17 มี.ค. 2020 เวลา 02:13
อังกฤษ แหวกแนว แหกทุกทฤษฏี
กระตุ้นHerd immunity สู้ COVID-19
จากหัวข้อข่าว(1) เรียกว่า พลิกทุกตำราที่เคยมีมาแตกต่าง
จากประเทศที่รอดแล้ว อย่างจีน และเกาหลีใต้
โดยสิ้นเชิง แล้วมันจะใช้ได้ไหม ข้อดี ข้อเสีย ไทยใช้ได้ไหมเนี่ย
1. Herd immuntiy ภูมิคุ้มกันหมู่ คือ อะไร (2)
คือ การที่ประชากร ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อ
ติดเชื้อจนหายและมีภูมิคุ้มกัน
ทำให้ไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อ
อัตราการแพร่เชื้อก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งปกติ กลุยุทธนี้จะใช้วิธีการฉีด Vaccine ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
เพื่อลดสูญเสียจากการติดเชื้อจริง
แต่ณ ขณะนี้ ยังไม่มีวัคซีน เลยต้องใช้การติดเชื้อจริงๆแทน
โดย Herd immunity จะสำเร็จได้
ต้องมีประชากรมากพอ สูตรคำนวณคือ (3)
% ประชากรที่ติดเชื้อ = 1- 1/R0
ถ้าใน COVID-19 ==> R0 =2.2
= 1- 1/2.2 =56%
ประชากรต้องติดเชื้อ 55-60% และต้องมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น
ถึงจะสามารถป้องกันไม่ระบาดในวงกว้างได้
2. แล้วมันดียังไง
ก็ปล่อยมันระบาดไป เด่วมันก็หยุดเองตามทฤษฏี
ห้างเหิง ร้านค้า อะไรก็ไม่ต้องปิด
ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เหมือนไม่มี COVID-19 เกิดขึ้นมาก่อน
ชุดหมี หน้ากากอนามัยก็ใช้ตามสมควร
ประหยัดงบเหลือไปประชานิยมอีกเยอะ
เศรษฐกิจก็ไปต่อได้ไม่พัง สังคมไม่หยุดชะงัก
ป่วยมาก็รักษาไป
โดยอังกฤษมีกลยุทธในการลดความสูญเสียโดย
จะกันผู้ป่วยความเสี่ยงสูงอยู่แต่ในบ้าน
เพื่อรอให้เกิด Herd immunity
ในคนหนุ่มที่แข็งแรงดี ให้คนหนุ่มเป็นโล่ห์มนุษย์ให้ ผู้ป่วยความเสี่ยงสง
เปรียบเสมือนให้ภาพ
เหมือนเราจับผู้สูงอายุและคนไข้กลุ่มความเสี่ยงสูง ขังไว้ในห้อง
ขณะที่คนทั่วไปก็ใช้ชีวิตตามปกติ
คนทั่วไปก็จะค่อยๆ ติดเชื้อ และหายจะกลายเป็นสีม่วงตามลิงค์ที่ 2
พอมีคนที่หายแล้ว(สีม่วง)มีมากพอ
แล้วค่อยปล่อยคนแก่ออกจากกรงเท่านั้นเอง
3.ฟังดูก็ดูดี สบายดีจะได้ใช้ชีวิตตามปกติ แล้วทำไมเค้าไม่ทำกัน
- จาก ข้อ 1 ต้องทำให้มีคนติดเชื้อ 60 %
ข้อมูลปัจจุบัน ติดเชื้อ 100 คน
จะอาการไม่รุนแรง 80% อาการหนัก 14% ใกล้เสียชีวิต 6%
โดยคาดการณ์ว่าน่าจะระบาดหนักและเกิด Herd immunity ใน1 ปี
อังกฤษ มีประชากรทั้งหมด 67 ล้าน
ขอยกตัวอย่างลอนดอน
เนื่องจากหาข้อมูลช่วงอายุทั้งประเทศอังกฤษไม่ได้
มีประชากรทั้งหมด (7) 14 ล้านคน
โดยมีประชากรที่อยู่ในช่วงอายุ 10 ถึง 50 ปี อยู่ที่ 9.6 ล้านคน
ดังนั้น ตัวเลขข้างบนทั้งหมด ต้อง คูณ 4.5 (67/15)
สรุป อังกฤษ น่าจะประชากรอยู่ในช่วงอายุ 10 ถึง 50 ปี
ทั้งประเทศ อยู่ที่ 43 ล้านคน
สมมุติทุกคนเป็นคนแข็งแรงดี
ติดเชื้อทั้งหมด 60 % = 26 ล้านคน
80% ต้อง อาการไม่รุนแรง + ไม่มีใครมาโรงพยาบาลเลย
ทำ Self isolation อยู่ที่บ้าน
20% (14%+6%)มา รพ เพราะอาการหนัก
คนไข้อาการหนัก มารพ.= 5 ล้านคน / 365 = 13,500 คน/วัน
อาการหนัก = 3.6 ล้านคน ==> 10000 คน/วัน
อาการหนักมาก ใกล้ตาย = 1.3ล้าน คน ==> 3600 คน/วัน
และเสียชีวิต จากราฟ
อัตราเสียชีวิตในประชากรกลุ่มนี้ อยู่ที่ 0.2-0.4%
ขอใช้ 0.3% ก็จะเท่ากับ 7.8 หมืนคน ==> 213 คน /วัน
213 คนที่ตายต่อวัน คือ คนหนุ่มแน่น วัยทำงาน และไม่มีโรคประจำตัว
เหมือนเราๆท่านๆ
เป็นหัวหน้าครอบครัว 1 คนตาย เหมือนตายทั้งครอบครัว
อาจจะมีลูก ต้องกำพร้า พ่อ หรือ แม่ เท่าไร
และปัญหาทางสังคมที่ตามจะขนาดไหน
GDP จะลดลงขนาดไหน
Herd immunity เหมาะกับ ประเทศที่มีศักยภาพทางการแพทย์สูงมาก
แต่มีประชากรส่วนใหญ่ อายุน้อย ความเสี่ยงต่ำ ทำให้มีภูมิคุ้มกันได้รวดเร็ว
ถ้าเกิดในประเทศ สังคมผู้สูงอายุ มันจะเกิน capcity ของระบบอย่างแน่นอน
แล้วจะเกิด โศกนาฏกรรม เหมือนอิตาลี
อัตราตายอาจจะมากกว่า 0.3% เป็น กี่ % ไม่มีใครทราบ
รู้แต่ใน Lombardy อัตราตาย อยู่ที่ 24 %
และอาจจะมีบุคคลสำคัญระดับประเทศเสร็จไปด้วย
impact ต่อเศรษฐกิจ+สังคมจะสูงมาก
เพราะมันเป็นโรคระบาดที่ชอบคน Hiso
ซึ่งตอนนี้อังกฤษเชื่อมั่นว่า การรับมือ โรค COVID-19 แบบนี้
เป็นวิธีที่เหมาะสมและถูกต้อง
ให้จัด Concert ได้ตามสบาย คนนับแสน เรียกว่า
ลัทธิแทกู และสนามมวยเรา ชิดซ้าย เลยจ้าาา
นับถือว่าเป็นเดิมพันที่สูงมาก ของ อังกฤษ
ไม่ Genius ก็ very idiot ไปเลย
โฆษณา