Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รีวิวทุกอย่างที่อ่านออก
•
ติดตาม
16 ก.พ. 2020 เวลา 03:04
เมาท์มอยหอยกาบ:
Malcolm Gladwell คือนักเขียน Non-fiction ที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง เราอ่านหนังสือของเขาหลายเล่ม ทั้งเล่มที่ดังมากๆ หรือไม่ได้ดังนัก
โดยส่วนตัวแล้วเราชอบเล่มนี้ที่สุดของ Malcolm
เขาเป็นต้นแบบของคนที่เขียนหนังสือและทำการบ้านมาอย่างดีก่อนเขียน เป็นคนที่เราอ่านหนังสือเขาแล้วรู้สึกได้ถึงความรอบรู้และทุ่มเทของนักเขียน
เล่มนี้มีแปลไทยด้วยชื่อว่า “กลยุทธ์ล้มยักษ์” ดังนั้นวันนี้จะมาขอสรุปเนื้อหาให้ได้อ่านกันแบบคร่าวๆละกันนะคะ :)
เนื้อหาหลัก:
ชื่อเรื่องของเล่มนี้เกิดขึ้นมาจากตัวละครสองตัวในไบเบิ้ลคือ David คนเลี้ยงแกะ กับยักษ์ Goliath
เรื่องก็คือว่าเป็นการต่อสู้ของนักรบที่เก่งมาก ตัวใหญ่มากจนเหมือนยักษ์ (บางตำราบอกว่าเป็นยักษ์จริงๆ ด้วยซ้ำ) ชื่อ Goliath ซึ่งมาพร้อมกับกองทัพจำนวนมหาศาล
ในขณะที่ David คือคนเลี้ยงแกะปกติธรรมดา ซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองที่ถูกรุกราน เลยอาสาจะไปสู้กับยักษ์นี้เองด้วยตัวคนเดียว
สิ่งที่เขานำออกไปสู้ก็คือไม้แท่งนึงแล้วก็หินที่ขว้างเพื่อเอาไว้ต้อนฝูงแกะเท่านั้น
โดยปกติ Goliath และทหารทุกคนจะถูกฝึกให้รับมือกับทหารม้า หรือ พลทหารราบที่เต็มไปด้วยชุดเกาะ พอเห็นคนเลี้ยงแกะมาตัวเปล่าแบบนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องดูถูกและรู้สึกเสียหน้าเป็นธรรมดา
David ที่เหมือนเป็นมวยรองในกรณีนี้ ใช้จุดด้อยของตัวเองคือการไม่มีเกราะป้องกันเป็นจุดเด่นคือความคล่องตัววิ่งคลุกวงในและเหวี่ยงก้อนหินขึ้นไปโดนหน้าผากของยักษ์ Goliath จัดการม้วนเดียวจบ เป็นการล้มยักษ์ในชอตเดียว
1
หลังจากนั้นคำว่า David and Goliath ได้กลายเป็นสำนวนที่หมายถึงคนที่เป็นมวยรองและพลิกมาชนะได้แบบเหนือๆ
และแน่นอนหนังสือเล่มนี้ก็ได้พูดถึงประเด็นนี้โดยเล่าผ่านเคสสถานการณ์จริงในหลากหลายอุตสาหกรรม (ไม่ใช่แค่ในมุมธุรกิจเท่านั้น) ผ่านเรื่องของคน 9 คนในสามประเด็นหลักที่จะทำให้คนที่เป็น Underdog (มวยรอง) สามารถเอาชนะ เจ้าใหญ่ได้
ประเด็นแรกซึ่งเป็นประเด็นที่เราชอบที่สุดเลยคือ การเห็นข้อดีของจุดอ่อน และ การเห็นข้อเสียของจุดแข็ง ความหมายคือหลายๆครั้งที่เราเป็นมวยรอง ข้อดีที่จะเกิดขึ้นคือความคล่องตัว ความว่องไว รวมไปถึงยุทธการกองโจรต่างๆ ในขณะที่เจ้าใหญ่ๆ หรือ คนที่อยู่มานานมักจะติดกับดักความสำเร็จตัวเอง คือทำตามที่เคยทำมา ซึ่งในกรณีนี้เราจะพลิกมาชนะใสๆได้ไม่ยาก
ประเด็นที่สองคือความยากลำบากและความมวยรองนี่แหละที่ดี เพราะมันทำให้เกิด Desirable Difficulty หรือคือความยากที่กำลังดี ทำให้เราถูกบังคับให้ทำอะไรที่ใหม่ และ ยิ่งใหญ่กว่าปกติ
1
ประเด็นที่สามคือถึงแม้ว่าบางครั้งคนที่เราสู้ด้วยจะยิ่งใหญ่หรือมันดูหมดหวังแล้วจริงๆ แต่เรายังสามารถทำเรื่องยิ่งใหญ่ได้ เรามีพลังในตัวเอง ใน Part นี้ แทบไม่มีการพูดเรื่องธุรกิจเลย แต่พูดเรื่องอาชญากรรม สงคราม เชื้อชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสู้หรือแก้ไขเรื่องเหล่านี้ แต่ Malcom กำลังยกสถาณการณ์ที่ underdog อย่างเราๆ สามารถเปลี่ยนชะตาตัวเองได้
วิธีการเล่าเรื่องของคนเขียน:
เรื่องวิธีการเล่าเรื่องไม่ต้องห่วงเลยเพราะ Malcolm เขาเป็นนักเขียนมือทองเขียนทำให้น่าอ่านได้สบายๆ อยู่แล้ว
แต่ที่เราชอบมากคือเขาเล่นกับประเด็นที่ฟังแล้วแทบจะจับทางได้คือ การบอกว่ามวยรองสู้ๆนะ ได้มีประเด็นใหม่และน่าสนใจมาก
ตลอดเวลาที่อ่านเราจะรู้สึกว่าคงมีแค่นี้แล้วแหละ ไม่ต้องอ่านจบก็ได้เพราะคิดว่าเดาได้แล้วว่าพูดอะไร แต่พออ่านต่อไปกลับทำให้แปลกใจว่ามีประเด็นที่ขึ้นไม่ถึงซะงั้น
เล่มนี้ยอมรับว่าประทับใจค่ะ
สรุป:
เล่มนี้ไม่ได้เหมาะกับคนที่เป็นมวยรองในชีวิตหรือการทำธุรกิจเท่านั้นนะคะ
เราว่าเล่มนี้เหมาะกับทุกคนเลย เพราะคนที่เป็นเจ้าตลาดหรือคนที่มีอำนาจยิ่งต้องอ่านให้ตระหนักถึงจุดอ่อนของตัวเอง
อ่านเล่มนี้จบเล่มจะรู้สึกว่าตัวเองมีหวังและรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจจากคนธรรมดาที่เราไม่เคยรู้จักชื่อมาก่อน 9 คนในหนังสือเล่มนี้และรู้สึกว่าซักวันเราก็อาจจะเป็น David ได้จริงๆ โดยที่ต้องระวังไม่ให้โดนเหวี่ยงหินแล้วล้มตึงเหมือน Goliath ในเวลาเดียวกัน :)
ชื่อหนังสือ: David and Goliath
คนเขียน: Malcolm Gladwell
ชนิดของหนังสือ: Non-fiction
ระดับความแนะนำให้อ่าน: 4/5
ความยาว: 275 หน้า
14 บันทึก
80
12
4
14
80
12
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย