31 ม.ค. 2020 เวลา 02:05
งานแต่งงาน
เรื่องที่พ่อจะเขียนในวันนี้ เป็นเรื่องที่พ่ออยากจะเขียนมานานแล่้ว
และเป็นเรื่องที่พ่อกับแม่คุยกันมาหลายครั้ง
เรื่อง การแต่งงานของลูกสาวทั้งสอง
ตอนนี้ ปันปัน 7 ขวบกว่า
ส่วนเป่าเปา 2 ขวบกว่า
ถามว่า พ่อจะเขียนเรื่องการแต่งงานทำไม
ตอบว่า พ่อจะเขียนทุกเรื่องที่พ่อนึกขึ้นได้ก็แล้วกันเนาะ
เอาตามนี้แหละ คิคิ
พ่อกับแม่ คุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้ว
และ บทสรุป ที่พ่อเป็นคนสรุปเอง ว่าให้เอาตามนี้นะ
คือ
ลูกสาวพ่อทั้งสอง จะจัดงานแต่ง หรือไม่จัดก็ได้
ค่าสินสอด ไม่มี ไม่จำเป็น พ่อกับแม่จะไม่เรียกค่าสินสอดจากลูกแม้แต่บาทเดียว
อ้าว...ทำไมพ่อคิดงี้ แล้ว ประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาหละ
พ่อมีคำตอบ ทุกเรื่องให้ลูกอยู่แล้ว
เรื่องมันมีอยู่ว่า
สำหรับพ่อแล้ว ถ้าจะทำอะไรซักอย่าง หรือไม่ทำอะไรซักอย่าง
พ่อจะมองที่ เหตุผล และเป้าหมายที่จะต้องทำ หรือไม่ต้องทำมัน
ไม่ใช่ ทำเพียงแค่ เขาว่ามา แล้ว ทำตามๆกันไป
การจัดงานแต่งงาน เป้าหมายจริงๆของการจัดงานแต่งงานคืออะไร
เพื่อให้ครอบครัวญาติพี่น้อง และ สังคม ได้รับรู้
หรือ เพื่อให้ ใครต่อใคร พากันร้อง อู้ฮู้..
สำหรับพ่อ พ่อคิดว่างานแต่งงาน มีเพื่อให้ญาติพี่น้อง
และ สังคม คนรอบข้าง ได้รับรู้ว่า
คนสองคนรักกัน ตั้งใจจะอยู่กิน ใช้ชีวิตร่วมกัน แบบ สามีภรรยา
แค่นั้น
เพราะฉะนั้น ถ้า จุดประสงค์หลักมีแค่นี้ พิธีแต่งงาน
ก็ดูมันช่างง่าย และไม่ซับซ้อน วุ่นวาย เวิ่นเว้อ
เมื่อ เหตุผลของการจัดงานแต่งงาน มันมีแค่นี้
มันเลยเป็นที่มาว่า ลูกสาวพ่อทั้งสอง จะจัดงานแต่งงาน หรือไม่ก็ได้
แต่
ลูกต้องทำไงก็ไงก็ได้ ให้การที่ลูกรักใครซักคน และ จะใช้ชีวิตร่วมกัน
ต้องให้ครอบครัว ญาติพี่น้อง ของเรา และ เขา ได้รับรู้
ซึ่งเหตุผลที่ต้องให้ครอบครัวของทั้งสองได้รับรู้
ก็เพราะว่า
การใช้ชีวิตร่วมกัน มันคือการที่สองครอบครัว ต้องมาเป็นญาติกัน
มาเกี่ยวข้องกัน ทั้งทางสังคม และ ทางกฏหมาย
เพราะเหตุนี้
จึงจำเป็นที่จะต้อง รู้จักกัน
แล้ว การที่จะให้ทั้งสองครอบครัวรู้จักกัน มันก็มีหลายวิธี
ไม่จำเป็นที่จะต้อง จัดงานแต่งงาน แบบที่เขาทำๆกัน
พ่อจะยกตัวอย่างนะ
ลูกอาจจะนัด ครอบครัวของเรา และ เขา
เชิญทานข้าวร่วมกัน เพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน
เพื่อที่จะแจ้งให้ทุกคนรู้ว่า ทั้งสองรักกัน และจะใช้ชีวิตร่วมกัน
แค่นี้ก็ได้
นี่เป็นแค่ตัวอย่างนะ
การแต่งงานของลูกออกแบบเองได้เลย ตามใจ อะไรก็ได้
เพราะพ่อคิดว่า การแต่งงาน คือ เรื่องของลูก
ลูกตัดสินใจเลือกคู่ครองเอง พ่อไม่ยุ่งอยู่แล้ว
ลูกก็ควร เลือกรูปแบบของการแต่งงานเอง ตามใจ
ภายใต้ คอนเซปต์
ลูกจะจัดงานแต่งเพื่อให้สังคมและครอบครัวรับรู้
หรือ จะจัดงานแต่งเพื่อให้ ใครต่อใครร้องว่า อู้ฮู้...
ลูกเลือกเอาเอง
มาถึงเรื่องสินสอด
ที่พ่อบอกว่า พ่อไม่เรียกค่าสินสอดแม้แต่บาทเดียว
เหตุผลที่พ่อไม่เรียกค่าสินสอด เพราะว่า
พ่อลองถามหลายๆคนแล้วว่า
ค่าสินสอดคืออะไร
ทำไมต้องเรียกค่าสินสอด
คำตอบมันมักจะเหมือนๆกัน คือ
ค่่าสินสอด คือ ทรัพย์สินใดๆ ที่ฝ่ายชาย มอบให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง
เพื่อเป็นการตอบแทน ที่ให้ฝ่ายหญิงสมรส
หรือบางคนก็บอกว่า เพื่อเป็นค่าน้ำนมให้กับแม่ที่เลี้ยงดูมา
ถ้าค่าสินสอด ที่คนส่วนใหญ่เขาเรียกัน ด้วยเหตุผลนี้
งั้น ลูกสาวพ่อทั้งสอง พ่อไม่เรียกค่าสินสอด
เพราะ
พ่อกับแม่ ไม่ได้ต้องการทรัพย์สินใดๆ จากใคร
เพื่อตอบแทนว่าลูกสาวพ่อไปแต่งงานกับเขา
น้ำนมของแม่ มันกลั่นมาจากใจ จากความรัก
ทุกหยดที่ให้ลูกกิน มันคือความสุข
พ่อกับแม่ เลี้ยงลูกมา ไม่ได้หวังว่า วันหนึ่ง จะได้เงินทองจากการเลี้ยงดู
แต่ถ้า ฝ่ายชายจะมีทรัพย์สิน เงินทองให้ลูก เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ลูก
ก็แล้วแต่ลูกจะคุยกัน งานของลูก ลูกจัดการเองทั้งหมด สุดแต่ใจจะไขว่คว้า
ลูกสาวทั้งสอง ได้ให้ของขวัญที่แสนจะวิเศษ กับพ่อและแม่แล่้ว
ในวันที่ลูกเกิด ลูกทั้งสองเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์
นั่นคือของขวัญที่ลูกทั้งสองได้มอบให้กับพ่อและแม่แล้ว
ณ.วันที่พ่อกำลังเขียนอยู่ ทั้งสองก็เจริญเติบโตสมวัย
ลูกทั้งสอง มาเติมเต็ม ความรัก ความสุข ให้กับพ่อและแม่
พ่อกับแม่ เฝ้าถนอม เลี้ยงดู แนะนำ สั่งสอน
อยากให้ลูกได้เติบโต ไปเป็นคนดีของของสังคม
ดูแลตัวเองได้ มีครอบครัวที่ดี
ถ้าลูกทำได้เพียงแค่นี้
พ่อกับแม่ก็มีความสุขแล้ว
การจัดงานแต่งงาน
มันไม่สำคัญหรอก
สิ่งสำคัญคือ ลูกจะแต่งงานกับใคร จะใช้ชีวิตร่วมกับใคร มากกว่า
ถ้าการจัดงานแต่งงานมันดีจริง
คนที่จัดงานแต่งอลังการ ดาวล้านดวง คงไม่มีใครหย่าร้าง
พ่ออาจจะไม่ใส่ใจเรื่อง งานแต่งงาน
แต่พ่อ ใส่ใจมากเลยนะ กับการที่ลูกจะคบใครซักคน
ลูกควรจะรู้จักการดูคนให้เป็น
เลือกคบคน โดยใช้สมองในการใคร่ครวญ ไตร่ตรอง
ไม่ใช่แค่มองแล้วชอบ
วันหน้า พ่อจะมาเล่าเรื่อง ผู้ชายห่วยๆ ที่ไม่ควรคบให้ฟัง
วันนี้เอาแค่นี้ก่อน พ่อทำงานก่อนนะ
จำไว้นะว่า งานแต่งงาน ไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญ คือ แต่งงานกับใคร ...
โฆษณา