Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Last Son
•
ติดตาม
2 ก.พ. 2020 เวลา 04:06 • กีฬา
Rise and Decline
การเกิดใหม่ และ ความเสื่อมถอย วัฏจักรของทุกสิ่งบนโลกนี้
วันนี้อยากเขียนเรื่องสัจธรรของทุกๆสิ่งในธรรมชาติ กับ กระแสฟุตบอลพรีเมียร์ฯอังกฤษที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่ได้ดูทีมรักลงแข่งพร้อมกับชัยชนะเมื่อคืนนี้
ผมเป็นแฟนบอลทีมลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ดูบอลตอนเด็กๆ (เมื่อประมาณ 35 ปีที่แล้ว) ตอนนั้นลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบนเกาะอังกฤษ ฉายาที่ผมยังจำได้ คือ เครื่องจักรสีแดง(Red Machine) เนื่องจากสไตล์การเล่นที่ส่งบอลต่อกันสั้นๆ รวดเร็ว จังหวะเดียว ส่วนทีมบอลในอังกฤษสมัยนั้นยังเน้นการเล่นบอลแบบโยนยาว ปีกความเร็วสูงขึ้นบอลทางริมเส้นและเปิดเข้ากลางเพื่อจบสกอร์ นั้นเป็นที่มาของความสำเร็จของทีมหงส์แดงแดงในตอนนั้น (ไม่มีใครตามการเล่นรูปแบบนั้นได้ เลยทำให้หงส์แดงชนะทีมอื่นได้ง่ายๆ)
แต่ความยิ่งใหญ่ ความสำเร็จ ไม่ได้คงอยู่ตลอดกาล หงส์แดงของผมผลงานดร็อปลง ด่ำดิ่ง หลังจากผมเชียร์ทีมนี้มาได้สักพักหนึ่ง ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกสูงสุดครั้งสุดท้ายปี 1990 (เมื่อ 30 ปีที่แล้ว , นานไม่ใช่เล่น :( )
ผมสรุปต้นตอของความล้มเหลวในช่วงแรก ของทศวรรษ 90 ได้ดังนี้
1. ทีมอื่นปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นบนพื้นมากขึ้น สามารถสู้กับหงส์แดงได้มากขึ้น
2. ผู้บริหารยึดติดกับรูปแบบการบริหารแบบเดิมๆ คือ ใช้ผู้จัดการทีมที่มาจากบู๊ตรูมสต๊าฟ หรือ นักเตะเก่า ซึ่งจริงๆแล้ว ผู้จัดการทีมคนนั้นอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม
3. ความกดดันจากความคาดหวังสูงจากแฟนบอล ทำให้ทีมในขณะนั้น ไม่สามารถทำผลงานได้อย่างที่หวัง
4. การซื้อตัวผู้เล่นที่ไม่มีคุณภาพ ไม่เหมาะกับทีม
ทุกๆอย่างที่ว่ามาทำให้ผลงานของทีมช่วงยุค 90 ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย ไม่เคยแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้แชมป์ลีก ถึงแม้จะได้แชมป์เอฟเอคัพ และ ลีกคัพ มาปลอบใจ แต่มันก็ไม่สามารถเทียบได้เลยกับความยิ่งใหญ่ในยุค 80
ตรงกันข้ามกับทีมคู่แค้น อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เริ่มต้นยุค 90 ในอย่างยอดเยี่ยม (หลังจากตกต่ำมานาน ตั้งแต่ต้นยุค 70) เริ่มด้วยการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ปี 1991 ต่อด้วยแชมป์คัพวินเนอร์คัพ ปี 1992 , ปีถัดมาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรก ในรอบ 28 ปี และยังสามารถต่อยอดความสำเร็จมาได้อีก 20 กว่าปี
ความแตกต่างของลิเวอร์พูล กับ แมนฯยู ในตอนนั้น คือ ผู้จัดการทีม และ การบริหารทีม
ลิเวอร์พูล มีผู้จัดการทีม คือ ซูเนสส์ รอยอีแวนส์ , การบริหารแบบเดิมๆ
แมนฯยู มีผู้จัดการทีม คือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน , การบริหารรูปแบบใหม่ (การซื้อตัวผู้เล่น , การหารายได้ , การพัฒนาผู่เล่นเยาวชน เป็นต้น)
ลิเวอร์พูล ยึดติดกับสิ่งเดิมๆ ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต ไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งเหล่านั้นมาได้ - จึงเป็นสาเหตุของความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แมนฯยู ทำสิ่งใหม่ๆ ตั้งใจแน่วแน่ในแนวทางที่จะทำให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง - จึงเป็นสาเหตุของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ต่อเนื่องยาวนาน
แต่แล้วทุกๆสิ่งบนโลก มันก็มีเวลาของมัน (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป) แมนฯยูหลังจากเซอร์เฟอร์กี้ลงจากตำแหน่ง เริ่มมีผลงานย่ำแย่ ไม่เคยได้แชมป์ลีกมาแล้ว 7 ปี(เพิ่งเริ่มต้นช่วงขาลง) เปลี่ยนผู้จัดการทีมมาแล้ว 4 คนในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนทำอะไรๆก็ดูแย่
สวนทางกับหงส์แดง หลังจากล้มลุกคลุกคลานมากว่า 25 ปี ทีมค้นพบผู้จัดการทีมที่เหมาะสม คือ เจอร์เก้น คล๊อปป ได้ผู้บริหารทีมที่ตั้งใจในการนำทีมกลับมาสู่ความสำเร็จ , ผลงานเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ปีนี้เป็นปีที่ทีมมีความหวังสูงสุดในการกลับมาเป็นแชมป์ลีกอีกครั้งในรอบ 30 ปี
มีขึ้นก็มีลง ตกต่ำก็กลับมารุ่งเรือง........
กลับไป-กลับมาแบบนี้.......
ช่วงเวลาที่ยากลำบาก ตกต่ำ ย่ำแย่ มันจะเกิดคำถามว่าทำไมเรายังเชียร์ทีมที่เรารัก ? สำหรับผมแล้ว มันก็เหมือนกับการที่เรารักใครสักคนหนึ่ง ถ้าเรารักใครแล้วคงไม่สามารถ เลิกรักเค้าได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร? หรือ จะยากลำบากแค่ไหน เราทำได้อย่างเดียวคือ อดทนรอ เอาใจช่วย แล้วทุกอย่างมันก็คงจะดีขึ้น ตามวัฎจักรของธรรมชาติ
อาจจะยาวนาน อาจจะสั้นๆ แต่ สิ่งดีๆ/ความสำเร็จ มันจะต้องมาถึงในสักวัน
ดีใจกับทุกคนที่มีความสุขในตอนนี้ เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มีความรู้สึกแย่ๆ ขอให้อดทน และ ข้ามผ่านช่วงเวลาเลวร้าย 😁😁😁😁
#YNWA
#liverpool
บันทึก
16
5
16
5
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย