Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
การเมืองและสรรพสิ่ง
•
ติดตาม
3 เม.ย. 2020 เวลา 08:48 • การเมือง
บทความที่ 1 การเมืองกับหนังสือ
การเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมปี 62 นั้นถือว่าได้สร้างความตื่นตัวทางการเมืองกับคนรุ่นใหม่มากมาย ให้กลับมาสนใจการเมืองมากยิ่งขึ้น ผมถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆครับ เพราะตั้งแต่ที่ผมเริ่มสนใจการเมืองอย่าจริงจังมาตั้งแต่อายุ 12 ปีจนถึงตอนนี้ 25 ปี แล้วนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ตื่นตัวทางการเมืองมากขนาดนี้ วันนี้ผมจึงอยากเชิญคนรุ่นใหม่หรือคนทุกรุ่นที่เพิ่งเริ่มสนใจการเมืองมาทำความรู้จักกับการเมืองมากยิ่งขึ้น ผ่านหนังสือ 3 เล่มที่ส่วนตัวผมได้อ่านแล้วก็ทำให้ผมเข้าใจความลึกซึ้งของการเมืองมากยิ่งขึ้น โดยหนังสือที่ผมจะแนะนำนั้นจะเป็นนิยายครับ ก็จะทำให้มีความอ่านง่ายมากยิ่งขึ้น ถ้าผู้อ่านท่านใดสนใจก็ลองหามาอ่านดูครับ ยิ่งช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสือออนไลน์อยู่ ก็ไปสั่งซื้อกันได้ครับ
เล่มที่ 1 ปีศาจ โดย เสนีย์ เสาวพงศ์
คุณว่านิยายเกี่ยวกับความรักที่ต่างชั้นมันน้ำเน่าสุดๆไหมครับ? ใช่ครับ "ปีศาจ" 55555 เป็นนิยายที่มีแนวทางแบบนั้นเลยครับ แต่คุณเสนีย์ เสาวพงศ์ กลับเขียนออกมาได้อย่างลึกซึ้ง ไม่น้ำเน่าแบบละครหลังข่าวห่างไกลจากความน้ำเน่ามากๆ แต่กลับนำเอาเรื่องวัฒนธรรม การดำรงชีวิตของคนชนบทในสมัยก่อนมา Contrast กับการใช้ชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายแบบสังคมเมือง แนวคิดเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม และอีกมากมาย มาใส่ไว้ในนิยายเรื่องนี้ด้วย ทำให้นิยายเรื่องนี้คงกระพันแก่กาลเวลา ยิ่งอ่านสนุกและชวนให้ขบคิด
"ผมมีความภูมิใจสูงสุดในวันนี้เองที่เกิดมาเป็นลูกชาวนา ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมพ่อผมจึงไม่ได้เป็นขุนนาง แต่ทว่าขุนนางนั้นมีอยู่จำนวนน้อย และคนที่เป็นชาวนานั้นมีจำนวนมากกว่าหลายเท่า พ่อผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ฝ่ายข้างมาก ผมไม่มีเหตุผลประการใดเลยที่จะน้อยอกน้อยใจในโชคชะตาที่มิได้เกิดในที่สูง"
เล่มที่ 2 Animal Farm โดย จอร์จ ออร์เวลล์
คุณเคยคาดหวังกับผู้นำของตัวเอง แล้วต้องผิดหวังจากสิ่งที่เขาพูดกับสิ่งที่เขาทำนั้นมันตรงกันข้ามไหมครับ? (อารมณ์แบบเราจะทำตามสัญญาอ่ะครับ) "Animal Farm" เป็นนิยายแนว Dystopia ที่เหนือชั้นในเรื่องของการสื่อสาร เล่มนี้ผมยกให้เป็นที่อ่านง่ายแล้วเข้าใจได้ง่ายที่สุดครับ คุณจอร์จ ออร์เวลล์เลือกใช้สัตว์มาเป็นตัวละคร ยิ่งทำให้มีภาพจำที่ง่ายยิ่งขึ้น ตัวละครไม่ซับซ้อนมาก ผมใช้เวลาอ่านเล่มนี้อยู่ 2-3 วันก็จบแล้วครับ อ่านง่ายเกิ๊น แต่ถึงมันจะอ่านแต่เนื้อหาข้างในมัน ฟหกด่าสว มากครับ 5555
"สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางตัวเท่าเทียมมากกว่า"
เล่มที่ 3 แม่ โดย แมกซิม กอร์กี้
นิยายเรื่อง "แม่" ประพันธ์โดย แม็กซิม กอร์กี นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ชาวรัสเซีย แปลโดย คุณจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นหนังสือที่เล่าเรื่องชีวิตของชนชั้นกรรมกรได้อย่างเจ็บปวดแสนสาหัสผ่านตัวละครผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นแม่คน ผมอยากจะเล่าบางช่วงบางตอนในหนังสือให้ฟังครับ ในหนังสือกล่าวว่า ความสุขของชนชั้นกรรมกรนั้นมีเพียงไม่กี่สิ่ง หนึ่งในนั้นคือการดื่ม เพราะมันเหมือนทำให้เขาลืมเบลือนความเจ็บปวด ลืมเลือนความเศร้า ความเหนื่อยล้า ความบัดซบในชีวิตไปได้ แต่สิ่งมันน่าเศร้าไปอย่างที่สุดคือ หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนเมื่อปี 1906 ซึ่งแปลว่าผ่านมา 114 ปี สภาพวิถีชีวิตของชั้นชนกรรมกรก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม
ลาก่อน สหาย ลาแล้ว
และนี่ก็เป็นบทความแรกของผมครับ อ่านแล้วชอบหรือติดใจตรงไหนก็คุยกันได้นะครับ ยินดีรับฟัง ไว้มีเวลาจะมาเพิ่มหนังสือเกี่ยวกับการเมืองสนุกๆที่น่าสนใจอีกนะครับ สุดท้ายนี้ขอยกคำคมของท่าน ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ว่า "นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร" ขอบคุณครับ
บันทึก
7
9
3
7
9
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย