7 มี.ค. 2020 เวลา 13:22
short-term pain for long-term gain
ยอมเจ็บปวดระยะสั้น เพื่อประโยชน์ระยะยาว
หากพูดประโยคเปรียบเปรยนี้ แล้วนึกถึงอะไรกันบ้าง?
นึก ๆ ไป ก็หลายอย่างเลยล่ะ หรืออาจจะแทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้
'เป็นฉัน' ขอเล่าจากประสบการณ์การผ่าน short-term pain มาในห้วงเวลาหนึ่ง 🐪
อดทนเวลาที่ฝนพรำ pic : เป็นฉัน
"ยอมเจ็บปวด" ก็คือ อดทนได้ นั่นล่ะค่ะ
"ระยะสั้น" จะเป็น 1 เดือน 1 ปี หรือ 10 ปี ก็แล้วแต่เรื่องราวค่ะ
สาวฉันทนาคนหนึ่ง จบการศึกษา ป.ตรี จากการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย
จึงเดินหน้าหางานใหม่ ด้วยความหวังจะได้ทำงานตามวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา แม้ประสบการณ์ในสายอาชีพนั้นจะไม่มีเลยก็ตาม
คนจบปริญญาตรีเยอะแยะออกเกลื่อนเมือง แน่นอนว่าไม่ง่ายเลย ที่ใครจะรับ หากไม่มีคุณสมบัติหรือทักษะใดเพิ่มเติมมา
สมัคร สมัคร และสมัคร เป้าหมายคือ "ต้องได้" เท่านั้น
หน้าที่การงาน และรายได้ คือสิ่งพิจารณาและตัดสินใจในการจะเปลี่ยนงาน
แล้ววันหนึ่งได้ "หน้าที่การงาน" ตามฝัน ทำงานนั่งออฟฟิศดูดีมีราศี
แต่ "รายได้" เริ่มต้น ยังห่างไกลจากที่เดิมมากนัก เรียกได้ว่าครึ่งต่อครึ่ง
7,700 บาท คือเงินเดือนเริ่มต้นที่ทำงานใหม่ ซึ่งที่เก่าได้เยอะกว่ามากโข (แต่เป็นการใช้แรงงาน+โอทีแลก)
ไม่เท่านั้น งานใหม่ที่ใช้ทั้งมันสมองและสองมือที่หนักกว่า ตรงที่ยังไม่รู้จักรู้ความอะไรนัก
ตัดสินใจเริ่มมั้ย เริ่มสิ ไม่เริ่มก้าวแรกจะมีก้าวต่อไปเหรอ
ก้าวแรกคือก้าวที่กล้า
 
ความท้าทายอยู่ตรงที่ เขารับเพราะถามว่าใช้ภาษาอังกฤษได้มั้ย
ได้ค่ะ คือคำตอบ
ใครจำวันสัมภาษณ์งานได้จะเข้าใจดี ตอบได้ไว้ก่อนคือหลักการ
ฟุดฟิดฟอไฟ pic : เป็นฉัน
ตำแหน่งคือเลขานุการผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นชาวต่างชาติอยู่ประเทศในแถบเอเชียใต้ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสาร และเจ้านายคนนี้ พูดภาษาไทยไม่ได้เลย
คิดว่า สาวโรงงานที่เพิ่งก้าวออกมาจากสายพานไลน์การผลิต ตกที่นั่งลำบากแล้วมั้ยงานนี้ แต่เป้าหมายมีไว้ให้พุ่งชน ลุยค่ะ แต่ก่อนลงสนาม ถ้าจะตายก็ต้องสมศักดิ์ศรี ไม่ตายมือเปล่า
จัดหาอาวุธในทันที (ก็คือความรู้นั่นล่ะ) ทั้งหนังสือภาษาอังกฤษมาอ่านเร่งรัด ลงสมัครเรียนทั้งใน class และ private ทำทุกวิถีทางให้อาวุธครบในมือที่สุดเท่าที่จะทำได้เวลานั้น
แน่นอน ความรู้ ไม่ใช่สิ่งที่จะเสกได้ด้วยเวทมนตร์ในบัดดล เป็นสิ่งที่ต้องสะสมเพิ่มพูนต่อเนื่องมา
แต่เราไม่สิ้นหวัง หากตะวันยังฉายแสงทุกวี่วัน
ถึงวันลงสนาม หยิบจับอาวุธเท่าที่มี (แต่ยังดีที่เป็นคนชอบและสนใจภาษาอังกฤษมาอยู่ก่อนแล้ว ก็พอรู้ความบ้าง แต่ด้วยไม่ได้ใช้เลย และไม่ได้เรียนในระบบ จึงต้องเหมือนเริ่มนับหนึ่งอยู่ดี)
ลุยเริ่มทำงานไป มีติดขัดและอุปสรรคนานา แต่ยังไงก็จะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือเป็นแน่
ทุกวันหลังเลิกงานและวันหยุด ขลุกอยู่กับการฝึกฝนภาษาอังกฤษ แต่ด้วยทักษะภาษาที่อ่อนมาก และยังต้องเรียนรู้รายละเอียดของงานอีกมากมาย ส่งผลต่อการงานที่ล่าช้า ดูเหมือนจะเสร็จไม่ทันกำหนดส่งไม่ตรงเวลา สาเหตุไม่ใช่เพราะงานโหลด แต่มันเป็นปัญหาของเราที่ต้องพัฒนา แก้ด้วยการหอบกลับไปทำที่บ้าน และพัฒนาตัวเองอย่างเคร่งครัด ทำการบ้านอย่างหนัก
ช่วงนั้นเครียดมาก แต่ไม่มีเวลาท้อ คิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องทำให้ได้ เป็นช่วงเวลาของความเจ็บปวด (short-term pain) แต่เรารู้ว่ามันมีแสงสว่างและทุ่งดอกไม้งามอยู่ปลายทาง แค่เพียงเราผ่านไปให้ได้
แล้ว 'เป็นฉัน' ก็ทำได้ ทำงานอยู่ที่นั่น 5 ปีกว่า ปีแรกกับปีสุดท้ายช่างแตกต่าง เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ได้รับโปรโมท special อยู่หลายครั้ง และหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก็เพิ่มขนาดความรับผิดชอบ ที่หมายถึงการได้เติบโต เป็นจุดเริ่มต้นของ long-term gain หรือประโยชน์ระยะยาวที่จะได้รับ
ที่บอกว่าเป็นจุดเริ่มต้น เพราะการพัฒนาไม่มีจุดสิ้นสุด ก้าวต่อไปของชีวิตมนุษย์ ก็เหมือนเล่นเกม เมื่อผ่านด่านนี้ได้ ก็จะเจอด่านที่ท้าทายกว่า ในระดับความยากที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนก็จะหอมหวานกว่าเช่นกัน
🌸 long-term gain 🌸
มันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ pic : เป็นฉัน
ต้องขอบคุณหลายปัจจัยในช่วงนั้น ทั้งโอกาส เจ้านาย และอีกมากมาย
เรื่องนี้ผ่านมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้ 'เป็นฉัน' pain หรือ gain ไปถึง level ไหนอย่างไรบ้าง ถ้ามีโอกาสจะมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
แต่ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน แบบจริงแท้แน่นอนว่า
ไม่มีความเจ็บปวดใดที่สูญเปล่า
เราจะก้าวผ่านไปได้หรือไม่ อยู่ที่เป้าหมายหรือประโยชน์ระยะยาวนั้น
ว่าใช่สิ่งที่เราอยากจะครอบครองมันจริง ๆ หรือเปล่า
ถ้าสิ่งนั้นมีค่ามากพอ คุณจะทำมันได้ไม่ว่าจะยากเย็นสักแค่ไหน
'เป็นฉัน'
ยินดีรับคำแนะนำและกำลังใจค่ะ ❤️
โฆษณา