“Herd immunity”…สิ่งที่จะทำให้โรคระบาดสงบลงได้
เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นครั้งหนึ่ง ก็จะเกิดคำถามว่า...”มันจะสงบลงเมื่อไหร่?”
โดยเฉพาะโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ การระบาดจะขยายวงกว้างจนเหมือนหยุดไม่อยู่ เพราะเมื่อคนๆหนึ่งติดเชื้อ คนๆนั้นจะเป็นพาหะแพร่เชื้อให้อีกนับ 10 คน และคนทั้ง 10 คนนั้นก็จะเป็นพาหะต่อไปเรื่อยๆ และเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายมนุษย์คนใด คนๆนั้นจะต้องติดเชื้อเสมอ เนื่องจากร่างกายยังไม่เคยรู้จักและมีภูมิต้านทานมาก่อน...
ดังนั้นจึงดูเหมือนว่า ตราบใดที่มนุษย์บนโลกนี้ยังติดเชื้อไม่ครบทุกคน โรคระบาดก็จะยังไม่หยุดลงอย่างแน่นอน
แต่ในความจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องติดเชื้อ โรคระบาดก็สามารถสงบลงได้ก่อนหน้านั้น วันนี้เรามารู้จักกับคำว่า “Herd immunity” กันดีกว่า!
“Herd immunity” หรือ “ภูมิคุ้มกันกลุ่ม” คือหลักการที่ว่า เมื่อมีจำนวนผู้คนที่มีภูมิต้านทานมากระดับหนึ่ง มันจะเป็นการสร้างภูมิต้านให้กับคนอื่นๆที่ยังไม่มีภูมิต้านทานได้!
ลองดูตัวอย่างง่ายๆ
สมมุติว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 นี้ สามารถแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้ 10 คน ต่อผู้ป่วย 1 คน หมายความว่า ผู้ป่วยคนหนึ่งจะเป็นพาหะแพร่เชื้อให้อีกนับ 10 คน และคนทั้ง 10 คนนั้นก็จะเป็นพาหะแพร่ไปสู่อีก 10 คนต่อไปเรื่อยๆ
ดังนั้น การแพร่กระจายรุ่นแรก จะทำให้เกิดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 10 คน แต่การแพร่กระจายรุ่นที่ 2 จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกถึง 100 คน (10x10)!
แต่ทีนี้ เมื่อผู้ป่วยคนหนึ่งติดเชื้อแล้วสามารถหายกลับมาเป็นปกติ คนๆนั้นจะกลายเป็นคนที่มีภูมิต้านทานทันที เนื่องจากร่างกายได้สัมผัสเชื้อและจดจำไว้แล้ว ทำให้คนๆนั้นไม่กลับมาติดเชื้อโรคสายพันธุ์นี้อีกต่อไป
ดังนั้น...
ยิ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นเท่าไหร่ ก็แปลว่ายิ่งมีจำนวนผู้ที่มีภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น
แล้วทีนี้มาดูใหม่ สมมุติมีผู้ติดเชื้อ 1 คน และแพร่กระจายเชื้อไปอีก 10 คน ทีนี้ทั้ง 10 คนนั้นอาจไม่ติดเชื้อทุกคน สมมุติว่ามี 2 คนที่เคยติดเชื้อและมีภูมิต้านทานเเล้ว เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายของ 2 คนนี้ ไวรัสจะต้องตายเนื่องจากถูกภูมิต้านทานฆ่า!
สิ่งที่เกิดตามขึ้นมาก็คือ จากแต่เดิม ทั้ง 10 คนที่ถูกแพร่กระจายเชื้อจะติดเชื้อและนำไปแพร่กระจายต่ออีก 100 คน(10x10) ครั้งนี้จะมีคน 2 คนที่ไม่สามารถแพร่เชื้อต่อได้เนื่องจากร่างกายฆ่าเชื้อไปเรียบร้อยแล้ว
พูดในอีกความหมายก็คือ จะมีคนติดเชื้อในรุ่นถัดไปน้อยลง 20 คน(10x2)!
คน 20 คนนี้ปลอดภัย แม้ว่ายังไม่มีภูมิต้านทาน เพราะภูมิต้านทานของคนอื่น ช่วยฆ่าและสกัดเชื้อก่อนจะถึงตัวพวกเขา คนที่มีภูมิต้านทานแล้ว จะกลายเป็นโล่ป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่ไปสู่คนอื่นๆ
จากเดิมที่คน 10 คนรอบตัวคุณสามารถแพร่เชื้อให้คุณได้ มันก็จะลดน้อยลงเรื่อยๆจนเหลือ 1-2 คน!
ดังนั้น ยิ่งมีผู้ที่ติดเชื้อในชุมชนนั้นมากขึ้นเท่าไหร่ คนในชุมชนนั้นก็จะยิ่งมีภูมิต้านทานมากขึ้น คนในชุมชนนั้นก็จะยิ่งแพร่กระจายเชื้อได้น้อยลง คนที่ยังไม่มีภูมิต้านทานก็จะปลอดภัยมากขึ้นเรื่อยๆ
และนี่ก็คือสิ่งที่เรียกว่า “Herd immunity” หรือ “ภูมิคุ้มกันกลุ่ม”
เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น โรคระบาดจะค่อยๆสงบลง
โดยปกติแล้ว Herd immunity จะเกิดขึ้นเมื่อมีประชากรในชุมชนนั้นๆผ่านการติดเชื้อไปแล้วประมาณ 60% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
มี 10 ล้านคน ก็ต้องติดเชื้ออย่างน้อย 6 ล้านคน เป็นต้น
สุดท้าย จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องรอให้ประชาชนทั้ง 60% นั้นติดเชื้อจริงเพื่อให้มีภูมิต้านทาน เพราะถ้าสามารถสร้าง”วัคซีน”ขึ้นมาได้ เราสามารถใช้วัคซีนในการกระตุ้นสร้างภูมิต้านทานแทนการติดเชื้อจริง
ทีนี้ก็ต้องภาวนาให้วัคซีนสำเร็จในเร็ววัน แต่ต่อให้เร็วมากแค่ไหน ก็ต้องรอต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปีอย่างแน่นอน
โรคระบาดก็เหมือน”ไฟลามทุ่ง” การเผาไหม้ในช่วงแรกย่อมรุนแรงมากเพราะมีพื้นที่ให้ไฟไหม้ลามมาก แต่เมื่อไฟไหม้ลามไปเรื่อยๆ พื้นที่ที่เหลือน้อยลงก็จะทำให้มันรุนแรงน้อยลง
ถามว่า โรค COVID-2019 นี้จะสงบลงเมื่อไร คำถามนี้ก็คงตอบยาก บ้างก็ว่า 1 ปี บ้างก็ว่า 2 ปี ก็ต้องดูกันต่อไป
ประเมินว่าไม่ว่าอย่างไร ประเทศไทยก็จะเข้าสู่การระบาดอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นเเละเกาหลีกำลังเป็นอยู่ตอนนี้แน่ เพียงแต่ต้องชะลอไว้ให้เกิดช้าที่สุด เพื่อเตรียมความพร้อมต่างๆ เพราะประเทศเรายังไม่เจริญก้าวหน้าแบบพวกเขา อัตราการตายน่าจะสูงกว่าแน่นอน ถ้าไม่เตรียมพร้อมดีๆ
ดังนั้น ปีนี้ก็คงเป็นปีที่วุ่นวายตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน จนกว่าจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า...“Herd immunity”...
📥Healthstory - เรื่องสุขภาพ ง่ายนิดเดียว
อย่าลืมกดLike&Shareด้วยนะครับ^^
#นพ.เวชกร รัตนนิธิกุล
📥ติดตามเรื่องราวสุขภาพดีๆจากปากหมออีกได้ที่
  • 117
โฆษณา