14 ก.พ. 2020 เวลา 16:49 • ครอบครัว & เด็ก
ไดโนสคูล : เส้นสีดำใต้สะดือ ที่เกิดช่วงตั้งครรภ์คืออะไร + นิทานชาดก
เคยสังเกตหรือสงสัยในตัวเอง หรือคนใกล้ชิดในช่วงตั้งครรภ์ไหมคะ
ว่าทำไมหลังจากตั้งครรภ์ไปได้สักระยะหนึ่ง จึงปรากฏแนวเส้นตรงสีคล้ำ ๆ ช่วงกลางลำตัว ตั้งแต่ใต้สะดือลงไป
แนวเส้นนี้คืออะไร?
เกิดจากอะไร?
เป็นอันตรายไหม?
จะแก้ไขอย่างไร?
อยากให้ติดตามในไดโนสคูลตอนนี้ค่ะ
และนกนำเรื่องเล่านิทานชาดก ที่เกี่ยวข้องกับความรักระหว่างแม่-ลูก มามอบให้ในวันวาเลนไทน์ด้วยค่ะ
ท่านที่สนใจฟังคลิปเสียงใน youtube กดที่ภาพใต้นี้ได้เลยค่ะ
เส้น Linea nigra หรือเส้นสีดำที่เกิดขึ้นตรงกลางช่วงลำตัว เห็นชัดในช่วงที่แม่ตั้งครรภ์ได้อายุประมาณสัปดาห์ที่ 13 ขึ้นไป
ลายเส้นที่เกิดตามธรรมชาตินี้ เป็นผลลัพธ์จากระบบฮอร์โมนของ “คนเป็นแม่” ที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์
โดย ฮอร์โมน “ตัวเด่น” ที่สำคัญ คือ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
ซึ่งอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงกายภาพหลายประการในระหว่างแม่ตั้งครรภ์ รวมถึงด้านภาวะอารมณ์ด้วย
ความหนาของเส้น Linea nigra ประมาณ 1 เซนติเมตร ส่วนใหญ่จะทอดยาวจากตำแหน่งใต้สะดือไปถึงบริเวณเหนือกระดูกหัวเหน่า ช่วงเชิงกราน
มีกรณีที่เส้น Linea nigraลากขึ้นไปทางด้านบนของร่างกายด้วยเหมือนกัน
เส้นนี้จะมีสีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุครรภ์ นับจากเข้าสู่ไตรมาสที่สอง
นอกจากฮอร์โมน 2 ชนิดที่กล่าวมาแล้ว อาจจะเกี่ยวกับฮอร์โมนที่รกผลิตขึ้นเอง (ทารกในท้องจะเติบโตอยู่ในถุงน้ำคร่ำภายในรก)
ชื่อฮอร์โมน Melanocyte stimulating Hormone หรือ MSH ซึ่งมีผลให้เซลล์เมลาโนไซต์ Melanocyte ผลิตเม็ดสีเมลานิน จึงเพิ่มความเข้มของสีหัวนมในช่วงตั้งครรภ์ด้วย
อนึ่ง การที่ตำแหน่งหัวนมสีเข้มขึ้น นับเป็นมหัศจรรย์ธรรมชาติที่รังสรรค์ขึ้น
เพื่อให้ทารกแรกเกิดที่มีประสิทธิภาพในการมองเห็นยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ควานหาหัวนมแม่ได้ง่ายตามสัญชาตญาณ เพื่อดูดนมให้ชีวิตอยู่รอด
แม่ตั้งครรภ์ทุกคน ไม่จำเป็นต้องเห็นเส้น Linea nigraแต่จากสถิติพบประมาณ 9 ใน 10 คน
เส้น Linea nigraสามารถมีได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และมีที่สังเกตเห็นได้ตั้งแต่แรกเกิดด้วย
โดยทารกแรกเกิด อาจมีเส้น Linea nigraร่วมกับการมีปานดำหรือ Mongolian spot (ปานมองโกเลียน) และอื่น ๆ ที่ปรากฏบนผิวหนัง
ตัวอย่างการวิจัยที่พบว่า ในบางกลุ่มประชากรช่วงวัยรุ่นจะเห็นเส้น Linea nigra ชัด เมื่อเข้าสู่วัยอายุ 30 ปีขึ้นไป เส้นนี้จะแลดูจางลง
และที่แน่คือ จะเห็นชัดมากขึ้นในช่วงที่ผู้หญิงกำลังตั้งครรภ์
เมื่อมีเส้น Linea nigraเกิดขึ้นแล้วจะต้องทำอย่างไร?
ที่จริงแล้ว ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ
เพราะเส้นคล้ำ ๆ นี้เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชั่วคราว ตามภาวะฮอร์โมนที่ขึ้นสูงในระหว่างตั้งครรภ์
หลังจากการคลอดลูกสักระยะแล้ว ผู้หญิงจะมีการตกไข่ มีรอบเดือนต่อไปที่เป็นปกติ
นั่นคือฮอร์โมนจะถูกปรับให้เข้าสู่ภาวะสมดุล เหมือนตอนก่อนตั้งครรภ์ เส้น Linea nigra นี้ก็จะค่อย ๆ จางไปเอง
ไม่จำเป็นต้องหาครีมมาทาลดความจางของเส้นนี้ให้สิ้นเปลือง และทำให้เสี่ยงภัยโดยใช่เหตุ
เพราะอาจได้รับสารปรอท กรดวิตามินเอและไฮโดรควิโนน
(โดยทั่วไปใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อกำจัดฝ้ารอยด่างดำ ซึ่งต้องมีการจำกัดการใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัย)
ซึ่งสามารถดูดซึมสู่กระแสเลือด ส่งผลร้ายให้สมองทารกพิการ
หลักการนี้ ใช้เช่นเดียวกัน ในกรณีที่ผู้หญิงจำนวนหนึ่งอยากใช้ครีมทาหัวนม ในระหว่างการตั้งครรภ์ เพราะรู้สึกว่าสีเข้มขึ้น
ซึ่งแท้จริงแล้ว สีหัวนมจะจางลงได้เองหลังการคลอดบุตร
กล่าวโดยสรุปคือ เส้นคล้ำ ๆ ที่ทางการแพทย์เรียกว่า Linea nigra เป็นสิ่งธรรมดาที่ปรากฏชัดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 13 สัปดาห์ขึ้นไป
และจางลงได้เองหลังคลอด โดยไม่ต้องใช้ครีมใด ๆ ทา เช่นเดียวกับการจางลงของสีหัวนมแม่ค่ะ
พูดถึงเรื่อง “แม่ ๆ” แล้วและวันนี้ก็เป็นวันแห่งความรัก นกมีนิทานชาดกเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟัง
หลายท่านคงเคยได้ยินกันจากแหล่งต่าง ๆ
แต่นกก็ขอนำมาเล่าอีกครั้งในตอนนี้
เป็นเรื่องของ “มโหสถชาดก” ซึ่งเป็นพระชาติหนึ่ง ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ได้เคยเกิดเป็นบุตรชายในตระกูลเศรษฐีในมิถิลานคร เป็นที่กล่าวขวัญยกย่องในเรื่องของสติปัญญาไหวพริบที่ยอดเยี่ยม เหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกัน รวมถึงผู้ใหญ่
ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ที่ได้แสดงถึงความปรีชาของเด็กชายมโหสถ รวมถึงเหตุการณ์ที่จะเล่านี้..
เป็นเหตุขัดแย้งระหว่างหญิง 2 คน ที่แย่งเด็กทารกคนเดียว โดยทั้งคู่ต่างอ้างว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของตน
หญิงหนึ่ง กล่าวว่า ตนเองได้วางลูกไว้ข้างสระโบกขรณีเพื่อไปล้างหน้า หันมาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มลูกตัวเองไป
หญิงอีกคนหนึ่งก็แย้งว่า นี่คือ ลูกของนาง จะเป็นลูกของเธอไปได้อย่างไร
เมื่อเกิดการทะเลาะวิวาทกัน ชาวบ้านไม่รู้จะหาวิธีที่จะพิสูจน์อย่างไร ว่าผู้หญิงคนไหนคือแม่ของเด็กที่แท้จริง
จึงไปปรึกษาเด็กชายมโหสถ กุมารน้อยจึงออกอุบายว่า
จะขีดเส้นไว้ที่พื้นและนำเด็กทารกวางไว้ตรงกลาง
ให้หญิงทั้งสองที่อ้างว่าเป็นแม่เด็ก ยืนด้านศีรษะและด้านเท้า มือคนหนึ่งจับแขน อีกคนหนึ่งมือจับขา ท่าคล้าย “ชักกะเย่อ” เด็ก
ใครสามารถดึงเด็กข้ามเส้นไปได้ ก็ยกให้ ถือว่าเป็นแม่ของเด็กที่แท้
เมื่อให้สัญญาณเริ่ม หญิงทั้งสองก็ดึงแขน ดึงขา
เด็กทารก เมื่อรู้สึกเจ็บ ไม่สบายตัว ก็ร้องไห้แงโดยธรรมชาติ
ผลปรากฏว่า เมื่อหญิงหนึ่งได้ยินเสียงเด็กร้อง ก็ตกใจ ปล่อยมือจากทารก
ทำให้หญิงอีกคนรีบดึงเด็กมา และดีใจว่าได้ลูกแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนั้น มโหสถกุมาร ก็เฉลยว่า ผู้หญิงที่ปล่อยมือเมื่อเด็กร้องเป็นแม่ตัวจริง
เพราะด้วยสัญชาตญาณ แม่คือผู้ปกป้องลูก หากรู้ว่าลูกเจ็บปวดหรืออาจได้รับอันตราย ย่อมไม่ทำสิ่งนั้น
การได้ยินเด็กร้อง ก็รู้ว่าลูกคงเจ็บ ก็รีบคลายมือลง นี่คือ จิตใจของ “คนเป็นแม่”
ส่วนอีกนางหนึ่ง หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ที่แท้ และปรากฏในภายหลังว่าเป็นนางยักษ์จำแลงตนมาควานหาเด็กทารก เอาไปกินเป็นอาหาร
นอกจากนี้ เด็กชายมโหสถยังบอกว่า จุดที่จับผิดได้อีกว่านางเป็นยักษ์ คือ การไม่กระพริบตา นัยน์ตาแข็งกระด้างผิดมนุษย์มนา และไม่มีเงา
รวมถึงได้กล่าวว่า การที่นางได้เกิดเป็นยักษ์ เพราะนางเคยทำผิดศีลข้อที่ 1 ปาณาติปาต ฆ่าสัตว์มาโดยตลอด เป็นอาจิณณกรรม
จึงเตือนให้นางยักษ์กลับตัวกลับใจ
เมื่อนางยักษ์ได้ฟังและรับรู้ถึงกระแสเมตตา ก็จิตใจอ่อนโยนลง สำนึกผิดและตั้งใจรักษาศีล 5
ส่วนหญิงที่เป็นแม่แท้จริงของเด็ก ก็ได้ลูกกลับไปดูแลที่บ้านต่อ
ความรักของแม่ในทุกยุคทุกสมัยที่มีต่อลูกคงเป็นเช่นนี้เอง
วันนี้เป็นวันแห่งความรัก รักใครก็รักได้และรักก็มีหลายแบบ
แต่อย่าลืม “รักแท้” ที่เป็นดั่ง “บ้านของใจ”
อยู่ไหนก็ไม่อุ่นใจ เท่าอยู่กับพ่อและแม่..คนที่รักคุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ในทุกสถานการณ์
คุณเห็น “จุด” (กำเนิด) ไหม
เมื่ิอ "รัก" แล้ว ก็ต้องรู้จัก "แสดงออก" บุญกิริยาวัตถุ 10 มิใช่สิ่งที่ควรทำแก่พระสงฆ์เท่านั้นหรือผู้มีคุณนอกบ้าน
ตอบแทนความรักความเมตตาที่พ่อแม่มีให้ได้ทุุกวัน โดยไม่ต้องใช้จ่ายเงินเบียดเบียนตัวเอง
ดูแล ใส่ใจ นำคำสอนของพระพรหมในบ้าน ที่มีให้ลูกด้วยความหวังดี มาทบทวนปฏิบัติตนอยู่ในช่องทางที่ถูกควร ให้พ่อแม่สบายใจและไม่ต้องห่วง
ขอให้เป็นวันวาเลนไทน์ที่ดีสำหรับพ่อแม่ของลูก ๆ ทุกคนนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามและกำลังใจจากผู้อ่านทุกท่านค่ะ
[สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ]
นก ไดโนสคูล🐦
โฆษณา