21 ก.พ. 2020 เวลา 13:20 • บันเทิง
MovieTalk มูฟวี่ชวนคุย:
The Andromeda Strain ไวรัสว่าร้าย...ยังไงก็ไม่เท่ามนุษย์
เพิ่งมีโอกาสหยิบทีวีมินิซีรีย์สเรื่อง The Andromeda Strain มาดูอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 ช่างเข้ากับบรรยากาศเหตุการณ์โลกในเวลานี้เหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ซีรีย์สนี้ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2008 และเป็นการรีเมคจากหนังปี 1971 อีกที ส่วนต้นทางคือนิยายจากปลายปากกาของ ไมเคิล ไคร์ซตัน คนเดียวกับที่เขียน Jurassic Park นั่นล่ะ
ตัวซีรีย์สว่ากันด้วยเรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากดาวเทียมดวงหนึ่งตกนอกเมืองพรีมอนต์ ยูทาห์ กองทัพส่งคนไปตามเก็บแต่มันหายไปแล้ว หลังจากแกะรอยไปจนถึงตัวเมืองพรีมอนต์ที่กลายเป็นเหมือนเมืองร้าง และศพผู้คนนอนตายกันเกลื่อน ทหารสองนายจู่ ๆ ก็เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงก่อนจะตายตามไปด้วย
กองทัพจึงตั้งวอร์รูมขึ้น และเรียกสถานการณ์นี้ว่า “ไฟป่า” ดร.เจเรมี่ สโตน ถูกเรียกตัวมาในฐานะหัวหน้าทีมกู้ภัยไฟป่า ซึ่งอันที่จริงคือ สภาวะแพร่กระจายของไวรัสที่รุนแรงและแผ่ขยายวงกว้างไม่ต่างจากไฟป่า สโตนและทีมงานทั้งหมดจึงต้องหาสาเหตุการแพร่กระจายของไวรัส เมื่อเหยื่อได้รับจะมีอาการปวดหัวรุนแรง ก่อนเลือดจะแข็งตัวและตายภายใน 10 วินาที!
ที่หนักหนากว่านั้นคือ ไวรัสที่ถูกเรียกในชื่อ “แอนโดรเมด้า” มีความสามารถในการป้องกันตัวเอง แม้ว่าสโตนจะค้นพบหนทางแก้ มันก็สามารถส่งสัญญาณไปถึงตัวอย่างทดลองอื่นและอัพเกรดตัวเองให้ทนต่อยาต้านไวรัสได้
การแพร่กระจายของแอนโดรเมด้า ออกจากพื้นที่กักกัน และแพร่กระจายที่นำไปสู่หายนะ ทีมต้านไฟป่าของสโตนต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาทางหยุดยั้งให้ทัน หรือทุกชีวิตจะต้องตายกันหมด!
นี่คือทีวีมินิซีรีย์สความยาว 2.56 ชั่วโมง ภายใต้การดูแลของ ริดลีย์ สก็อตต์ และ โทนี่ สก็อตต์ ผู้ล่วงลับ
เราจะได้เห็นการแพร่กระจายของไวรัสผ่านปัจจัยไล่กันตั้งแต่ นกอินทรีย์ไปจิกกินศพชาวเมืองที่ตายเพราะไวรัส แล้วก็บินต่อไปก่อนจะตายในทุ่งกว้าง หนูมากินศพนกอินทรีย์ ต่อด้วยงูไปกินหนู แล้วงูก็ถูกนกอินทรีย์ฉกบินขึ้นฟ้า ก่อนเอางูไปทิ้งตรงหน้าทหารกลุ่มหนึ่ง
นี่เป็นตัวอย่างขั้นต้น ที่ในซีรีย์สยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งต้องไปค้นหากันเอาเอง
อันที่จริงตอนแรกผมตั้งใจจะรีวิวมินิซีรีย์สเรื่องนี้ แต่คิดว่าเท่าที่เล่ามาก็มากพอจะดึงความสนใจให้ทุกท่านไปลองหามาดูกันแล้ว
สิ่งที่อยากพูดถึงก็คือ มันทำให้เราเห็นการแพร่กระจายของไวรัสเกิดขึ้นได้ง่ายดายขนาดไหน ต่อให้มีการควบคุมกักกันดีเลิศแค่ไหนก็ตาม ที่เล่ามาไม่ใช่เพื่อให้ตื่นตระหนก แต่ให้เข้าใจรูปแบบของการแพร่กระจายก่อนจะกลายเป็นมหันตภัยร้ายต่อทุกชีวิต
แต่หากพิจารณาแล้ว ปัจจัยที่เอื้อต่อการแพร่กระจายได้ง่ายและเป็นไปได้มากที่สุด นั่นคือ “มนุษย์” ที่พร้อมจะคิดว่าฉันรู้ดี และถ้าฉันเก็บมันมาได้ ฉันจะได้ชื่อเสียง ความดัง เงินทอง และ สุดท้ายมันก็แลกด้วยชีวิตไม่ว่าจะเป็นของคนที่นำมันมา หรือคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ต้องซวยไปด้วย
แล้วเราเห็นอะไร? จากเหตุการณ์ปัจจุบัน
มนุษย์รึเปล่าที่นำภัยร้ายมาสู่ตัวเอง?
มุนุษย์รึเปล่าที่แพร่กระจายเชื้อไวรัสนั้น และปิดเงียบจนมักลุกลามไปทั่วโลก?
แต่ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ร้าย ๆ ก็จะมีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะกระโจนตัวเองเข้าสู่อันตราย และพยายามหาทางป้องกัน กลุ่มคนที่พร้อมจะเสียสละและอุทิศชีวิตตนเองเพื่อส่วนรวม
หันกลับมาดูเหตุการณ์อีกรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่ต่างเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายกันแบบที่ทำให้ทุกชีวิตตกอยู่ในอันตราย
“ไวรัสเลียนแบบ”
จากหนึ่งคนที่เดินเข้าห้างไปจี้ปล้น แล้วยิงผู้คน
ต่อด้วยคนคลั่งที่ไล่ฆ่าคนทั้งห้างไม่ต่างจากหนังสยองขวัญ
ถัดมาไม่กี่วัน ก็มีคนที่โพสต์จะเอาสนุก หรืออะไรก็ตาม ที่อ้างว่าจะทำตามบ้างที่จังหวัดนั้น จังหวัดนี้
ยังไม่ทันไรก็มีคนเครียดจนเอาปืนออกมาไล่ยิงกลางชุมชน
หรือล่าสุด บุกไปยิงอดีตแฟนในห้าง
คุณว่ามันเหมือนไวรัสที่แพร่กระจายเชื้อร้ายไหม?
ผมเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องเลียนแบบในพฤติกรรมเลวร้ายแบบนี้?”
ทำไมพฤติกรรมดี ๆ ที่ทำเพื่อสังคมส่วนรวมไม่ยอมเลียนแบบ?
นี่ผมยังไม่นับพฤติกรรมประเภท ฉันรู้แล้วต้องรีบแชร์ เพราะฉันเร็ว ฉันจะได้ดัง
ฉันจะได้เก่ง ฉันแชร์ก่อนใคร
มันใช่เรื่องที่ควรแชร์หรือ?
เพราะฉะนั้นความคิดเชิงลบของมนุษย์คือไวรัสที่ร้ายกาจและคงไม่มีวัคซีนใดจะเอาอยู่ ถ้าคน ๆ หนึ่งจะคิดถึงตัวเองมากกว่าส่วนรวม ขาดสติยับยั้งชั่งใจ และยิ่งถ้าคนนั้นเป็นสื่อด้วยแล้วล่ะก็....
ผมหมายถึงทุกสื่อนะครับ ถ้าไม่คิดเยอะ คิดให้ลึกให้กว้าง ความเลวร้ายก็พร้อมจะแพร่กระจายและลุกลามได้มากแค่ไหน
มันก็ไม่ต่างจากไฟป่าในโซเชียลมิเดีย ที่ลุกลามจนดับไม่ทันแล้ว
แต่ที่แน่ ๆ มันสะท้อนให้เห็นว่า
ไวรัสที่ว่าร้าย...ยังไงก็ไม่เท่ามนุษย์
ผมก็คงต้องย้ำกันอีกครั้ง
ในสถานการณ์ที่เลวร้าย
เราอย่าเลวร้ายไปกับสถานการณ์
การไม่เพิกเฉยต่อความชั่วร้าย
คือเกราะป้องกันที่ดีของส่วนรวม
ฝากไว้คิดนะครับทุกท่าน
เรื่อง & ภาพ: มูฟวี่
ขอบคุณที่มาภาพประกอบ: IMDb, All Thinks Marvel
The Andromeda Strain (2008)
Based on The Andromeda Strain: Michael Crichton/Written: Robert Schenkkan/Directed: Mikael Salomon/Starring: Benjamin Bratt, Eric McCormack, Christa Miller, Daniel Dae Kim, Paul Perri, Viola Davis, Ri cky Schroder, Andre Braugher, Eve Harlow/Producer: Ridley Scott, Tony Scott, David W. Zucker, Tom Thayer, Mikael Salomon/Cinematography: Jon Joffin/Editor: Scott Vickrey/Running time: 169 minutes
โฆษณา