4 ก.พ. 2020 เวลา 01:53 • ประวัติศาสตร์
โจว เอิน ไหล
โจว มีฐานะลำบาก เป็นลูกกำพร้า มาอาศัยกับญาติ..มีความมานะ ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ กตัญญู มาก
ญาติได้ส่งเสียเรียนหนังสื่อ ได้ยึดอาชีพสื่อฯนักเขียน..และได้มีโอกาสไปเรียนประเทศฝรั่งเศส ...
กลับมา ได้เห็นประเทศของตน ไร้ความยุติธรรม คอรัปชั่น เห็นแก่พวกพ้อง จึงได้รวบรวม จัดตั้งพรรค คอมมิวนิสต์ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาของประเทศ...โดยตนเอง รับหน้าที่เลขาธิการพรรคฯ
ผ่านไปสองปี งานที่คาดหวังคืบหน้าน้อยมาก..เขาจึงไปเกลี้ยกล่อม ครูประชาบาลชนบทคนหนึ่ง ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ บุคลิกดีมาก พูดจาฉะฉาน ...แล้วมานำเสนอในพรรคฯ ให้ยอมรับครูคนนี้ เพื่ออนาคตของประเทศชาติ..
วันเวลา ผ่านไป พรรคคอมมิวนิสต์ ชนะพรรคก๊กมินตั๋ง ขึ้นบริหารประเทศ ตั้งแต่นั้น จนถึงปัจจุบันนี้...
ระหว่างบริหาร เริ่มต้นของประเทศจีนยุคท้ายๆของครูประชาบาล ภายหลังเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ชื่อ เหมาเจอตุง...กลุ่มภรรยา เหมา พยายามจะกำจัด มือขวาของโจว ที่ชื่อ เติ้งเสี่ยวผิง...แต่โจวได้ขอร้องใว้
หรือแม้กระทั่งจะกำจัดโจว...เมื่อเหมาฯรู้ข่าว ได้ขอร้องเมียว่า โจวเป็นผู้มีพระคุณ เป็นผู้สร้างเขามา..
หมดจากเหมา โจววางแผนให้เติ้งฯ เป็นประธานาธิบดีต่อ...เพื่อแก้ปัญหาประเทศชาติ
เมื่อเติ้งขึ้นบริหารประเทศ เติ้งพยายาม ลบ ปลดรูปเหมา ฯ ที่เหมารังแกเติ้งฯตลอดมา แต่โจว ฝากเติ้ง เรื่องเหมาฯ ไม่มีเหมา ไม่มีจีนทุกวันนี้...
แค้น แสน แค้น แต่ชาติต้องมาก่อน พี่ชายที่แสนดีต้องมาก่อน ...
กับประเทศไทย...โจวสำนึกฯคนจีน ที่มาอาศัยประเทศไทย แล้วนำเงิน ทองไปให้ เพื่อการต่อสู้กับศัตรูของชาติ... จนโจว ฯ บันทึกใว้บนก้อนหิน คนจีนที่มาอาศัยผืนดินไทย ว่า เหียกวงเอี่ยม..
ภายหลัง บริษัทฯดังใหญ่ ในเมืองไทย เข้าไปทำมาค้าขายกับแผ่นดินใหญ่ ได้ใช้คอนแน็คขั่น นี้
และที่สำคัญ ตอนเวียต นาม ส่งทหารช่วยฮุนเซนรบที่เขมร มีแนวโน้มจะรุกมาที่ไทย
เป็นเหตุให้ไทย ต้องให้อเมริกาถอนฐานทัพออก แล้วนายกไทยที่ชื่อคึกฤทธิ์ ต้องบินไปจับมือกับเหมา โดยขบวนการทั้งหมด โจวเอินไหล เป็นผู้ดูแล กลั่นกรอง..และเป็นผล เกิดสงครามสั่งสอน จีนส่งทหารสามแสนคน บุกชายแดนภาคเหนือของเวียดนามบริเวรเมืองเลาไก ทำให้เวียตนามต้องถอนทหารทั้งหมดที่เตรียมบุกไทย ไปสกัดทหารจีน...
โจว คือ วีรบุรุษผู้ปิดทองหลังพระ ..โจวคือ วีรบุรุษผู้อาภัพ...ในโลกนี้ หาคนที่รักชาติ รักประชาชน ที่ซื่อสัตย์ อย่างนี้ ยากมาก...
8 มกราคม 1976
หลังจากโจวเอินไหลถึงแก่อสัญกรรม ธงสหประชาชาติลดธงครึ่งเสา หน้าสำนักงานใหญ่ ณ นครนิวยอร์ค การลดธงครึ่งเสาเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากยิ่ง นับตั้งแต่สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1945 ประมุขหลายรัฐหลายๆประเทศถึงแก่อสัญกรรม แต่สหประชาชาติไม่เคยลดธงครึ่งเสาให้ใครเลย ทำให้นักการทูตบางประเทศน้อยเนื้อตำ่ใจ จึงไปชุมนุมหน้าตึกสำนักงานใหญ่ ตั้งกระทู้ถามทางสำนักงานสหประชาชาติว่า เหตุใดเมื่อครั้งประมุขแห่งรัฐเราถึงแก่อสัญกรรม ธงสหประชาชาติยังปลิวไสวอยู่บนยอดเสา แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีจีนถึงแก่อสัญกรรมกลับมีการลดธงครึ่งเสา?
เคิร์ท วัลไฮม์ เลขาธิการสหประชาชาติเวลานั้นออกมาแถลงที่หน้าประตูอาคารสหประชาชาติเป็นเวลาสั้นไม่ถึง 1นาทีว่า
"การที่สหประชาชาติลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยโจวเอินไหลครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจของผม เหตุผลคือ.....
ประการแรก จีนเป็นอาณาจักรเก่าแก่ ทรัพย์สินเงินทองของอาณาจักรนี้มากมายก่ายกอง เงินหยวนที่คนในชาตินี้ใช้นั้นมากจนสุดคณานับ แต่โจวเอินไหลกลับไม่มีเงินฝากธนาคารเลยแม้แต่หยวนเดียว
ประการต่อมา จีนมีประชากรกว่า 1000ล้านคน คิดเป็น1ใน4 ของประชากรโลก แต่นายกฯโจวเอินไหลของพวกเขาไม่มีทายาทเลยแม้แต่คนเดียว
ประมุขแห่งชาติของพวกท่าน ขอให้ทำได้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง เมื่อถึงแก่อสัญกรรม ทางสำนักงานใหญ่สหประชาชาติก็จะลดธงลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัยแด่ท่านนั้น"
เมื่อกล่าวจบก็หันหลังเดินจากไป นักการทูตที่ชุมนุมอยู่ที่ลานทุกคนเงียบกริบไปพักหนึ่ง แล้วเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้นมา
โฆษณา