนโลกนี้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8 ในเวลาเพียง 5 ปีที่ผ่านมา
(อ่านเรื่องประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลและมลพิษทั่วโลกต่อ ในลิงค์
https://www.facebook.com/1076133795899416/posts/1129630513883077/
นะคะ)
******
😷 เราเกือบทุกคนทราบถึงผลต่อสุขภาพของฝุ่นจิ๋วมาบ้างแล้ว หลายคนคิดว่าการสูดอากาศที่มีฝุ่นจิ๋ว pm 2.5 ปะปนจะทำให้มีอาการไอ ระคายเคือง เจ็บป่วย แล้วก็หายไปเมื่อฝุ่นจิ๋วนั้นหายไป
แต่สิ่งที่เราคิดนั้น ไม่เป็นความจริงเลย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Heart Journal เมื่อเดือนมีนาคม 2562 รายงานว่าผลของการสูดอากาศที่มีมลพิษ
- ทำให้คนยุโรปมีอายุสั้นลงเฉลี่ยแล้วคนละ 2 ปี
- ทำให้ในแต่ละปีคนร่วม 8 แสนคนตายก่อนวัยอันควร (คิดเป็นร้อยละ 17 ของจำนวนคนตายเฉลี่ย 5 ล้านคนต่อปี)
- ส่วนใหญ่เสียชีวิตในช่วงอายุ 40-50 😱
- ประมาณ 80% ของผู้เสียชีวิตในกลุ่มอายุ 40-50 เสียชีวิต เนื่องจากผลกระทบของการสูดมลพิษทางอากาศ ผ่านกระแสเลือดที่ปนเปื้อน
…ที่ทำให้เกิดโรคหัวใจ (💔…ไม่ใช่ละ😂)
…ความดันในหลอดเลือดสูง
… stroke และหัวใจล้มเหลว
โดยไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบหายใจใดๆ
1 ในทีมนักวิจัยชาวเยอรมันของงานวิจัยชิ้นนี้ บอกกับสำนักข่าว Guardian ของ UK ว่า การตายจากการสูดมลพิษทางอากาศนั้นสูงกว่าการสูบบุหรี่ ความน่ากลัวของมัน คือ การที่เราสามารถเลี่ยงไม่สูบบุหรี่หรือใกล้คนสูบ แต่เราไม่สามารถเลี่ยงอากาศที่ต้องหายใจในบริเวณที่เราอยู่อาศัยได้
ตัวเลขการตายก่อนวัยอันควรที่งานวิจัยชิ้นนี้รายงานสูงกว่า 2 เท่าของที่เราเคยได้ยินจากองค์การอนามัยโลกที่เคยประมาณการว่าอายุขัยจะลดลง 1 ปีโดยเฉลี่ย
******
ทางแก้ที่ 1 - ใช้พลังงานธรรมชาติที่สะอาด (green and sustainable energy)
นักวิจัยยังเสนอว่าการหันไปใช้พลังงานสะอาดแทนการใช้พลังงานจากซากดึกดำบรรพ์อย่างน้ำมันดิบ จะช่วยลดปัญหาการที่อายุขัยต้องหดหายไปจากปัญหามลพิษ หากดูตัวเลขอายุขัยของประชากรในประเทศยุโรปตะวันตก (80+) กับยุโรปตะวันออก (75-78) จะเห็นว่าอายุขัยของประชากรในยุโรปตะวันออกนั้นน้อยกว่าประชากรในยุโรปตะวันตก เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการใช้พลังงานจากถ่านหินในแถบยุโรปตะวันออกในการผลิตไฟฟ้า รวมไปถึงใช้ไม้และถ่านหินในการทำความร้อนและหุงอาหารในที่พักอาศัย
ไทยมี biofuel มานานค่ะ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เน้นการผลิตพลังงานทางเลือก (เช่น ลม น้ำ แดด) แต่ถ้าจะให้ดี ให้แต่ละหลังคาเรือนกลายเป็นสวนพลังงานแดดไปเลยค่ะ
ใน UK หลังคาบ้าน ผนังและหลังคาตึกไม่ว่าจะสูงจะเตี้ย ตอนนี้มีแผงโซลาร์เซลล์ติดอยู่ เพื่อใช้แดดที่มีอยู่น้อยนิดของ UK มาผลิตไฟฟ้าใช้ในครัวเรือน … ใช้ไฟที่บ้านตัวเองผลิตเองฟรีค่ะ เหลือขายกลับเข้าบริษัทไฟฟ้าได้ ซึ่งบริษัทก็เอาไปขายต่อให้บ้านเรือน โรงงาน บริษัทที่ผลิตใช้เองไม่พอ
ไทยน่าจะทำแบบนี้นะคะ แดดเยอะ ใช้ให้คุ้ม ต้องฟรีนะคะ เพราะลงทุนซื้อแผงคุณภาพดีก็สูงอยู่แล้ว ไม่ใช่จ่ายทั้งค่าแผงค่าไฟที่ผลิตเอง…ที่รัฐควรจะทำเพื่อควบคุม คือ คุณภาพของแผง solar cell ค่ะ เพราะถ้าคุณภาพไม่ดี ไฟไหม้ งานนี้จะยิ่งกว่าออสเตรเลีย…จะเก็บภาษีตามคุณภาพแผงก็ได้ กำหนดคุณภาพขั้นต่ำไปเลยค่ะ อย่างที่ UK ทำคือ ถ้าบ้านไหนมี energy efficiency ต่ำ จะห้ามปล่อยเช่าค่ะ และต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มด้วย เป็นส่วนหนึ่งของภาษีคาร์บอนค่ะ
*******
ทางแก้ที่ 2 - สวนแนวตั้งในเมืองใหญ่
เมืองและจังหวัดท่องเที่ยวของไทย ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ต่างก็ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูง (รวมปัญหาฝุ่นควันที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากการจราจรติดขัด) หากไม่มีการแก้ไขอย่างจริงจัง เราอาจจะพบกับโรคภัย อย่างเช่น โรคหัวใจและความดันในหลอดเลือดสูงที่มากขึ้น อายุขัยที่สั้นลง การรักษาพยาบาลที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มูลค่าที่ดินที่เราอยู่ไม่เติบโตตามสมควร (เนื่องจากการย้ายที่อยู่อาศัยออกไปอยู่เมืองที่มีอากาศสะอาดมากกว่า) และนักท่องเที่ยวที่น้อยลง
🌳สวนแนวตั้ง – Vertical garden นั้นกลายเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อ Mexico City เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ซึ่งมีปัญหาการจราจรและฝุ่นควันไม่แพ้กรุงเทพฯ แถมยังมีระดับมลพิษสูงติดอันดับ 17 ของโลก (ปี 2016) ได้ปลูกไม้เลื้อยล้อมเสาใต้ถนนวงแหวน ที่รู้จักกันในนามเส้นทางไฮเวย์ Periférico ร่วม 1000 เสา เพื่อแก้ปัญหามลภาวะเป็นพิษในเมือง ในปี 2017
Via Verde project ถูกเสนอในปี 2016 เนื่องจากปัญหามลพิษในเมือง mexico city โดยมีสโลแกนเปลี่ยนสีเทาของเม็กซิโกซิตี้ให้เป็นสีเขียว มีเป้าหมายที่จะผลิตอ๊อกซิเจนให้ได้มากพอ และหวังว่าโครงการนี้จะช่วยกรองก๊าซพิษกว่า 2.7 หมื่นตันต่อปี และช่วยดักจับฝุ่นร่วมกว่า 5 พันกิโลกรัมต่อปี รวมถึงช่วยกำจัดสารโลหะหนักกว่า 1 หมื่นกิโลกรัมต่อปี
หลังทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนก่อนว่าอยากให้นำเงินจากไหนมาใช้ในการทำโครงการนี้ 47% ของโหวตเลือกให้โครงการนี้ใช้เงินจากบริษัทเอกชน และในที่สุดก็ได้ระดมเงิน 300 ล้านเปโซหรือประมาณ 500 ล้านบาทจากบริษัทต่างๆ ที่ตรงตามคุณสมบัติที่วางไว้
การทำสวนแนวตั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน เพราะช่วยหลีกเลี่ยงการสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนที่กลัวว่าการจะทำให้เม็กซิโกซิตี้เป็นสีเขียวต้องมีการลดพื้นที่ถนนเพื่อเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะ อันจะทำให้ปัญหาการจราจรติดขัดที่รุนแรงอยู่แล้วยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ดัชนีมลพิษ (pollution index) ที่เคยอยู่สูงถึง 88.72 (อันดับที่ 17 ของโลก) ในปี 2016 ก็ลดต่ำลงมาเรื่อยๆ จนมาอยู่ที่ 82.53 (อันดับที่ 41) ในปี 2019
🌳 การแก้ปัญหาฝุ่นในกรุงเทพโดยใช้ต้นไม้
หากจะใช้วิธีการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในกรุงเทพฯ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงปัญหาการจราจรที่สาหัสและเคียงคู่กรุงเทพฯ มานมนาน และปริมาณยานพาหนะที่วิ่งอยู่บนท้องถนน แน่นอนว่าหากจะใช้พื้นที่สวนสาธารณะ (สวนแนวนอน) ในการแก้ปัญหา ย่อมต้องมีการเสียพื้นที่จราจร และทำให้ปัญหารถติดมีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ยังอาจสร้างแรงต่อต้านจากประชากรในกรุงเทพฯ
ปัญหาฝุ่นแม้จะมีอยู่ทั่วทุกพื้นที่กรุงเทพฯ ความหนาแน่นของฝุ่นที่มากอยู่ในเส้นทางบีทีเอสและเส้นทางที่มีการจราจรติดขัด รวมถึงเส้นทางที่มีการก่อสร้างเส้นทางต่อขยายของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน หากการทำสวนแนวนอนเป็นวิธีการที่ทางการจะเลือกใช้ ก็อาจจะเป็นการทำสวนใต้สะพานที่ปัจจุบันเป็นที่โล่ง ที่จอดรถ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียพื้นที่จราจร ปัญหารถติดมากขึ้น และแรงต่อต้านจากสังคม
หรือใช้สวนแนวตั้งล้อมเสารถไฟฟ้าแทน ซึ่งอาจเป็นการตอบโจทย์การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ แต่ก็ควรเลือกพันธุ์พืชที่เหมาะสม ที่สามารถเปลี่ยนก๊าซพิษให้เป็นออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีรากใหญ่ที่จะทำลายโครงสร้างเสาซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ และควรให้มีต้นทุนในการปลูกและดูแลรักษาไม่สูงนัก การออกแบบการทำสวนแนวตั้งอย่างระมัดระวัง จะทำให้ช่วยลดความหนาแน่นของฝุ่นได้และมีต้นทุนที่เหมาะสม จึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน ทั้งด้านผังเมือง การคมนาคม ผู้เชี่ยวชาญด้านลมและภูมิอากาศ รวมถึงนักพฤกษศาสตร์ นักวิเคราะห์ทางด้านการเงินและบริหารโครงการ
(อ่านรายละเอียด สวนแนวตั้ง ในลิงค์
https://www.facebook.com/1076133795899416/posts/1082139895298806?sfns=mo
นะคะ)
สำนักข่าว Bloomberg กล่าวถึงรายงานชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม 2561 ถึงการค้นพบว่าการลดมลพิษทางอากาศจะช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลและการสูญเสียเชิงเศรษฐกิจจากการตายก่อนวัยอันควรในยุโรป ถึง 7.75 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2568 รวมไปถึงการเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่…
*******
ทางแก้ที่ 3 - ลดความหนาแน่นของฝุ่นในบริเวณที่มี AQI สูง (โดยการวัดตามมาตรฐานโลก) อย่างต่อเนื่อง
📌 กทม ควรจำกัดเวลาการใช้ถนนบางเส้นของรถยนต์ส่วนตัวตามป้ายทะเบียน อย่างที่ใช้กันในหลายประเทศ – หากใช้ในวันหรือเวลาที่ถูกจำกัดการใช้ ก็จัดให้มีการจ่ายค่าปรับ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการสร้างระบบตรวจสอบเลขทะเบียนบนถนนที่มีการจราจรคับคั่ง
****
ทางแก้ที่ 4 – จัดการกับต้นตอของฝุ่น
🏭 กระทรวงสิ่งแวดล้อมควรตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนรับรู้ภาวะปัญหาที่แท้จริง การปรับมาตรฐานให้เท่ากับประเทศที่พยายามลดปัญหาฝุ่นไม่ใช่เท่ากับประเทศที่พยายามพัฒนาเศรษฐกิจ ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจคุณภาพโรงงานอย่างจริงจัง ร่วมกับกระทรวงการคลังเก็บภาษีธุรกิจที่ปล่อยมลพิษและเก็บภาษีคาร์บอนที่ครอบคลุม
🚝 กระทรวงคมนาคมควรพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สะดวก และประหยัดทั้งเงินและเวลาของผู้ใช้บริการ เพื่อลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ซึ่งจะช่วยลดปัญหาปริมาณรถที่หนาแน่นอยู่บนท้องถนนเนื่องจากจราจรที่ติดขัด ซึ่งปล่อยควันเสียออกนอกรถตลอดเวลาที่อยู่บนท้องถนน
ขสมก ควรจัดการกับรถเมล์ควันดำทั้งหลายด้วยการเปลี่ยนเป็นรถเมล์รุ่นใหม่ที่ไม่มีควันดำ ไม่ว่าจะเป็นรถ ขสมก เองหรือรถร่วมฯ และกำหนดระเบียบของอายุการใช้งานของรถเมล์และปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
รถเมล์ที่มีบันไดขึ้นนั้นควรยกเลิกการใช้ เพราะไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือแม้แต่เด็กเล็ก ความไม่สะดวกในการใช้บริการทั้งที่ค่าบริการแสนถูก ทำให้คนหันไปใช้รถส่วนตัวแทนการใช้รถเมล์ ในต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับปัญหาฝุ่นละออง ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหามลพิษและการจราจร รวมถึงปัญหาของผู้สูงอายุและคนพิการ ล้วนแล้วแต่ใช้รถเมล์ที่ไม่มีบันไดทั้งสิ้น
*****
ดักแก้ปัญหาระยะยาว – ลดขยะหน้ากาก
หน้ากาก N95 ต่างจากหน้ากากผ้าที่สามารถซักและเปลี่ยนฟิลเตอร์ได้ และการที่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นประจำ จะนำมาซึ่งปัญหาต่อเนื่อง คือขยะหน้ากาก N95 ที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค
....แล้วหน้ากาก N95 แบบผ้าทั้งหลายที่เราเห็นคนไทยเริ่มสั่งของจากเมืองนอกมาล่ะคืออะไร
หน้ากาก N95 แบบผ้าที่สามารถซักได้นั้น เป็นการใส่แผ่นกรอง (ฟิลเตอร์) ไว้ภายในหน้ากากผ้านั่นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถซักหน้ากากได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง มีทั้งแบบที่ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองและต้องเปลี่ยนแผ่นกรอง แบบที่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองนั้นมีราคาถูกกว่า แผ่นกรองมีอายุการใช้งานจำกัด แม้ตัวหน้ากากที่ทำจากผ้าจะทำการซักได้ อายุการใช้งานของแผ่นกรองหรือความถี่ของการเปลี่ยนแผ่นกรองขึ้นอยู่ระดับมลภาวะหรือค่า AQI ยิ่งเราใช้ในแหล่งที่มีค่า AQI สูง อายุการใช้งานก็น้อยลง ต่ำสุดคือ 8 ชั่วโมง
ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยในไทยมีกว่า 10 ราย แต่ได้รับอนุญาตให้ผลิตเพียงหน้ากากอนามัยธรรมดา มีเพียงรายเดียวที่สามารถผลิตหน้ากาก N95 ดังนั้นต่อให้กรมการค้าเร่งผู้ผลิตแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะเป็นหน้ากากคนละประเภท มีความสามารถในการกันฝุ่นละอองขนาดต่างกัน
🎯การกักตุนสินค้า โก่งราคาทำกำไรบนกองทุกข์ของผู้ที่หาซื้อหน้ากาก N95 ส่วนผู้ที่ไม่มีกำลังทรัพย์จะซื้อสินค้าในราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นก็ไม่สามารถปกป้องตัวเองต้องสูดฝุ่นต่อไป - ปัญหาแบบนี้มันจะเกิดขึ้นทุกปี จนกว่าปัญหามลพิษฝุ่นจิ๋วนี้จะหายไปค่ะ
แม้จะออกมาตรวจหาผู้กักตุนสินค้าและโก่งราคาหน้ากาก N95 และหน้ากากอนามัย แต่ในความเป็นจริงทางการไม่มีทางหาตัวผู้กักตุนทั้งหมดได้ เพราะคนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน
😷 สิ่งที่ประชาชนต้องการจากภาครัฐไม่ใช่เงินเยียวยาเมื่อต้องเจ็บป่วยจากการเสพฝุ่นจิ๋วนี้ และไม่ใช่การเร่งผลิตหรือเพิ่มจำนวนผู้ผลิตหน้ากากที่ไม่ตรงประเภท แต่เป็นการเข้าไปจัดการกับระเบียบทั้งหลายและกลไกตลาดเพื่อเอื้ออำนวยให้ประชาชนมีหน้ากากถูกประเภทใช้ในราคาที่เหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาในระยะสั้นและกำจัดปัญหาฝุ่นร้ายกาจนี้ในระยะยาว
🎯 ในเมื่อปัญหาฝุ่นหนาแน่นในช่วงอากาศหนาวเกิดขึ้นทุกปี และทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐควรหาทางแก้ที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ขอเสนอการแก้ปัญหาหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ขาดตลาดอย่างถูกต้องและเหมาะสม
- ผลิตเองไม่ได้ ก็นำเข้ามาเสรีไปเลยค่ะ จะช่วย
1. เพิ่มปริมาณสินค้าเหล่านี้ในประเทศ
2. ลดความต้องการสินค้าเหล่านี้ในประเทศลง
3. ผู้ที่กักตุนสินค้าเพื่อโก่งราคาไม่สามารถขึ้นราคาตามใจตัวเองได้ เพราะคนก็จะไม่ไปซื้อของราคาแพงเหล่านั้น ในเมื่อประชาชนสามารถหาตลาดอื่นทดแทนได้
4. ราคาสินค้าเหล่านี้ในประเทศก็จะลดลงเอง
5. ประชาชนก็จะมีความสามารถในการเข้าถึงหน้ากาก N95 และฟิลเตอร์ ได้ง่ายขึ้น
6. ประชาชนก็มีความเสี่ยงต่อโรคภัยที่เกิดจากปัญหาฝุ่นจิ๋วลดลง
7. ประหยัดค่าใช้จ่ายรัฐในการรักษาพยาบาลประชาชนที่เจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากปัญหาฝุ่นจิ๋วลดลงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
📌 ส่งเสริมให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตหน้ากาก N95 แบบที่สามารถนำมาใช้ได้ใหม่
การที่จีนประสบปัญหาฝุ่นเช่นเดียวกันนี้และมีการตื่นตัวมาตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทำให้จีนผันตัวกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกหน้ากาก N95 แบบผ้าและแผ่นกรอง PM2.5 รายใหญ่ของโลก แม้แต่อังกฤษเองที่เคยประสบปัญหาฝุ่นเช่นเดียวกันจนมีผู้เสียชีวิตก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตหน้ากาก N95 แบบผ้าที่ไม่ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองและสามารถซักได้
ในเมื่อประเทศไทยต้องอยู่ด้วยหน้ากาก N95 เราก็ควรเร่งผลิตสิ่งที่ต้องใช้ แต่ก็ควรเป็นการผลิตสินค้าให้ถูกประเภทและควรเป็นสินค้าที่ไม่สร้างปัญหา (ขยะ) เพิ่มขึ้น
เมื่อไทยผลิตได้พอ ปัญหาเรื่องควบคุมสินค้าหรือการขออนุญาตหรือเก็บภาษีนำเข้าที่วุ่นวายก็จะไม่มี
*****
📍มารอดูกันว่าอีก 10 เดือนข้างหน้า เราจะต้องกลับมาใส่หน้ากากกันอีกรอบหรือไม่ … ตามหลักพุทธศาสนา การแก้ปัญหา ต้องหาเหตุแห่งปัญหา และ แก้ที่ต้นเหตุ …แต่ขอเพิ่มอีกนิดนะคะ ต้องแก้ที่เหตุอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยวแก้ เดี๋ยวหยุด เราก็จะตามปัญหาที่เติบโตสะสมตามกาลเวลาไม่ทันนะคะ
ภาครัฐจะเอาไปใช้ก็ไม่หวง idea นี้เลยค่ะ รีบๆ แก้ จะได้ย้ายกลับไทยอย่างสบายใจ
Credit information
https://www.weforum.org/…/air-pollution-in-europe-is-reduc…/
https://www.bloomberg.com/…/u-s-near-bottom-of-health-index…
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย