ภาพยนตร์เรื่อง Call me by your name ที่เข้าฉายในปี 2017 เป็นภาพยนตร์พรีเรียดแนวโรแมนติก ดราม่า ซึ่งได้เข้าชิงและได้รับรางวัลภาพยนตร์นานาชาติหลายเวทีเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ผมรู้สึกว่ามันให้คุณค่าจิตใจหลายอย่าง ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง มุมกล้องและการเลืองนักแสดงก็ทำออกมาได้ดี
ผมมองว่า Call me by your name ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์มุมกว้างให้อารมณ์สมจริง เราจะได้เห็นการถ่ายทอดอารมณ์ผ่ายภาษากาย นักแสดงทุกคนสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของแร็คเตอร์นั้นออกมาราวกับชีวิตจริง ทั้งเคมีของนักแสดงแต่ละคนก็เข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภาพยนตร์เรื่อง Call me by your name ได้รับรางวัลออสก้า สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมถึงตัวนักแสดงเองก็ได้รับรางวัลและผ่านการเข้าชิงรางวัลมากมายจากหลายเวทีเช่นเดียวกัน
ความสัมพันธ์ของเอลิโอกับโอลิเวอร์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้น ก็เนื่องมาจากที่ผ่านทั้งสองเคยได้ร่วมทริปออกไปสำรวจวัตถุทางโบราณคดีกับพ่อ และได้ไปไหนมาไหนด้วยกันอยู่ตลอดเวลา บทสนทนาที่แม่คุยกับเอลิโอว่า "I think he loves you to more than do you." เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เอลิโอจะตัดสินใจสารภาพรักโอลิเวอร์ ความรักของหนุ่มน้อยเอลิโอเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มจากศูนย์และเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน มันเป็นความรักที่เรียบง่าย ไม่หวือหวา และมีความโรแมนติกอยู่ในตัว
ฉากที่เอลิโอกับโอลิเวอร์นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ร่างกายและความรู้สึกที่แนบแน่น โอลิเวอร์พูดว่า "Call me by your name. And I'll call you by mind." การบอกรักแบบไม่ได้พูดตรง ๆ แต่มันสื่อความหมายออกมาจากความรู้สึกข้างใน เมื่อความรักพัฒนาขึ้นมาอีกขั้น ทำให้เอลิโออดคิดไม่ได้ว่า ถ้าโอลิเวอร์กลับไปแล้วมันจะเป็นยังไงต่อ
Just because you can't express your feelings it doesn't mean we're not deep.
การได้รักใครสักคน ก็อยากจะอยู่ใกล้ ๆ คนที่เรารักให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอลิโอขี่จักรยานไปหาโอลิเวอร์ในตัวเมือง พอเจอหน้ากัน เอลิโอพูดว่า "I just wanted to be with you." "Are you happy I came here?" โอลิเวอร์ตอบกลับไปว่า "I would kiss you if I could." การแสดงความคิดถึงที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกอันแสนโรแมนติกที่อยู่ในทุกถอยคำ
พ่อได้บอกกับเอลิโอว่า "We rip out so much of ourselves to be cured of things faster than we should that we go bankrupt by the age of thirty and have less to offer each time we start with someone new. But to feel nothing so as not to feel anything - what a waste!”
You are the only person I'd like to say goodbye to when I die, because only then will this thing I call my life make any sense. And if I should hear that you died, my life as I know it, the me who is speaking with you now, will cease to exist.