5 ก.พ. 2020 เวลา 11:30
SHISEIDO จากร้านขายยา สู่อาณาจักรความงามเจ็ดแสนล้าน / โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่ว่า บริษัทเครื่องสำอางที่มีมูลค่าบริษัทสูงที่สุดในโลก คือ
อันดับ 1 L'Oréal
อันดับ 2 Estée Lauder
อันดับ 3 Shiseido
แม้ว่า 2 อันดับแรกจะเป็นบริษัทสัญชาติตะวันตก
แต่ที่น่าสนใจคือ Shiseido ที่อยู่อันดับ 3 ซึ่งมีต้นกำเนิดจากชาติตะวันออกเอเชียบ้านเรา
แล้ว Shiseido ใหญ่ขนาดไหน? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟังค่ะ
Shiseido ก่อตั้งโดยคุณอาริโนบุ ฟุกุฮาระ
เภสัชกรหนุ่มประจำโรงพยาบาลกองทัพเรือญี่ปุ่น
คุณอาริโนบุ ชื่นชอบการทดลองสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
เขามีแนวคิดว่า ยารักษาโรคในญี่ปุ่นช่วงเวลานั้นไม่ตอบโจทย์การรักษา
ต่อมาคุณอาริโนบุจึงเริ่มหาวัตถุดิบชั้นดีจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อนำมาทำเป็นยารักษา
และได้เปิดร้านขายยารูปแบบตะวันตกแห่งแรกในย่านกินซ่า ประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่า Shiseido ในปี 1872
ชื่อ Shiseido มาจากภาษาจีน
โดยนำคำว่า Shi Sei (資生) ที่แปลว่า ต้นกำเนิดของทุกสิ่งมารวมกับ Do (堂) ที่แปลว่า บ้าน
เพื่อแสดงความตระหนักถึงคุณค่าของโลกใบนี้
ต่อมา นอกจากยารักษาโรคแล้ว คุณอาริโนบุยังคิดค้นผลิตภัณฑ์อื่นๆ
โดยในปี 1888 ผลิตภัณฑ์แรกที่วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Shiseido
คือ Fukuhara Sanitary Toothpaste ซึ่งเป็นยาสีฟันชนิดผงที่มีส่วนผสมพิเศษ
ทำให้สามารถขายได้ในราคาสูงกว่าราคาในตลาดเกือบ 10 เท่า
และในปี 1897 Shiseido ได้เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอางเป็นครั้งแรก
โดยมีเป้าหมายว่า ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องผ่านกระบวนการผลิตทางวิทยาศาสตร์
ที่มีคุณภาพสูงเทียบเท่ากับการผลิตยารักษาโรค
สินค้าของ Shiseido ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า
และสามารถขยายสาขาในปี 1923
โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ Shiseido ประสบความสำเร็จก็คือ การวิจัยและพัฒนา
รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัลในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ Harvard University
ก่อตั้งศูนย์วิจัยด้านผิวหนังแห่งแรกของโลก ในปี 1989
โดยปัจจุบัน Shiseido มีศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านความงามทั้งในเอเชียและยุโรปรวมกว่า 8 แห่ง
และล่าสุด Shiseido ได้เข้าซื้อ Giaran ธุรกิจสตาร์ตอัปที่พัฒนาเทคโนโลยี AI การสร้างภาพจำลองเสมือนจริง เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองแต่งหน้า ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของ Shiseido
ก็คือการขยายขอบเขตอาณาจักรสินค้าด้านความงาม
ผ่านการเข้าซื้อกิจการ หรือทำข้อตกลงเพื่อผลิตสินค้าบางกลุ่มกับเจ้าของแบรนด์ชื่อดังจำนวนมาก ทั้งจากฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ทำให้ปัจจุบัน Shiseido มีผลิตภัณฑ์ในเครือกว่า 40 แบรนด์
เช่น LAURA MERCIER, NARS รวมถึง Dolce & Gabbana เฉพาะส่วนของน้ำหอม
แล้วผลประกอบการของ Shiseido เป็นอย่างไร?
ปี 2017 รายได้ 289,400 ล้านบาท กำไร 6,542 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 314,513 ล้านบาท กำไร 17,675 ล้านบาท
1
และล่าสุด รอบ 9 เดือนแรก ปี 2019
รายได้ 243,359 ล้านบาท กำไร 20,828 ล้านบาท
จากตัวเลขนี้ เห็นได้ว่ารายได้ของ Shiseido มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้ปัจจุบัน Shiseido กลายเป็นอาณาจักรความงามยักษ์ใหญ่
ที่มีมูลค่ามากถึง 7.8 แสนล้านบาท
ซึ่งใครจะเชื่อว่า หากย้อนกลับไปเมื่อ 148 ปีก่อน
อาณาจักรแบรนด์ความงาม Shiseido จะมีจุดเริ่มต้นมาจากร้านขายยาในเมืองโตเกียว..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
นอกจากธุรกิจความงามแล้ว Shiseido ยังขยายกิจการสู่ธุรกิจอาหารด้วยนะคะ
เริ่มตั้งแต่ปี 1902 ที่ Shiseido ผลิตน้ำโซดาและไอศกรีมออกจำหน่ายควบคู่ไปด้วย
ซึ่งถือเป็นสินค้าที่ไม่ค่อยมีในญี่ปุ่นสมัยนั้น
1
และในปัจจุบัน Shiseido ก็มีร้านอาหาร ชื่อ L'Osier
ซึ่งได้รับการการันตีความอร่อยด้วยมิชลินระดับ 3 ดาวเลยทีเดียว
References : Shiseido group website, Finance.yahoo, Forbes
โฆษณา