มีบัญชีอยู่แล้ว?
ทักษะการพูดของผู้นำที่ดี
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้นำคือ
"การสื่อสารที่ดี"
ทักษะประการหนึ่งที่มีความสำคัญแต่อาจจะไม่ค่อยได้เห็นความสำคัญมากนัก แต่เมื่อปรากฏขึ้นมาแล้วกลับเป็นที่กล่าวขวัญกันอย่างมาก นั่นคือ ทักษะในการพูดในที่สาธารณะหรือต่อหน้าคนจำนวนมาก ในช่วงที่ผ่านมา เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงได้เห็นตัวอย่างของผู้นำต่างๆ ที่มีโอกาสพูดต่อหน้าสาธารณชน แล้วท่านผู้อ่านก็คงเห็นนะครับว่าบางท่านมีทักษะในการพูดที่ดี สามารถโน้มน้าว จูงใจ สร้างแนวร่วม และแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟังจำนวนมากได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้นำบางท่านที่พูดแล้วทำให้ผู้ฟังสับสน ขาดทักษะในการพูด แทนที่พูดแล้วจะทำให้คนเกิดความฮึกเหิมหรือแรงบันดาลใจ กลับทำให้ผู้ฟังเกิดข้อติฉินนินทาได้
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูว่าท่านต้องการผู้นำแบบไหนครับ แบบแรก เป็นผู้ที่สามารถลุกขึ้นมาพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนมากได้ตลอดเวลา ไม่เคยต้องอาศัยโพย เนื้อหาที่พูดมีการเรียงลำดับที่ชัดเจน น้ำเสียง จังหวะในการพูดสอดคล้องกับเนื้อหาที่พูด ภาษาที่ไทยมีความเหมาะสม แบบที่สอง เป็นผู้นำที่สามารถขึ้นมาพูดต่อหน้าผู้อื่นได้ เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาในการเตรียมตัว อาจจะมีคนร่างสิ่งที่จะพูดมาให้ แล้วอาศัยความจำท่องไว้ หรือ นำมาปรับเปลี่ยนเป็นภาษาของตนเอง แบบที่สาม เป็นผู้นำที่ขึ้นมาพูดต่อหน้าผู้อื่นได้เช่นเดียวกัน แต่การพูดทุกครั้งจะต้องมีคำกล่าวหรือโพยอยู่ในมือ และต่อให้มีโพยอยู่ในมือก็ยังอาจจะมีความผิดพลาดในการอ่านโพย ไม่ว่าจะเป็นการเว้นวรรคที่ผิดหรืออ่านผิด
ภาพนี้คือหัวใจของการสื่อสารกับประชาชนคนจีน ว่าผู้นำสูงสุดของเขาออกมาร่วมสู้กับประชาชนเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของไวรัสอู่ฮั่นอย่างจริงจัง
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงไปเยี่ยมเยียนประชาชนคนจีนในหลายเขตของปักกิ่ง โดยใส่หน้ากากอนามัยแบบธรรมดา เพราะก่อนหน้านั้นวันเดียวรัฐบาลเพิ่งประกาศว่าประชาชนไม่ควรใช้แบบ N95 ซึ่งมีจำนวนจำกัด ควรเก็บไว้ให้บุคลากรทางการแพทย์
เพราะจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ที่ติดเชื้อเนื่องจากทำงานใกล้ชิดกับคนป่วยมีจำนวนกว่า 1,700 คนและเสียชีวิตไปแล้วไม่ต่ำกว่า 6 คน
ก่อนหน้านี้นายกฯ หลี่ เค่อเฉียงลงพื้นที่อู่ฮั่น มีการเผยแพร่ภาพให้เห็นถึงการนำทัพนักรบทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับ Covid-19 อย่างคึกคัก
ทั้งหมดนี้เป็นการออกข่าวเพื่อให้ประชาชนคนจีนทั้งประเทศและชาวโลกได้เห็นว่า ผู้นำจีนไม่ได้นั่งบริหารวิกฤติในห้องแอร์
ภาพนี้สี จิ้นผิงยอมให้วัดอุณหภูมิของตัวเอง ทำตัวให้ธรรมดาสามัญที่ไม่ได้รับการยกเว้น
เพราะเชื้อร้ายไวรัสสายพันธุ์ใหม่ตัวนี้เล่นงานไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน ตำแหน่งต่ำต้อยหรือสูงส่งก็มีสิทธิ์ติดเชื้อป่วยไข้เสียชีวิตได้ทั้งสิ้น
การเปิดเผยคำกล่าวต่อ "วงใน" ของสี จิ้นผิง สะท้อนว่าทางการปักกิ่งต้องการตอกย้ำว่าผู้นำสูงสุดคนนี้ได้รับรู้ถึงการแพร่ระบาดของไวรัสใหม่ตัวนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการแสดงความกังวลของผู้นำต่อสาธารณะ
ปกติคำพูดของสี จิ้นผิงต่อคนวงในจะถูกตีตรา "ลับสุดยอด" ตลอด แต่ครั้งนี้น่าสังเกตว่าเป็นความพยายามที่จะสื่อให้คนจีนและชาวประชาทั่วโลกได้เห็นว่า
ผู้นำสูงสุดของจีนรับรู้เรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และได้สั่งการสู้รบกับ "ไวรัสอู่ฮั่น" ตั้งแต่ยังไม่เป็นข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก
เท่ากับเป็นการสกัดข้อกล่าวหาใดๆ ที่ว่าระดับนำของรัฐบาลจีนมีความ "เฉื่อยชา" ในการตั้งรับสถานการณ์ที่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องร้ายแรงไปทั่วโลก
รายงานเกี่ยวกับคำพูดของสี จิ้นผิงต่อเจ้าหน้าที่ในสื่อทางการของจีนบอกว่า ผู้นำสูงสุดของรัฐบาลได้ออกคำสั่งให้ตั้งทีมบริหารวิกฤติตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ในการประชุมของคณะกรรมการบริหารของพรรคคอมมิวนิสต์
ปกติมติใดๆ ของการประชุมระดับนำอย่างนี้จะไม่เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ
แต่ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามีความจงใจที่จะสร้าง "ความโปร่งใส" ให้ประชาชนได้รู้ "เบื้องหลังการตัดสินใจ" ในระดับนำ
ในคำกล่าวสำหรับวงในนั้น สี จิ้นผิงบอกด้วยว่าเขาเป็นคนสั่งให้มีการ "ปิดเมือง" อู่ฮั่นและเมืองรอบข้างอื่นๆ เมื่อวันที่ 23 มกราคมด้วยตนเอง
สี จิ้นผิงบอกว่า
"ผมเกาะติดสถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นด้วยตนเองทุกขั้นตอน และได้ออกคำสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการกับปัญหาเป็นระยะๆ" สีกล่าวในคำปราศรัยกับวงในเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ (รายละเอียดเพิ่งเปิดเผยวันที่ 15 กุมภาพันธ์ หลังจากเห็นภาพสี จิ้นผิงออกตรวจงานในหลายๆ เขตของปักกิ่ง)
“พันธกิจอันดับหนึ่ง
คือความรับผิดชอบ
ป้องกัน ควบคุม
เชื้อไวรัสแพร่ระบาด
ชีวิตคือสิ่งสำคัญสูงสุด
ยึดถือชีวิตและสุขภาพ
ของประชาชน
เป็นอันดับแรก”
สีจิ้นผิง
“โรคระบาด
เหมือนปีศาจ
เราจะไม่ยอม
ให้มัน
หลบซ่อนได้”
สีจิ้นผิง
สิ่งที่ผู้นำจีนพยายามจะแสดงออกมาคือการอยู่เคียงข้างประชาชนของเขาในยามที่วิกฤตตลอดเวลา การพูดให้กำลังประชาชนในทางที่ดีขึ้น การสั่งการที่ชาญฉลาดและประชาชนก็เชื่อมั่นในผู้นำ การมีวาทะศิลป์ในการพูดที่ดี
ประเทศจีนมีผู้ติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ ในวันนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีน และไม่พบผู้ติดเชื้อฯ ในมณฑลหูเป่ยซึ่งเป็นศูนย์กลางระบาดเชื้อโควิด
ทั่วประเทศจีนมีรายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 34 ราย โดยทั้งหมดเป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ หรือ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Let's Drop The Beat
    ปลุกกำลังใจเลยคับ