4 เม.ย. 2020 เวลา 14:24 • ความคิดเห็น
"ฉันเป็นทรานเจนเดอร์"
นี่อาจเป็นถ้อยคำที่หลายๆคนอาจกลัวที่จะพูดออกมา ไม่ใช่เพราะว่ามันออกเสียงยากเเต่ประการใด ทว่ากลัวในสิ่งที่จะตามมา
การเขียนบทความนี้ได้เเรงบันดาลใจจาก ซีรีย์ของNetflix เรื่อง Itaewon class หรือชื่อไทยคือ "ธุรกิจปิดเกมเเค้น" เป็นอีกหนึ่งซีรีย์ที่ผมชอบมากที่สุดเลยล่ะ
เรื่องราวที่ทำให้ผมเกิดเเรงบันดาลใจเป็นของตัวละครตัวหนึ่งชื่อ "มาฮยอนอี" เธอเป็นทรานเจนเดอร์ หรือคนข้ามเพศ
ซึ่งผมชอบตอนนึงที่มาฮยอนอี เข้าเเข่งขันในรายการอาหารที่ถ่ายทอดทางทีวี เธอได้ที่ 1 ตลอดในรอบที่ผ่านมา เเละรอบสุดท้ายเป็นรอบชิงชนะเลิศ
1
ประเด็นคือก่อนหน้านี้ไม่มีใครรู้ว่า มาฮยอนอีเป็นคนข้ามเพศ นั่นทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทว่าด้วยความเก่งของเธอทำให้คู่เเข่งนำความลับของเธอมาเผยเเพร่ทางสื่อออนไลน์ เพื่อหวังทำลายความนิยมเเละมั่นใจของเธอ
2
เรื่องที่เเดงออกมามันได้ผล ผู้คนพูดกันในทางเสียหายกับเธอ จนเธอเสียความมั่นใจ เเละเดินออกจากห้องถ่ายรายการไป มีตัวละครนึงบอกว่า "ให้เธอตกรอบไหม เพราะจะได้รักษาเรทติ้งของรายการไว้"
มาฮยอนอีพยายามเเสดงมั่นใจเเก่เถ้าเเก่ ทว่าถ้อยคำของเถ้าเเก่ที่ว่า "เธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรให้ใครเห็นทั้งนั้น เพราะการเป็นตัวเธอไม่เจำเป็นต้องมีใครเข้าใจ" เเล้วเธอก็ร้องไห้ มันเป็นฉากที่ทำให้ผมน้ำตาซึม เพราะการร้องไห้ของเธอ ไม่ได้ร้องไห้เพราะความอ่อนเเอเลย ทว่าเป็นเสียงที่บ่งบอกถึงสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ
4
เเต่สิ่งที่ทำให้ผมน้ำตาไหลเลยจริงๆก็คือ ตอนที่เธอกลับเข้ามายังกองถ่ายรายการอีกครั้ง หลังจากที่ใครๆก็คิดว่าเธอหนีไปเเล้ว เเล้วน้ำตาไหลอีกครั้งเมื่อเธอมองไปยังกล้อง เเล้วพูดออกสื่อว่า "ฉันเป็นทรานเจนเดอร์" ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมายังเธอ
มีหนังซีรีย์ที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่นำเรื่องคนข้ามเพศมาตีเเผ่
คือเรื่อง "Love alarm"
ในฉากที่ชายคนหนึ่งทำร้ายชายอีกคน เพราะรู้ว่าเขาเเอบชอบ
เเต่รู้ไหมอะไรที่ตลก สิ่งที่น่าตลกคือชายคนที่ทำร้ายนั้น เขาก็เป็นคนที่รักเพศเดียวกันเหมือนกัน ทว่าทำลงไปเพราะจะได้เเสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนเป็นชายเเท้ เเละมีความห้าวหาญ นั่นเเหละคือสิ่งที่ตลก ตลกเเบบจุกเลยทีเดียว เพราะมันเป็นเรื่องที่จริงมาก
บางทีเราก็ไม่ต่างจากคนข้ามเพศ ทว่าทำสิ่งเลวร้ายอย่างการดูถูก หรือทำสิ่งไม่ดี เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นเพศที่ถูกต้องตามชาติกำเนิด ซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย ที่ต้องเเสดงความ "เเข็งเเกร่ง"
การบอกว่าตนเองเป็นในสิ่งอื่นที่นอกเหนือจาก "หญิงเเละชาย" มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย เเละผมคิดว่าคนที่กล้าเเสดงออกว่าเป็นคนข้ามเพศนั้น เป็นเพียงเเค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หลายคนไม่ได้มีความกล้าที่จะเเสดงมันออกมา เพราะกลัวคำพิพากษาจากสังคม
ประเทศไทยอาจโชคดีที่ความรุนเเรงต่อคนข้ามเพศนั้นมีความรุนเเรงที่น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่เคร่งศาสนา เพราะมักมองต่อคนเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งที่บกพร่อง เป็นสิ่งที่สร้างความหมองหม่นเเก่ร่างกายที่พระผู้เป็นเจ้าสร้าง เป็นสิ่งที่สร้างความเสื่อมเสียเเก่วงศ์ตระกูล หรือเป็นสิ่งที่เเปลกประหลาดทางสังคม
ความเป็นจริงเราไม่ต้องไปไกล หรือจินตนาการเยอะว่าในต่างประเทศเลวร้ายขนาดไหน เเม้เเต่ในประเทศที่มีความเสรีทางเพศพอสมควรอย่างไทย ผมยังเห็นข้อบกพร่องของคำว่า "เสรีภาพ" ที่เราพูดถึงอยู่เลย
สิ่งที่น่ากลัวรองลงมาจากการทำร้ายร่างกายคือ สายตาที่จับจ้องเมื่อคุณเดินออกจากบ้าน สายตาเหล่านั้นมองราวกับจับจ้องสิ่งมีชีวิตอันน่ารังเกียจจากต่างมิติ ถ้าโชคร้ายอาจโดนคำพูดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของคุณ คนข้ามเพศมากมายมองผ่านเรื่องนี้เเละคิดว่า "ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ฉันก็จะเป็นตัวฉัน"
1
นั่นคือสิ่งที่ถูกครับเพราะไม่ว่าอย่างไร เราก็ไม่มีทางเปลี่ยนเเปลงคนอื่นได้ การเปลี่ยนทัศนคติของตนเองจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
เเต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่ดี การมองด้วยสายตาราวกับตัวประหลาด คำพูดที่ไม่สมควร หรือที่ร้ายเเรงที่สุดคือการทำร้ายร่างกาย
นี่คือเรื่องจริง การมองคนเหล่านี้ว่าคือความบกพร่อง เเละเเสดงความรังเกียจ เเม้ไม่ต่อหน้าเเต่ลับหลัง ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านี้ เเม้ว่ามีใครก็ตามบอกว่าเราคือประเทศที่เสรี หรืออาจจะบอกว่าเเค่นี้ก็ดีกว่าประเทศอื่นเเล้ว ผมว่ามันไม่จำเป็นหรอกที่จะพูดอย่างนั้น เหมือนกับบอกว่า ตัดเเขนยังดีกว่าตัดขา
คำพูดที่เรามักเจอเเละมันก็สะท้อนได้เป็นอย่างดีคือ
ชาย - เเอบชอบผู้หญิงคนไหนอะ ,มีเมียยัง
หญิง - มีหนุ่มมาจีบปะ , ชอบผู้ชายเเบบไหน
มนุษย์เรากำหนดกติกามากมาย เเละที่สำคัญคือเรื่องความรัก ชายถูกกำหนดมาให้คู่กับหญิง ซึ่งดูได้จากกฎหมายที่ให้ชายสมรสกับหญิง เเละมีน้อยประเทศที่อนุญาตให้เพศเดียวกันสมรสกันได้
เป็นเรื่องที่น่าเเปลกใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เเต่เมื่อคิดดูเเล้วเรื่องนั้นก็อาจไม่น่าเเปลก เพราะเป็นเรื่องที่วางอยู่บนรากฐานศีลธรรมอันดีที่เราสร้างขึ้นเอง
บางทีผมก็คิดว่าผู้ชายรักผู้หญิง หรือมีคำว่าชายรักชาย หญิงรักญิง
ผมนึกว่า "มนุษย์เราจะตกหลุมรักมนุษย์อีกคนเสียอีก"
เเละใช่ครับ ผมเองก็ไม่ใช่ผู้ชายหรอก ผมเกลียดคำๆนี้มากที่สุดเพราะมันตีกรอบความรักของผม เพราะผมอยาก "มีสิทธิ์รักใครก็ได้ในโลกใบนี้"
1
บทความโดย คลังความรู้
โฆษณา