30 ม.ค. 2020 เวลา 09:16 • บันเทิง
มังกรหยก ภาค ๑...ตอนที่ ๑
ถ้าจะนับนิยายกำลังภายใน ที่เป็นอมตะของโลก...ต้องมีเรื่อง “มังกรหยก” ติดท๊อปไฟว์แน่นอน...
เป็นฝีมือของยอดยุทธน้ำหมึกชาวจีน...กิมย้ง...ผู้เพิ่งจากไปไม่นานนี้...
1
มังกรหยก เป็นเรื่องที่ยาวมาก ยาวโคตรๆตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นพ่อมาถึงรุ่นหลาน...แน่นอนตัวละครต้องเยอะแบบนับกันไม่หวาดไม่ไหว...
ผมเอามาเล่าให้ฟังแบบให้เสพกันง่ายๆ เพราะฉะนั้น...ตัวละครบางตัวก็อาจจะดัดแปลงชื่อให้เรียกง่ายๆ หรืออาจจะเปลี่ยนชื่อให้คุ้นหูคนไทย...ไม่งั้น ถึงแม้จะย่อเรื่องแล้วก็เถอะ...คนอ่านอาจจะตาลายกับชื่อเป็นร้อยๆชื่อ...
อ้อ อีกอย่าง...มังกรหยกมีผู้นำมาแปลหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน ชื่อตัวละครก็เลยมีเรียกเพี้ยนกันไปบ้าง อย่างเช่น...บางเวอร์ชั่นก็ ก้วยเจ๋ง บางเวอร์ชั่นก็ ก๊วยเจ๋ง...คูชู่กี ก็มี...คิวชู่กี ก็มี...ผมก็ขอเลือกแบบเรียกง่ายๆเป็นหลักแล้วกันครับ...
...เรื่องมังกรหยกภาคแรก เกิดในสมัยแผ่นดินจีน ราชวงศ์ซ้องตอนปลายๆ...ในเวลานั้นมีชาติใหญ่ๆตั้งค้ำยันกันอยู่สามชาติ...
แผ่นดินซ้อง...แผ่นดินมงโกล และแผ่นดินกิมก๊ก หรือพวกแมนจูนั่นเอง...
แผ่นดินซ้องใหญ่สุด แต่ก็อ่อนแอลงทุกที เพราะถูกกิมก๊กรุกรานเข้ามาเรื่อยๆ...ส่วนมงโกลก็กำลังอยู่ในช่วงหุ้นขึ้น โดยมีตัวละครที่มีจริงในประวัติศาสตร์...เจงกิสข่าน...มามีบทบาทในเรื่องนี้ด้วย...
ส่วนตัวละครสำคัญๆ...ก็ขอปูพื้นให้รู้จักกันไว้ก่อนกันงง...
ก้วยเจ๋ง...อันนี้เป็นพระเอก มีบุคลิกทึ่มๆสติปัญญาไม่ว่องไวเท่าไหร่ แต่มีความซื่อสัตย์มั่นคง กตัญญู...แล้วก็มีโชคช่วยให้ฝีมือค่อยๆพัฒนาขึ้นไปจนเก่งสุดยอดในท้ายเรื่อง...
สุดยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ มีอยู่เจ็ดคน...
1
เฮ้งเต็งเอี๊ยง...คนนี้เค้าเบอร์หนึ่งเก่งสุด เป็นเจ้าสำนักช้วงจิน แต่ไม่มีบทบาทในเรื่อง...ได้แต่กล่าวถึง เพราะตายไปก่อนเริ่มเรื่อง...
จิวแป๊ะทง...ฉายาเฒ่าทารก คนนี้เป็นศิษย์ผู้น้องของเฮ้งเต็งเอี๊ยง...มีบุคลิกบ้าๆบอๆ เหมือนเด็กๆที่เล่นไปเรื่อย แต่งมงายกับวิชาฝีมือจนพัฒนาตัวเองขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าได้...
ฮิ้วเชยยิ่ม...หัวหน้าพรรคฝ่ามือเหล็ก มีฝีมือระดับร้ายกาจ แต่ความประพฤติออกไปทางชั่วร้าย...
อีกสี่คนที่มีฝีมือทัดเทียมกันในระดับแนวหน้า...ภูตบูรพา อึ้งเอียะซือ เจ้าของเกาะดอกท้อ...ยาจกอุดร อั้งชิกกง หัวหน้าพรรคกระยาจก...พิษปัจฉิม อาวเอี๊ยงฮง สุดยอดฝีมือจากภาคตะวันตก และ...ราชันทักษิณ เป็นเจ้าเมืองตาลีฟูทางภาคใต้...
3
คนอื่นๆก็จะมี...เจ็ดนักพรตสำนักช้วงจิน ผู้เป็นศิษย์ของเฮ้งเต็งเอี๊ยง...เจ็ดมนุษย์ประหลาดแห่งกังหนำ เจ้าของเพลงกังนัมสไลต์...เฮ้ยไม่ใช่...
อึ้งย้ง...ลูกสาวอึ้งเอียะซือ คนนี้เป็นนางเอก...
นอกจากนี้ยังมีพวกทางมงโกลอีกพะเรอเกวียน...ผมจะพยายามย่นย่อให้ย่อยง่ายที่สุดแล้วกันนิ...
เปิดฉากเรื่องที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อยู่แถวๆชายขอบ...คนในหมู่บ้านก็ทำไร่ไถนากันไป ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยจัดตั้งกองกำลังป้องกันตนเอง...เนื่องจากเดี๋ยวก็มีกองกำลังสารพัดฝ่าย เดี๋ยวไอ้นั่นยกมา เดี๋ยวไอ้นี่ยกไปอยู่เรื่อย
ผ่านก็ไม่ค่อยผ่านเปล่า ถ้ามีโอกาส พวกกองกำลังสันดานเสียนี่ พอมีอาวุธในมือ มีพวกมากๆก็มักจะมีแถมปล้นชาวบ้าน ลูกสาวบ้านไหนสวยๆก็อาจจะหลีกไม่พ้นต้องโดนฉุดอยู่บ่อยๆ...
เอี้ยทิซิม และ ก้วยเซียวที...หนุ่มสองคนนี้ต่างก็เป็นทายาทของยอดขุนทหารในอดีต...ตระกูลเอี้ยจะเก่งเรื่องทวน ส่วนตระกูลก้วยจะเก่งเรื่องขวาน...
สองคนนี่เขารักใคร่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน...แต่ละคนต่างก็มีเมียกำลังตั้งท้องอยู่ด้วยกันทั้งคู่...มาดามเอี้ยหน้าจัดอยู่ในระดับนางงามเลยล่ะ ส่วนมาดามก้วย แกมีหน้าตาเป็นอาวุธ...
อยู่มาวันนึงในฤดูหนาวหิมะกำลังโปรยปราย...สองบ้านนี้เขากำลังนั่งก๊งเหล้า พักผ่อนหลังเลิกงาน...อยู่ๆก็เห็นนักพรตคนนึงรีบร้อน จ้ำพรวดๆผ่านบ้านไป...
ไม่ได้จ้ำธรรมดา แต่ผ่านไปด้วยความเร็วแปดสิบไมล์ต่อชั่วโมง...
บ๊ะ เร็วยังกะติดสเก็ตยังงี้ นักพรตคนนี้ต้องเป็นจอมยุทธ มีกำลังภายในแน่นอน...สองหนุ่มผู้รักการต่อสู้ก็เลยออกปากเรียก...มาก๊งกันซักหน่อยมั้ยท่านนักพรต...
ฝ่ายนักพรตนี้ก็ไม่รู้เป็นนักบวชภาษาอะไร ใจร้อนวู่วามเป็นบ้า...คนเค้าเอ่ยปากชวนดีๆ อีนี่ไม่มีการถามไถ่ ใช้กำลังเข้าใส่เลย...
ตีกันบ้านช่องพังไปแถบนึง...อีตานักพรตได้เห็นเพลงทวนเพลงขวานของสองหนุ่ม ซึ่งโดยธรรมชาติพวกหมัดมวยหรือเพลงอาวุธ มันบอกได้ถึงสำนักอาจารย์ว่าฝึกมาจากที่ไหน ก็เลยเกิดการสอบถามถึงโคตรเหง้ากันขึ้น...อ้อๆๆๆ เป็นลูกคนนั้น เป็นหลานคนนี้ใช้ป่าว...อ้าว งั้นก็เป็นตระกูลรักชาติล่ะสิ...เฮ้ย พวกเดียวกันๆๆๆ...
กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง เล่นเอาเจ็บตัวกันไปไม่น้อย...แต่ก็ได้ความว่า นักพรตคนนี้ชื่อ...คิวชู่กี เป็นหนึ่งในเจ็ดศิษย์ของสำนักช้วงจิน...ซึ่งเป็นสำนักใหญ่มากในเวลานั้น...
อ้อ...ต้องบอกก่อนว่าในยุคนั้น สำนักที่คอกำลังภายในคุ้นหู อย่างบู๊ตึง ง่อไบ๊...ยังไม่เกิดนะฮะ ต้องไปรุ่นลูกรุ่นหลานโน่น ถึงจะเกิดขึ้นมา...
คิวชู่กีหยิบของในย่ามออกมาโยนไว้ข้างที่นั่ง...เป็นหัวกับไส้สดๆของคน...หยึยยย...และที่หยึยกว่านั้นคือ สามคนก็ยังนั่งดื่มเหล้าเคล้าหัวคนได้อย่างเอร็ดอร่อย และหนำใจ...
โฆษณา