11 มี.ค. 2020 เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
เมื่อตั๋งโต๊ะคนถ่อยปกครองบ้านเมือง
ทุกท่านครับ คนชั่วคนเลวนั้น มีอยู่ทุกที่ และมีตั้งแต่ในอดีต จนถึงปัจจุบัน ผมขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับคนเลวทรามคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน เพื่อจะบอกท่านว่าถ้าคนเลวคนถ่อยมีอำนาจนั้น จะนำบ้านเมืองไปสู่ความฉิบหายได้เพียงใด คนถ่อยคนนั้นคือ ต่งจั๋ว หรือที่คนไทย หรือแฟนสามก๊กรู้จักในนาม ตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะ เกิดเมื่อปี ค.ศ.138 เป็นลูกชายของต่งจวุนหยา ผู้บังคับการกองทหารชายแดน ไอ้หนุ่มบ้านนอกตั๋งโต๊ะ นิสัยใจคอคือเป็นคนใจใหญ่ ค.ศ.166 สอบผ่านการคัดเลือกเป็นทหารประจำกรมมหาดเล็กรักษาพระองค์ ปีถัดมา ก็ได้แสดงฝีมือเป็นเสนาธิการ ปราบกบฏเผ่าเซียง ที่มณฑลกานซู่ได้อย่างรวดเร็ว
มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เข้าตากรรมการ ตั๋งโต๊ะ จึงได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด สับเปลี่ยนไปอีกหลายจังหวัด จนเรียกได้ว่า เป็นเจ้าพ่อแห่งภาคพื้นชายแดนตะวันตก ค.ศ.184 เกิดกบฏโพกผ้าเหลือง ตั๋งโต๊ะถูกเรียกตัวจากชายแดนให้มาช่วยปราบกบฏ แต่ผลงานการปราบกบฎคราวนี้ไม่โดดเด่นเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับขุนศึกคนอื่นๆ แล้ว ก็ดีกว่านิดหน่อย
แผ่นดินต้าฮั่นยามนี้บ้านเมืองเละเทะ ขณะที่ขุนศึกกำลังปราบปรามกบฏกันอยู่ ก็หันมาเล่นกีฬาแห่งชาติแข่งกันเป็นใหญ่ แตกเป็น 17 ก๊ก โดยที่ราชสำนักได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ส่วนฮ่องเต้ก็เป็นเจ้าสำนักสีม่วงเข้าหอล่อกามกับขันที จนตายคาอกขันที เหอจิ้น ซึ่งเป็นพี่ชายของฮองเฮา และมีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นผู้สำเร็จราชการที่ไร้น้ำยา มองซ้ายมองขวาไม่รู้จะพึ่งใคร ได้เชิญตั๋งโต๊ะมาช่วยปราบจลาจลในเมืองหลวง ตั๋งโต๊ะใช้กำลังพลแค่ 3,000 คน บุกเมืองหลวงปราบทุกอย่างที่ขวางหน้า และยึดอำนาจการปกครอง
ตั๋งโต๊ะปลดฮ่องเต้เส้าตี้ และจับเด็กวัย 9 ขวบ มานั่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ เหี้ยนเต้ โดยไม่มีขุนนางหน้าไหนกล้าคัดค้าน เพราะถ้าพูดความจริงอาจได้ไปเฝ้ายมบาลก่อนวัยอันควร ตั๋งโต๊ะใช้อำนาจอย่างเมามันส์สนุกสนาน ตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และผู้บัญชาการทหารสูงสุด เอามันทุกตำแหน่ง แต่หามีความสามารถในการบริหารแผ่นดินไม่
ตั๋งโต๊ะคนถ่อยเมื่อมีอำนาจสูงสุด ก็กระทำเลวทรามต่ำช้ามากมาย ปล้นฆ่า ข่มขืนคนในวัง และประชาชน เห็นเป็นของสนุกสนาน บ้าระห่ำถึงตัดหัวคนมาผูกติดกันโยนเล่นเป็นลูกฟุตบอล ความชั่วเลวทรามยังไม่หมด ตั๋งโต๊ะ เผาวังหลวงนครลั่วหยาง แล้วขนสิ่งของทรัพย์สินมีค่าย้ายไปอยู่นครฉางอาน ลามปามจาบจ้วงแสดงอำนาจบาตรใหญ่ให้ฮ่องเต้เรียกตนว่า พ่อ ไปไหนมาไหนให้จัดขบวนปานฮ่องเต้เสด็จ ให้คนแซ่ตั๋งเข้ารับตำแหน่งสำคัญในกองทัพ และคนแซ่ตั๋งก็ไม่ทำให้บิ๊กโต๊ะผิดหวัง เพราะถอดแบบความกร่างความเลวกันมาแบบเชื้อไม่ทิ้งแถวสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วสารทิศ
ตั๋งโต๊ะเกณฑ์แรงงานประชาชนมาสร้างป้อมเหมยอู หมายใจว่าวันไหนได้เป็นตั๋งโต๊ะมหาราชจะใช้ป้อมนี้เป็นที่ว่าราชการแผ่นดิน แต่ถ้าแพ้มาก็ใช้หลบซ่อนตัว ตั๋งโต๊ะหัวร้อนบ่อยๆ ระบายโทสะกับคนไม่เลือกหน้า ไม่เว้นแม้แต่ลิโป้ลูกรัก และการปลดเปลื้องให้คลายจากการวีนเหวี่ยงก็คือการระบายความใคร่ และครั้งหนึ่งก็หน้ามืดระบายความกำหนัดกับเมียน้อยของลิโป้ งานนี้จึงต้องมีมาม่า ลิโป้ที่เจ็บปวดกระดองใจ รีบไปปรึกษากับหวางหยุ่น (อ๋องอุ้น) แค่มองตาก็รู้ใจ ต้องจัดการยังไงกับจอมถ่อยตั๋งโต๊ะ
ค.ศ.192 เกิดภัยธรรมชาติ ฝนตกกระหน่ำซัมเมอร์เซล ตามมาด้วยโรคระบาด อ๋องอุ้นจึงใช้เหตุการณ์นี้เป็นแผนกำจัดตั๋งโต๊ะ โดยเสนอให้บิ๊กโต๊ะเป็นประธานในพิธีสักการะฟ้าดิน แต่มีข้อต้องปฏิบัติคือ บิ๊กโต๊ะต้องถือศีลกินเจเป็นเวลา 3 วัน ก่อนเข้าพิธี บิ๊กโต๊ะก็หาขัดศรัทธาไม่ นั่งถือศีลกินเจอยู่กับบ้าน ไม่ยุ่งกับโลกภายนอกโดยที่หารู้ไม่ว่าเงามัจจุราชใกล้เข้ามาแล้ว โดยมีพระราชโองการจากฮ่องเต้ให้สังหารตั๋งโต๊ะ
วันพิธีตั๋งโต๊ะยิ้มแฉ่งออกจากบ้านแต่เช้าโดยไม่มีอาวุธติดตัว พอถึงเขตพระราชฐานชั้นในตั๋งโต๊ะก็โดนลิโป้ลูกรักสังหารตายล้มทั้งยืน ตระกูลตั๋งถูกประหาร ไม่เว้นแม้แต่มารดาวัย 90 ปี ประชาชนได้ข่าวจอมถ่อยตาย ไชโยโห่ฮิ้ว กันทั่วแผ่นดิน คนยากจนถึงกับเอาเสื้อผ้า ที่มีติดตัวไม่กี่ชิ้นไปแลกซื้อสุรามาเลี้ยงฉลอง
จอมถ่อยตั๋งโต๊ะตายไปแล้ว เกือบ 2 พันปี แต่คนถ่อยอย่างตั๋งโต๊ะยังมีอยู่มาถึงปัจจุบัน บางคนเป็นใหญ่เป็นโต นั่งบริหารบ้านเมืองก็เห็นมี ความวิบัติฉิบหายมีมากเพียงใด ผมว่าท่านคงได้ประจักษ์ด้วยตาท่านเองแล้ว
โฆษณา