โรงเรียนวัดบวรนิเวศประกาศยกเลิกการบ้านภายในปี 63
เริ่มเป็นกระแสเมื่อโรงเรียนวัดบวรนิเวศโพสเฟซบุคเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมาว่าตั้งใจจะเป็นโรงเรียนปลอดการบ้านภายในปี 2563 นี้โดยจะเริ่มตั้งแต่เทอมแรกคือวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นไป
ทั้งนี้โรงเรียนวัดบวรนิเวศตั้งใจจะทดลองเป็นระยะเวลาทั้งหมด 1 ปีแล้ววัดผลการเรียนจาก GPAและคะแนนสอบวัดระดับการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (ONET) ที่สอบเก็บคะแนนเด็กทั้งประเทศ ว่าเด็กจะมีคะแนนดีขึ้นหรือไม่ แต่ทางโรงเรียนเชื่ิอว่าจะต้องดีขึ้นแน่นอน
อาจารย์ เขษมชาติ อารีมิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่าเขาเห็นว่าการศึกษาของไทยไม่พัฒนาไปไหน มีแต่จะถดถอยลง จึงสงสัยว่าประเทศที่มีการศึกษาดีติดอันดับโลกมีการเรียนการสอนอย่างไร
หลังจากอ่านบทความเกี่ยวกับการศึกษาของฟินแลนด์และเคยไปดูงานที่ประเทศนี้ทำให้อยากนำแนวการสอนแบบนี้มาใช้ที่ประเทศไทยบ้าง แต่ไม่คิดจะลอกมาทั้งหมดเพราะทราบว่าบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เพียงแต่นำข้อดีมาปรับใช้ให้เข้ากับนักเรียนไทยเท่านั้น
ผอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กควรมีเวลาว่างไปทำงานอดิเรกหรือสิ่งที่เขาสนใจ ไม่ใช่ต้องทำการบ้านจนดึกเช้ามาก็มานั่งหลับในห้องเรียน และไม่ใช่แค่ลดการบ้านเท่านั้น จะต้องมีการปรับการเรียนการสอนควบคู่กันด้วย
การสอนแบบใหม่จะเน้นให้นักเรียนทำงานหรือทำกิจกรรมให้เสร็จตั้งแต่ในห้อง คุณครูเอาใจใส่เด็กให้มากขึ้น ไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนเท่านั้น การรู้จักเด็กเป็นรายบุคคลจะทำให้รู้ว่าเขามีจุดแข็งและจุดบกพร่องอะไรบ้าง จะได้ส่งเสริมจุดแข็งและแก้จุดบกพร่อง โดยมองว่าเด็กทุกคนไม่สามารถใช้วัดด้วยแบบฝึกหัดเดียวได้ ต้องปรับแผนการสอนให้เหมาะกับเด็กแต่ละคน
อย่างไรก็ตาม การเรียนการสอนก็ยังคงเป็นไปตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการและคิดว่าที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศสามารถปรับรูปแบบการสอนได้เพราะเป็นโรงเรียนเล็ก ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันมีนักเรียนในโรงเรียน 234 คน เปิดสอนตั้งตะระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6
หลังจากที่เป็นข่าวก็มีหลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในฝั่งที่เห็นด้วยก็มีเสียงชื่นชมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยกลัวว่าเด็กจะเอาเวลาว่างที่มีไปเล่นเกม
ในประเด็นนี้ทาง ผอ. ตอบว่า ไม่ว่าเด็กจะมีการบ้านหรือไม่มี ถ้าเขาอยากเล่นเกมเขาก็จะเล่นอยู่ดี เราห้ามเขาไม่ได้ สิ่งที่ทำให้คือต้องสอนให้เขามีความรับผิดชอบมากขึ้น เห็นประโยชน์ในสิ่งที่ทำ เล่นเกมก็ต้องเล่นให้มีประโยชน์ เพื่อความบันเทิง เพื่อคลายเครียด ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย
บทความเกี่ยวกับการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ เพจ Dream School ก็เคยเขียนไว้นะคะ สนใจตามไปอ่านได้ในลิงค์ข้างล่างนี้เลยค่ะ 😊
อ้างอิง:
    โต๋เต๋
    แวะมาทักทายน้องดรีมค่ะ .. ขอพี่เพ็ญกอดดทีนะคะ^^