24 ก.พ. 2020 เวลา 02:19
คู่แข่ง Tesla เร่งพัฒนา Battery (Disruptive Technology EP14)
ไม่น่าแปลกใจที่บริษัทผลิตรถยนต์ อันดับ 1 และที่เคยเป็นอันดับ 1 หลายค่าย ต่างก็เร่งพัฒนา Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
EV
นี่ก็เพราะ การพุ่งทะยานของหุ้น Tesla จนทำให้มีมูลค่าบริษัท Tesla กลายเป็นบริษัทที่มูลค่า อันดับ 2 (เป็นรองก็แต่ Toyota เท่านั้น)
2
จากการสรุปตัวเลขของ ลงทุนแมน พบว่านักลงทุนในตลาดหุ้นให้ความสำคัญ อนาคตบริษัทมากกว่าผลประกอบการในอดีตและปัจจุบัน
เปรียบเทียบบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
จะเห็นว่า
- จำนวนส่งมอบและรายได้่ สอดคล้องกัน
- อายุบริษัทไม่มีผลอะไรในยุค Disruptive Technology
- แม้ Tesla ปี 2019 ขาดทุนรวม แต่ 2 ไตรมาศหลัง เริ่มมีกำไร และเป็นผู้นำเทคโนโลยี Battery มูลค่าบริษัท จึงสูงเป็นอันดับที่ 2 ของโลก
1
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ ผู้บริหารของบริษัทต่างๆที่เป็นคู่แข่ง Tesla มีการออกข่าวการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต Battery เพื่อหวังให้นักลงทุนเชื่อมั่นในอนาคตของบริษัท
เทคโนโลยี Battery ไปถึงไหนแล้ว
อ้างถึง BloombergNEF สื่อยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจพลังงานใหม่ New Energy Finance รายงานต้นทุนการผลิต battery ชนิดลิเธียมไอออน พบว่าลดลงมาอย่างรวดเร็วในช่วงเวลา 10 ปี
ต้นทุนการผลิต battery ชนิดลิเธียมไอออน
BloombergNEF กล่าว
การพัฒนาการผลิต Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะต้องให้มีน้ำหนักเบา และมีขนาดเล็กเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง ลดต้นทุนการผลิต
- ในปีที่ผ่านมา 2019 ลดเหลือ 156 USD/ kWh
- คาดว่าในปีนี้ 2020 จะลดลงอีก เหลือแค่ 135 USD/ kWh
อ้างถึง Cairn Energy Research บริษัทที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญด้านการวิจัย Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รายงานต้นทุนการผลิต Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
- Battery แบบเซลล์ทรงกระบอกของ Tesla ลดลงมาอยู่ที่ 158.27 USD/ kWh
(เป็นการลดลงมา 100 USD/ kWh เมื่อเทียบกับ 4 ปีที่แล้วของ Tesla)
2
- ในขณะที่ Battery ของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ
มีต้นทุนการผลิต เฉลี่ยอยู่ที่ 200 USD/ kWh
เห็นได้ชัดว่า Tesla คือผู้นำเทคโนโลยีการผลิต Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในขณะนี้
Gigafactory ของ Tesla
1
Gigafactory คือโรงงานผลิต Battery และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla ซึ่งมีการขยายฐานการผลิตไปตามกลุ่มเป้าหมายลูกค้า
Gigafactory 1
Gigafactory 1 ตั้งอยู่ที่เมืองรีโน Reno รัฐเนวาดา Nevada
Gigafactory 2 ตั้งอยู่ที่เมืองบัฟฟาโล Buffalo รัฐนิวยอร์ก New York
Gigafactory 3 ตั้งอยู่ที่เมืองเชี่ยงไฮ้ Shanghai ประเทศจีน
รองรับนโยบาย สนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของ สี จิ้นผิง (ปิดชั่วคราวเพราะ COVID 2019)
Gigafactory 4 กำลังจะเปิดที่เมือง Gruenheide (ใกล้เมืองเบอร์ลิน) ประเทศเยอรมันนี ซึ่งชาวยุโรปนิยม และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอยู่แล้ว
Tesla เข้าใจตัวเองดีว่า การผลิตยนต์ที่ Tesla ยังมีข้อจำกัด คือ
- การผลิตรถยนต์แบบ Mass หรือมากกว่า 5 ล้านคันต่อปี
- การผลิตรถยนต์ในตลาดล่าง หรือราคาต่ำกว่า 4 หมื่นเหรียญสหรัฐ
ถ้า Tesla แก้ปัญหานี้ได้
Toyota, Ford, GM และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ค่ายอื่นๆ คงจะลำบากกันน่าดู
1
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์คู่แข่ง Tesla ไม่ได้นิ่งนอนใจ
1
สัปดาห์ที่แล้ว
Toyota และ Panasonic บริษัทญี่ปุ่น (ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ Tesla ที่ Gigafactory1 ) ประกาศจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อพัฒนาและผลิต Battery แบบแท่งปริซึม (Prismatic) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
ในขณะเดียวกัน GM และ LG Chem บริษัทเกาหลีใต้ ใช้เงิน 2.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อสร้างโรงงานผลิต Battery สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ที่รัฐโอไฮโอ Ohio
มีแผนจะผลิตและขาย Battery ได้ในไม่กี่ปีข้างหน้า รวมทั้งรถ Hummer รถปิคอัพแบบ All-Electric ใหม่ ซึ่งมีกำหนดจะเปิดตัวในปี 2565
ยิ่งมีบริษัทผลิต Battery และผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แข่งขันกันมาก
ผลประโยชน์ก็จะตกแก่ ผู้บริโภคและโลกของเราทุกคน
เพราะ รถยนต์ไฟฟ้า เป็นหนทางที่สำคัญที่จะลดการใช้พลังงานฟอสซิล (เครื่องยนต์ใช้น้ำมัน) ซึ่งส่งผลให้เกิดทั้ง PM2.5 และทำให้โลกร้อนขึ้น
สนใจการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะทำให้โลกดีขึ้น หรือสนใจเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนโลก
โปรดติดตาม Disruptive Technology EP ต่อไป
ได้ที่ Blockdit: www.blockdit.com/worklifewinwin

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    เอกนรินทร์
    TESLA กับ TOYOTA ไปรุ่งทั้งคู่ครับเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน