8 มี.ค. 2020 เวลา 06:24 • บันเทิง
สุดสัปดาห์นี้ ไม่รู้จะทำอะไร อยากชวนคุณมาดูหนัง " Dr.seuss the lorax "
หลายคนคงใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้านออกไปเที่ยว หรือ นอนเฉย ๆ ดูทีวี
ดูยูทูป เล่น Blockdit และต่าง ๆ มากมาย แต่บางคนก็ชอบดูหนังในวันหยุด และมีคำถามที่ใช้ถามกันเป็นบ่อย ๆ คือ " ดูอะไรดี ?? " ผมเชื่อว่าทุกคนคง
เคยถามคำถามนี้ แต่วันนี้....
ผมมีหนังมาแนะนำ เรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัย แถมยังได้ข้อคิด
สนุกผ่อนคลาย เหมาะสมสำหรับวันพักผ่อนแบบนี้
หนังเรื่องนี้เป็นอนิเมะชั่นหนึ่ง ที่กล่าวถึงโลกในจินตนาการแห่งหนึ่งของเมืองหนึ่งที่มีชื่อว่า "Theedville" ทนีด เมืองนี้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันสดใส
สวยงาม ผู้คนในเมืองต่างรักเมืองนี้และมีความสุขสบาย เพราะในเมืองมีสิ่งของเครื่องมีอำนวยความสะดวกมากมาย ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า แต่สิ่งของเครื่องมืออำนวยความสะดวกนั้นสร้างขึ้นมาจาก " พลาสติก "
ผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกับพลาสติกอยู่ตลอดเวลา และที่เมืองนี้ไม่มีต้นไม้อยู่จริง ๆ แม้แต่ต้นเดียว มีเพียงก็แต่ต้นไม้สูบลมพลาสติก ที่มีไฟระยิบระยับ สามารถเปลี่ยนสีได้ตามใจชอบ และสิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจในเมืองนี้คือ
"อากาศบริสุทธิ์" ที่กลายเป็นของซื้อของขายไม่ต่างจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
จากนั้นหนังก็เจาะจงมาที่ตัวเอกที่มีชื่อว่า "เท็ด" เด็กหนุ่มที่แอบหลกรัก
"ออเดรย์" สาวรุ่นพี่ในเมือง
วันหนึ่งออเดรย์ได้พาเท็ดไปดูภาพวาดที่เธอเป็นคนวาด ซึ่งภาพวาดนั้นคือ
" ภาพต้นไม้" ในโลกแห่งอนาคตที่ไม่เหลือต้นไม้ เหลือเพียงก็แต่ต้นไม้ผ่านเรื่องเล่าต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เด็กสาวที่ได้ฟังเรื่องราวของต้นไม้
จึงเกิดความหลงใหล และได้พูดออกไปลอย ๆ ว่าหากมีใครหาต้นไม้มาให้
จริง ๆ สักต้น เธอคงจะ "แต่งงาน" กับคนนั้นอย่างแน่นอน
เมื่อเท็ดได้ยินดังนั้นเขาจึงออกตามหาว่าต้นไม้มีจริงหรือไม่ และจะหาต้นไม้จริง ๆ ได้จากไหน จนคุณยายของเขาเล่าให้ฟังว่า ต้นไม้ นั้นเคยมีอยู่จริง
เมื่อนานมาแล้ว แต่คำตอบนั้นมีเพียงคนเดียวที่รู้ว่าต้นไม้หายไปไหนคือ
"เดอะวันซ์เลอร์" ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลนอกเมืองออกไป
จากนั้น เท็ดไม่รอช้าเขาได้รีบออกไปนอกเมืองด้วยความรวดเร็ว แต่ภาพที่
เขาเห็นภาพแรกคือ มลพิษอากาศ ความไร้ชีวิตชีวาของทุกสิ่ง บรรยากาศมีแต่ฝุ่นควันชวนให้เกิดความหม่นหมองในจิตใจ แต่นั้นไม่สามารถหยุดยั้ง
ความตั้งใจของเท็ดได้ เขามุ่งหน้าฝ่ามลพิษเพื่อตามหาความจริงต่อไป
เมื่อเท็ดได้พบกับเดอะวันซ์เลอร์ เขาได้เล่าให้เท็ดฟังว่าต้นไม้นั้นหาย
ไปไหน...
บทที่ 1 : มนุษย์ กับ ธรรมชาติ
ในสมัยก่อนมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่ แต่ความฝันของเขา
ได้รับคำดูถูกมากมายจากคนในครอบครัว เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อ
ตามหาสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจความของเขายิ่งใหญ่ได้ จนเขาได้ไปพบกับพืชชนิดหนึ่ง คือ "ต้นทนีด" ที่มีอยู่อย่างมากมายในธรรมชาติ พื้นที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วย ต้นทนีด ที่ดูเหมือนจะใช้เท่าไหรก็ไม่มีวันหมด สัตว์ต่าง ๆ นานาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ที่แห่งนี้ราวกับสรวงสรรค์ของสัตว์ แต่เมื่อ มนุษย์เขามาถึงพื้นที่แห่งนี้ สัตว์ต่าง ๆ ตกใจว่าสิ่งชีวิตนี้คืออะไร ด้วยความสงสัยสัตว์จึงเดินตามเขาติด ๆ เพื่อดูว่า เขาจะทำอะไร และสิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้กำลังจะทำจะเปลี่ยนแปลงพื้นที่แห่งนี้ไปตลอดกาล.....
บทที่ 2 : จุดเริ่มต้น
เมื่อชายหนุ่มคนนั้นได้ทำการตัดต้นไม้ต้นแรกลง เพื่อนำไปทำธุรกิจของเขา
เมื่อต้นไม้ "ต้นแรกถูกโค่นลง" ชายหนุ่มได้สิ่งที่เขาต้องการตามความตั้งใจ
บรรดาสัตว์ต่างตกใจกับการกระทำของชายหนุ่ม และเมื่อต้นไม้ถูกโค่นลง
ก็ได้มีสิ่งมีชีวิตตัวสีส้มเล็ก โผล่ออกมาจากต้นไม้
สิ่งมีชีวิตนั้นมีนามว่า " เดอะโลแร็กซ์ "
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนแห่งธรรมชาติ ได้บอกกับชายหนุ่มว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่เหมาะสม แต่ชายหนุ่มกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด
และได้เมินเฉยต่อคำตักเตือนนั้นไป ด้วยความคิดที่ว่า
"ตัดแค่ต้นสองต้นจะเป็นอะไรไป มีอีกตั้งเยอะ"
ชายหนุ่มได้นำต้นไม้ที่ตัดมาเปลี่ยนเป็นผ้าพันคอโดยใช้ชื่อว่า "ทนีด"
และนำไปขายในเมือง เขาบอกกล่าวแก่ผู้คนว่าสิ่งนี้คือนวัตกรรม
ที่จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
ด้วยคำกล่าวที่เกินจริงทำให้ในช่วงแรกไม่มีคน
สนใจ แม้แต่คนเดียว เขากลับมาด้วยความผิดหวัง
และมีความตั้งใจที่จะล้มเลิกความฝันของตัวเอง
บทที่ 3 : จุดเปลี่ยน
เมื่อผู้คนเห็นถึงคุณค่าของผ้าพันคอที่สามารถทำประโยชน์ได้อย่างมาก
จึงเกิดปรากฎการณ์แฟชั่นจาก "ทนีด" ขึ้นผู้คนมีความต้องการทนีดเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อความต้องการของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจ
กับมามีแรงฮึดสู้อีกครั้ง แต่นั้นหมายความว่าทรัพยากรต้องถูกใช้มากขึ้นเพื่อ
ตอบสนองความต้องการนั้น
เขาได้เดินทางกลับไปเพื่อพูดคุยกับ "เดอะโลแร็กซ์"
เพื่อต่อรองในการใช้
ทรัพยากร โดยเขาให้คำมั่นสัญญาไว้ว่า
"จะขอเพียงแค่ใบของต้นไม้เท่านั้น"
จะไม่มีการตัดต้นไม้ แต่เมื่อความต้องการที่มากขึ้นผู้คนต้องการของ
แต่การผลิตที่ค่อย ๆ เก็บใบโดยไม่ตัดต้นไม้ นั้นเป็นไปได้ช้า
เพราะกว่าจะเก็บใบลงมา และนำไปใช้ ทำให้การผลิตไม่ทันใจ
เขาได้เมินคำเตือนที่เดอะโลแร็กซ์เคยบอกเขาและละเมิดคำมั่นสัญญาที่เคยได้ให้ไว้ เขาเปลี่ยนจากการเก็บใบเป็นการ "โค่นต้นทนีด"
บทที่ 4 : จุดจบ
ต้นทนีดถูกโค่นลงเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของเขา และผู้คนที่
ต้องการทนีด เขาไม่ฟังและไม่สนคำเตือนของโลแร็กซ์อีกต่อไป จากกิจการเล็ก ๆ กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แบบก้าวกระโดด ความร่ำรวยเพิ่มขึ้น แต่ต้นทนีดกลับลดลงเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว
จนเวลาผ่านไปชายหนุ่มได้พบกับโลแร็กซ์ นั้นเป็นตอนที่ต้นทนีด
"ต้นสุดท้าย" ได้ถูกโค่นลง โลแร็กซ์พูดกับเขาว่า "สาแก่ใจหรือยัง"
ชายหนุ่มได้หันหลังกับไปมองเขาพบเพียงแต่ความว่างเปล่าของพื้นที่
และพื้นที่กลับเต็มไปด้วยฝุ่นควัน
ความจริงที่น่าตกใจคือชายหนุ่มในเรื่องราวก็คือตัวเดอะวันซ์เลอร์เอง ที่เป็นคนทำให้เมืองกลายเป็นแบบนี้ เมื่อเท็ดได้ฟังเรื่องราวนั้นจบลง วันซ์เลอร์ได้มอบสิ่งล้ำค่าที่สุดให้แก่เขาคือ "เมล็ดทนีด" เมล็ดสุดท้ายที่เหลืออยู่ เพื่อหวังว่าเท็ดจะสามารถนำต้นไม้ไปปลูกและทำให้สภาพแวดล้อมกลับมาเป็น
เหมือนเดิม
เรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้หากใครอยากรับรู้เรื่องราวว่าจะเป็นยังไงต่อไป
ไปหาชมกันได้นะครับ
สิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาในหนังเรื่องนี้ทุกคนคงเดาได้แล้วใช่ไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร เรามีภาพเหตุการณ์ตัวอย่างหนังและอื่น ๆ อีกมากมายที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือยืนยันว่าหากเรายังใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
และทำเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนกับการใช้ชีวิตที่ไม่มีการวางแผน
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมามันก็คงยากเกินกว่าจะแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ถึงแม้จะแก้ได้ก็คงต้องใช้เวลา อีกทั้งจะต้องมีคนได้รับผลกระทบอย่างมากเป็นแน่
ข้อคิดจากคนเข้าป่า : ทรัพยากรมีพอให้สำหรับคนทั้งโลก แต่ไม่พอสำหรับความโลภของคนคนเดียว
เรียบเรียงโดย : เรื่องเล่าคนเข้าป่า
โฆษณา