13 มี.ค. 2020 เวลา 11:00 • ประวัติศาสตร์
“Area 51 สถานที่แห่งความลับแห่งสหรัฐอเมริกา” ตอนที่ 2
การขยายใหญ่ของ Area 51 และความสงสัยของสาธารณชน
1
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และตลอดระยะเวลาของสงครามเย็น ผู้คนต่างสงสัยว่ารัสเซียจะสามารถรุกรานสหรัฐอเมริกาได้จริงหรือไม่ คอมมิวนิสต์จะสามารถแพร่กระจายไปยังสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่?
สหรัฐอเมริกาจึงตอบคำถามนี้ด้วยการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อต้านโซเวียต และรัฐบาลสหรัฐก็พยายามปกปิดข่าวกรองต่างๆ เป็นความลับ
ยุคสมัยแห่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้กำลังนำพาทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตไปยังอวกาศ
ในช่วงเวลาแห่งการแข่งขันทางอวกาศ ฝ่ายที่ขึ้นนำคือสหภาพโซเวียต
สหภาพโซเวียตได้ส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรยังอวกาศในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.1957 (พ.ศ.2500)
ดาวเทียมดวงนั้นคือ “สปุตนิก 1 (Sputnik 1)”
สปุตนิก 1 (Sputnik 1)
การขึ้นนำของสหภาพโซเวียตทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นกังวล ซีไอเอต่างกังวลว่าดาวเทียมของโซเวียตจะสามารถถ่ายภาพพื้นที่ส่วนไหนของโลกก็ได้ รวมถึง Area 51
ต้นยุค 60 (พ.ศ.2503-2512) สหรัฐอเมริกาได้พัฒนาเครื่องบินชื่อ “U-2” และ “A-12 Oxcart”
U-2 เป็นเครื่องบินสายลับที่สามารถบรรทุกอุปกรณ์เก็บภาพได้กว่า 700 ปอนด์ (ประมาณ 318 กิโลกรัม) และทำหน้าที่สอดแนมสหภาพโซเวียตจากน่านฟ้า
U-2
ส่วน A-12 ก็ล้ำยุค ในยุค 50 (พ.ศ.2493-2502) เครื่องบินโดยสารธรรมดาบินอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 20,000 ฟุตเหนือพื้นดิน แต่ A-12 บินได้เร็วกว่าลูกกระสุนปืนและบินสูงที่ระดับ 90,000 ฟุตเหนือพื้นดิน
A-12 Oxcart
ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) เครื่องบิน U-2 ที่ขับโดยนักบินของซีไอเอชื่อ “ฟรานซิส แกรี พาวเวอร์ส (Francis Gary Powers)” ได้ถูกมิสไซล์ของโซเวียตยิงตก
3
สหรัฐอเมริการู้ได้ทันทีว่าความลับของ U-2 ต้องถูกโซเวียตค้นพบแน่ๆ
ฟรานซิส แกรี พาวเวอร์ส (Francis Gary Powers)
พาวเวอร์สเป็นนักบินมากฝีมือซึ่งได้รับการฝึกฝนให้ปฏิบัติภารกิจลับ
เครื่องบิน U-2 ที่เขาขับได้ถูกยิงตกในวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) โดยขณะนั้น เขาได้ปฏิบัติภารกิจ ถ่ายภาพทางอากาศ
เมื่อเครื่องบินของเขาถูกยิงตก เครื่องบินของเขานั้นเสียหาย แต่ยังไม่ถูกทำลาย ซึ่งทางการโซเวียตก็สามารถจะกู้อุปกรณ์และศึกษาเทคโนโลยีของเครื่องบินได้
พาสเวอร์สนั้นรอดชีวิตจากเครื่องบินตก แต่ก็ถูกจับกุมตัวในฐานะสายลับศัตรูและส่งไปเข้าคุกในรัสเซีย
ภายหลังจากอยู่ในคุกรัสเซียเป็นเวลาถึงหนึ่งปีเก้าเดือน เขาก็ได้รับการปล่อยตัว โดยทางการโซเวียตแลกตัวเขากับสายลับโซเวียตที่ถูกอเมริกาจับได้
ฟรานซิส แกรี พาวเวอร์ส (Francis Gary Powers)
ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ รัฐบาลสหรัฐได้เดินหน้าพัฒนาเครื่องบินที่ใหม่กว่าและเร็วกว่าที่ผ่านมา โดยใช้ซีไอเอใน Area 51 เป็นผู้ดำเนินการ
1
แต่รัฐบาลก็ไม่มีวิศวกรและโรงงานพอที่จะสร้างเครื่องบินเหล่านี้ จึงต้องมีการทำสัญญากับเอกชน บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เช่น “Lockheed Martin” เพื่อสร้างเครื่องบินรุ่นใหม่
ในขณะที่การก่อสร้างเครื่องบินดำเนินไปในแคลิฟอร์เนีย ซีไอเอก็ได้เริ่มขยายพื้นที่ใน Area 51
มีการเพิ่มรันเวย์เข้าไปอีก รวมทั้งโรงเก็บเครื่องบินอีกสามโรง และที่นอนของคนงานก็ได้รับการปรับปรุง
Area 51 ในยุค 60 (พ.ศ.2503-2512)
เครื่องบิน A-12 เครื่องแรกๆ ถูกขนส่งมาอย่างลับๆ ส่งมายัง Area 51 โดยต้องทำการอำพรางและขนส่งมาอย่างลับๆ และใช้เวลาขนส่งถึงสามวัน
มีการใช้รหัสลับในการขนส่งเพื่อให้คนที่ได้ยินเข้าใจผิดหรือไม่สนใจ อีกทั้งเริ่มมีโครงการต่างๆ มากมาย รวมถึงโครงการเฝ้าสังเกตยูเอฟโออีกด้วย
1
ภายในปีค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) Area 51 ก็ไม่ใช่พื้นที่ทดลองชั่วคราว แต่เป็นฐานทัพของกองทัพอากาศสหรัฐ มีการติดป้ายห้ามเข้ารอบบริเวณ
1
การแอบลักลอบเข้ามาจะมีโทษปรับ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 บาท) และจำคุกหกเดือน อีกทั้งการถ่ายรูปของ Area 51 ก็ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
ตลอดยุค 60 (พ.ศ.2503-2512)ได้มีการทดสอบเครื่องบิน U-2 หลายครั้ง และก็มีรายงานการพบเห็นสิ่งแปลกประหลาดบนท้องฟ้าเหนือทะเลทรายเนวาด้าอีกหลายครั้ง
การพบเห็นหลายๆ ครั้งนั้นก็น่าจะเป็นเครื่องบิน U-2 ที่ทำการทดลองบิน แต่เนื่องจากชุมชนในย่านนั้นไม่ทราบถึงการพัฒนาเครื่องบินใน Area 51 เนื่องจากเป็นปฏิบัติการลับ ทำให้คนส่วนมากสงสัยว่าเป็นยูเอฟโอ และซีไอเอก็บอกกับประชาชนว่าพวกเขามีเครื่องบินที่ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพอากาศ สิ่งที่ผู้คนเห็นก็คงจะเป็นเครื่องบินตรวจสอบสภาพอากาศ
ย้อนกลับไปในปีค.ศ.1938 (พ.ศ.2481) ได้มีการออกอากาศละครวิทยุเรื่อง “The War of the Worlds” ซึ่งได้ทำให้สาธารณชนต่างหวาดกลัวมนุษย์ต่างดาว และทำให้รัฐบาลต้องปกปิดโครงการบางอย่างเป็นความลับ เนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนแตกตื่น
ถึงแม้ว่า The War of the Worlds จะเป็นเพียงละครวิทยุที่สร้างมาจากนวนิยาย แต่ก็ทำให้ประชาชนหวาดกลัวว่าวันหนึ่ง อาจจะมีมนุษย์ต่างดาวบุกโลกก็เป็นได้
1
ซีไอเอเห็นถึงปฏิกิริยาตื่นกลัวของชาวอเมริกันที่มีต่อละครวิทยุเรื่อง The War of the Worlds ยิ่งทำให้ซีไอเอต้องปกปิดเรื่องการทดลองเครื่องบินในบริเวณ Area 51
แต่การทดลองบินเครื่องบิน A-12 ก็ยิ่งทำให้เกิดการรายงานถึงการพบเห็นวัตถุประหลาดบนท้องฟ้ามากขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเครื่องบินรุ่นใหม่นี้บินสูงมาก ทำให้เมื่อมองจากพื้นอาจจะเห็นรูปทรงของเครื่องบินผิดเพี้ยน จึงเกิดการเข้าใจผิด
การทดสอบเครื่องบิน A-12
แม้กระทั่งนักบินที่ขับเครื่องบินโดยสารก็ได้รายงานว่าพบวัตถุประหลาดบินได้ ซึ่งเมื่อซีไอเอเช็คสถานที่และวันเวลาที่นักบินแจ้งเข้ามา ก็ตรงกับสถานที่และวันเวลาที่เครื่องบินทดสอบได้ทดลองบิน ซึ่งสิ่งที่นักบินเห็นก็น่าจะเป็นเครื่องบินทดสอบ
1
แต่ซีไอเอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ เนื่องจากการทดสอบเหล่านี้เป็นความลับ
ภายในสิ้นยุค 60 (พ.ศ.2503-2512) ได้มีการสร้างโรงเก็บเครื่องบินใน Area 51 เพิ่มอีกห้าแห่ง และน่านฟ้าเหนือ Area 51 ก็ถูกสั่งห้ามเครื่องบินบินผ่าน
การรักษาความปลอดภัยใน Area 51 ก็หนาแน่นและเข้มงวดยิ่งกว่าเดิม
ด้วยความที่บริเวณ Area 51 นั้นถูกปิดกั้นจากโลกภายนอก และการทดสอบเครื่องบินก็มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเริ่มสงสัยว่ารัฐบาลกำลังปกปิดเรื่องวัตถุประหลาดบินได้ที่มีการรายงานอยู่เสมอ
การที่กองทัพสหรัฐปฏิเสธว่า Area 51 ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ยิ่งทำให้ผู้คนยิ่งสงสัยว่าใน Area 51 นี้ต้องมีอะไรแน่ๆ
1
เรามาหาคำตอบกันในตอนต่อๆ ไปนะครับ
โฆษณา