มีบัญชีอยู่แล้ว?
ถ้าคุณต้องถูกกักตัว 14 วัน หนังสือเล่มไหน ที่จะช่วยให้ชีวิต คุณดีขึ้น ?
โดย Savvy Investor (แซฟวี่ อินเวสเตอร์)
“Slow Life แต่ไม่ Slow Rich”
The Visionary หนังสือดีมากๆอีกเล่มที่แนะนำครับ
ชีวิตดีๆ แม้กักตัวเอง ก็มีความสุขได้ หนังสือเหล่านี้ จะทำให้ 14วันที่ต้องอยู่ที่บ้าน ไม่น่าเบื่อเลย (อาจจะรู้สึกน้อยไปด้วย 555 ) และ ได้ความรู้ ในการพัฒนาตัวเองในหลายๆเรื่อง โดยที่หากอ่านหนังสือได้อย่างที่ผมบอกแล้ว เมื่อ 14 วันผ่านไป คุณจะกลายเป็น คนใหม่เลยครับ
ผมขอเสนอ หนังสือหลากหลายรูปแบบ เพื่อลดความจำเจ และมีการเปลี่ยนอารมณ์บ้างครับ เพื่อให้ชีวิตการอ่านของเรามีสีสัน มากขึ้นครับ ถ้าวันนี้เราเบื่อแนวไหน ก็สามารถเปลี่ยนแนวได้ตลอด และนอกจากนี้ ลองหามุมสบายๆ ในการอ่านหนังสือดูครับ ทำให้ไม่น่าเบื่อครับ
* ข้อความเพิ่มเติม19/3/63
มีผู้อ่านแอบเห็นหนังสือ The Visionary ซึ่งเป็นหนังสือที่ดีมากๆๆ แต่หาซื้อได้ยาก ผมจึงมิได้แนะนำลงไป แต่ท่านผู้อ่านท่านนั้น (คุณ พอเพียงและยั่งยืน) ได้กรุณา ส่งLink E Book ให้ จึงขออนุญาตแชร์ไว้ด้วยตรงนี้เลยครับ
มุมอ่านหนังสือ ก็มีผลต่ออารมในการอ่านหนังสือ
เล่มแรก ที่แนะนำ เป็นแนวกึ่งปรัชญากึ่งวิทยาศาสตร์จิตใจและสมองครับ เล่มนี้ดีมากครับ อันนี้เป็นปัญญาระดับที่สูงมาก ที่ไม่เหมือนการลากเส้น ต่อเนื่อง แต่เป็นแบบอยู่ดีๆ ก็ “ปิ๊งแว้บ” ออกมาเอง อันนี้ถ้าอธิบาย จะยาวครับ แนะนำให้อ่านเอง ครับ 555
โดยเมื่อเราได้อ่านแล้ว เราจะสามารถ เข้าใจเรื่องของระดับความฉลาด ของคนเราได้ดียิ่งขึ้น ( เขียนโดย คุณ Osho ) ซึ่ง ขั้นตอนของการเกิด ปัญญาระดับสูง นี้ ที่ในหนังสือเรียกว่า Intuition หรือ ปัญญาญาณ นั้น สามารถฝึกฝนหรือสร้างเหตุปัจจัย ให้เกิดขึ้นบ่อยๆได้ ครับ (ใครเคยเกิดปัญญาแบบนี้จะติดใจ แต่เราจะตั้งใจให้เกิดยากมากครับ)
ผมเองได้เคยสัมผัส ปัญญา ระดับนี้ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพียงไม่กี่ครั้งในแต่ละปี และก็เฝ้าถามตัวเองมาตลอดว่า ขณะนั้น เราคิดคำตอบของปัญหาบางอย่าง ออกมาได้อย่างไร ? ซึ่งคำตอบแบบ ปิ๊งแว้บ นี้ ทั้ง 100% จะดีกว่า คำตอบที่ผมเองใช้ความรู้ มานั่งคิดวิเคราะห์เองซะอีก
จึงขอแนะนำให้อ่านดูครับ หนังสือเล่มนี้ อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล
Intuition ปัญญาญาณ
เล่มที่ 2 อันนี้จะเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้มากหน่อย ครับ ชื่อว่า “How to survive the end of the World as we know it” หรือแปลว่า “วิธีเอาตัวรอดจากวันสิ้นโลก” ชื่อฟังดูน่ากลัวไปนิส แต่สาระข้างใน ก็ให้ข้อคิดดีครับ เกี่ยวกับการจำลองเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้เกิดความโกลาหล ของโลกหรือประเทศ หรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง และ สิ่งที่จะตามมาหากเกิดเหตุการณ์จริงๆ เช่นการปิดเมือง โรคระบาด ไฟดับทั้งเมือง เป็นต้น โดยจะแนะนำว่า เราต้องเตรียมตัวในแต่ละเหตุการณ์อย่างไร อันนี้เป็นการแนะนำให้มีความพร้อมและไม่ประมาท ซึ่งจะทำให้ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมายครับ (อ่านแล้วก็เตรียมตัวได้เลยครับ อิอิ)
ก่อนแนะนำ เล่มที่ 3 จะบอกว่า ใครไม่อยากรวย ให้ข้ามเล่มที่3 นี้ไปได้เลยครับ เพราะมันอาจไม่เหมาะกับคุณ
เล่มที่ 3 Why the Rich are getting Richer? (ทำไมคนรวย ยิ่งรวยขึ้น?) ผู้เขียนคือคุณ Robert Kiyosaki ผู้แต่หนังสือการเงินการลงทุนอมตะที่ชื่อ ว่า “พ่อรวยสอนลูก” แม้ผมยังอ่านเล่มนี้ไม่จบ แต่เพียงแค่อ่านบทแรกๆ ก็ยอมรับว่าดีมากครับ อ่านเล่มนี้ มีข้อแม้ว่า ห้ามโลกสวยนะครับ ว่าความรวย ไม่เกี่ยวกับความสุข หรือ ตอบไปเองก่อนเลย ว่ารวยเพราะโกงหรือเอาเปรียบคนอื่นมา เพราะถ้าคุณมีทัศนคติไม่ดีต่อความร่ำรวย แล้ว อ่านเริ่มนี้ไปจะไม่มีประโยชน์ครับ 555 (ลึกๆเชื่อว่า คนดี มีเยอะๆนั่นดีอยู่แล้ว แต่ถ้ามี คนดีๆรวยๆแล้วแบ่งปันเยอะๆ จะช่วยทำให้สังคมดีขึ้นเร็วครับ ) คุณจะได้เรียนรู้เรื่องโลกของการเงินการลงทุนด้วยครับ คุณจะแน่ใจได้ไง ว่ากระดาษ (ที่เรียกว่าธนบัตร) ที่คุณทำงานเหน็ดเหนื่อย ทุกวัน แลกมันมา จริงๆแล้วมันมี ค่ามากน้อยแค่ไหน แล้วเมื่อไหร่มันจะเริ่มด้อยค่าลง แล้วคนรวยๆ เขาเปลี่ยนกระดาษแบบนั่นไปเป็นอะไร ที่ทำให้เขารวยขึ้นไปอีก !!
เรื่องที่ 4 เป็นชุดหนังสือ เพชรพระอุมา สำหรับผม คือนวนิยายแนวผจญภัย ที่ดีที่สุด เท่าที่เคยอ่านมาครับ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว มีถึง 48 เล่ม(ถ้าจำไม่ผิด) จะทำให้ 14 วันของคุณ น้อยไปเลยครับ ผมเชื่อว่า ถ้าใครเคยอ่านแล้ว จะอ่านรอบ 2 ก็ไม่น่าเบื่อครับ
เพชรพระอุมา นวนิยายผจญภัยที่ดีมาก
เล่มที่5-6 หลังจากพาคุณเข้าป่าดึกดำบรรพ์ และมรกตนคร ในเรื่อง เพชรพระอุมาแล้ว คราวนี้จะพาคุณสู่ โลกอนาคต ที่เราต้องเตรียมตัวเตรียมใจ รับมืออย่างเข้าใจและเท่าทันครับ ผมขอแนะนำหนังสืออีลอน มัสก์ และ Homo Deus ครับ ผมเชื่อว่า การเรียนรู้เทรนด์ และคำถามจากอนาคต จะทำให้คุณเตรียมความพร้อมของตัวเอง ให้เดินหน้าไปอย่างสนุกกับมันครับ
อีลอน มัสก์ และ Homo Deus
เล่มที่7 นิยายจีน เรื่อง พยัคฆราช ซ่อนเล็บ เป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์จีน ยุคราชวงศ์หมิง ที่เล่าเรื่องถึงการก้าวขึ้น สู่บัลลังก์ ของ หยงเล่อ ฮ่องเต้ นอกจากอ่านแล้วสนุกที่ต้องลุ้นระทึกกับตัวเอก ที่ย้อนเวลากลับไปในอดีต ที่พยายามเอาชีวิตตัวเองและคนที่รักให้รอดในกลียุค แล้วยังได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์จีน รวมถึงความเป็นมา ของกองเรือค้าขายข้ามทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกในยุคสมัยนั้น ซึ่งปูพื้นฐานสำคัญสู่ เส้นทางสายไหม และโครงการ One Belt One Road ที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กำลังสร้างความยิ่งใหญ่ให้ชาติจีน ในปัจจุบันครับ
พยัคฆราช ซ่อนเล็บ
หลังจากพาไปทั้ง ประวัติศาสตร์ในอดีตและแนวโน้มในอนาคตแล้ว หากคุณได้อ่านและเรียนรู้กับหนังสือหลายๆเล่มข้างต้น หากพูดถึงเรื่องการสร้าง อิสระภาพ ทั้งด้าน การเงิน และเวลาแล้ว(Finamcial freedom and time freedom) หนึ่งในข้อสรุป ของการลงทุนที่ดีที่สุด(ที่รองจากการลงทุนในความรู้และสุขภาพของตัวเราเอง) ก็ยังคงเป็นการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ อยู่ดีครับ จึงขอแนะนำ...
เล่มที่8 “หนึ่ง”ในหนังสืออสังหาฯ นับสิบๆเล่ม ที่ผมอ่าน แล้วได้แรงบันดาลใจ ตั้งแต่เห็นหน้าปกเลย ก็คือเล่มนี้ ครับ “ From 0 to 260+ Properties in 7 years” หรือ “จาก 0 ถึง 260 อสังหาริมทรัพย์ ใน 7 ปี “ หนังสือเล่มนี้ เป็น Version ปรับปรุงจากเวอร์ชั่นแรก เป็นหนังสือที่ผมใช้คำว่า ผมตามล่า หาเกือบทุกร้านหนังสือใน ออสเตรเลีย 🇦🇺 เลยครับ (ไม่เป็นอันเที่ยวเลย เพราะเจอร้านหนังสือที่ไหน แวะหมด)
อิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ ให้มากกว่าความรู้ คือแรงบันดาลใจ เป็นหนังสือที่ผมอ่านไม่กี่บท แล้วเกิด “ปิ้งแว๊ป” ในการลงทุนในอสังหาฯ แบบที่หนังสือเล่มอื่นๆไม่ได้ให้เราแบบนี้ ประมาณว่าค้นพบเคล็ดวิชา ที่ปรมาจารย์จอมยุทธเจ้ายุทธจักร (ในหนังจีน) สลักไว้เป็นปริศนาที่ผนังถ้ำลึกลับ หลังจากออกจากยุทธภพเข้าไปฝึกฝนวิชาในถ้ำนานนับปี และไม่ยอมถ่ายถอดให้ใคร จนตัวเองตายคาถ้ำ 555 และรอผู้มีบุญวาสนามาค้นพบ แล้วไปถอดปริศนาเอาเอง (เขียนซะเว่อร์เลย จริงๆจะบอกว่า วิธีการของ ออสซี่ นั้นใช้กับไทยไม่ได้ทั้งหมด แต่ปรัชญาความคิดที่อยู่เบื้องหลังนั้นแหละ คือเคล็ดวิชาจริงๆ) สรุป หนึ่งในอาจารย์ปู่ ของผมเป็นคนออสซี่นะ ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ... ขอกราบงามๆ
เดชคัมภีร์เทวดา
14 วัน ที่กักตัว เป็นทางเลือกของคุณ ที่คุณจะเลือกว่า...
1. จะพลิกวิกฤติ (ของตัวเอง) เป็น “วิกฤติ”ของ คนอื่น โดยการออกไป พบป่ะผู้คนมากมาย (อันนี้ไม่แนะนำ อย่างยิ่ง555 )
หรือ
2. จะพลิกวิกฤติ (ของตัวเอง) เป็น “โอกาส” ของ คนอื่น นั่งดู Netflix หรือ เล่น FB ไปวันๆอย่างเดียว
หรือ
3. จะพลิกวิกฤติ (ของตัวเอง) เป็น “โอกาส” ของ เราเอง โดยพักผ่อนอยู่บ้าน หาความรู้ พัฒนาตนเอง เป็น New You หลังจาก 14 วัน
หวังว่า 14วันที่กักตัว คุณจะเลือกว่า จะพลิกวิกฤติ (ของตัวเอง) เป็นโอกาส ของตัวเอง นะครับ
*** ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ รบกวนช่วยกด Like กด ติดตาม และแชร์ เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ
    นิภา
    เมื่อคืนตามอ่าน visionary มาค่ะ อ่านรวดเดียวจบ ทรงคุณค่ามากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่แนะนำและแชร์ลิ้งนะคะ