5 เม.ย. 2020 เวลา 05:05 • สุขภาพ
กว่าจะเป็นวัคซีนสักตัว ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ?
วัคซีนมีหลายประเภทด้วยกัน หลักๆจะมี 3ประเภทใหญ่ๆคือ
1. วัคซีนประเภทท็อกซอยด์ (Toxoid) เป็นการนำพิษของเชื้อโรคมาทำให้หมดฤทธิ์แต่ยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ ได้แก่ วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก
2. วัคซีนชนิดเชื้อเป็น (Live Vaccine) เป็นวัคซีนที่นำเชื้อมาทำให้อ่อนแรงจนไม่สามารถก่อโรคได้ แต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ เช่น วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส
3. วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Killed Vaccine) เป็นวัคซีนที่ผลิตขึ้นจากเชื้อโรคทั้งตัวหรือบางส่วนของเชื้อ ได้แก่ วัคซีนตับอักเสบ เอ บี ไอกรน ไข้หวัดใหญ่
การวิจัยค้นคว้าวัคซีนตัวใหม่ กว่าจะสามารถนำออกมาใช้ได้นั้น จำเป็นที่จะต้องผ่านขั้นตอนการวิจัย ทดสอบประสิทธิภาพ และความปลอดภัยก่อนเสมอ โดยจะมีการทดสอบ “พรีคลินิก” คือยังไม่ได้ทำการทดลองในมนุษย์ และ “การทดสอบทางคลินิก” ที่จะเริ่มทดสอบในร่างกายมนุษย์
สำหรับการวิจัยคิดค้นวัคซีนสำหรับเชื้อโควิด-19 ที่กำลังโลกจับตามองอยู่นั้น ก็มีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่าตอนนี้เริ่มทดสอบให้กับมนุษย์แล้ว
วันนี้ตาลเลยมาแชร์ว่า การทดสอบวัคซีนในมนุษย์นั้น มีกี่ขั้นตอนกันค่ะ 😊
ขอบคุณข้อมูลจาก FB :ศาลากลางค่ะ
การทดลองมีทั้งหมด 4 ระยะ (Phase) ดังต่อไปนี้ค่ะ
ระยะที่ 1 ศึกษาความปลอดภัย (Phase I : Safety and dosage) หลังจากมีการทดลองในห้องปฏิบัติการ และค้นคว้าวิจัยในสัตว์ทดลอง การศึกษาความปลอดภัยในระยะที่ 1 ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการพัฒนาวัคซีนที่มีการศึกษาในมนุษย์
💪โดยจะให้วัคซีนแก่อาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 20 ถึง 100 คน และจำเป็นที่จะต้องติดตามอาสาสมัครอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาการดูดซึม ผลอการการออกฤทธิ์ ต่อร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างจากสัตว์ทดลอง ศึกษาปริมาณยาน้อยที่สุดที่ใช้ในการรักษาและขนาดยาที่สูงที่สุดที่สามารถนำมาใช้ได้โดยไม่มีภาวะข้างเคียง
ระยะที่ 2 ศึกษาประสิทธิภาพ และภาวะแทรกซ้อน (Phase II : Efficacy and side effects)
✌️หากวัคซีนผ่านระยะที่ 1 ได้แล้วจะได้รับการศึกษาถึงประสิทธิภาพ และภาวะแทรกซ้อนในระยะสั้นที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการศึกษาในระยะนี้ ต้องมีผู้ป่วยที่มากเพียงพอ ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีอาสาสมัครถึงหลายร้อยคน เพื่อศึกษาได้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้หลากหลายมากขึ้น
ระยะที่ 3 ศึกษาประสิทธิภาพ และติดตามอาการไม่พึงประสงค์ (Phase III : Efficacy and monitoring of adverse reaction)
👌การศึกษาในระยะนี้จะทำในกลุ่มผู้ป่วยในโรคที่สนใจมากขึ้นกว่าระยะที่ 2 มักต้องใช้อาสาสมัครในการวิจัยตั้งแต่ 300 ถึง 3000 คน ปี บางครั้งการศึกษาในระยะนี้อาจเป็นการวิจัยขนาดใหญ่ที่ให้อาสาสมัครจำนวนมากในหลายๆประเทศทั่วโลก เพื่อติดตามอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว หรือบางครั้งอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวเกิดได้น้อยมาก แต่มีความรุนแรงถึงชีวิต การที่มีอาสาสมัครไม่เพียงพอ และใช้ระยะเวลาศึกษาสั้นเกินไปทำให้ไม่ทราบถึงผลที่ตามมาได้อย่างครบถ้วน
วัคซีนจะต้องได้รับการทดสอบว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะส่งเพื่อขอคำอนุมัติจากหน่วยงานที่มีอำนาจ และผลิตออกมา
ระยะที่ 4 ติดตามหลังจากวางจำหน่าย (Phase IV : Post-marketing surveillance)
วัคซีนที่ผ่านการศึกษาในระยะที่ 3 จะสามารถวางจำหน่ายได้ในท้องตลาด แต่อย่างไรก็การศึกษาผลการรักษา และอาการไม่พึงประสงค์ยังคงทำต้องเนื่อง โดยจะมีการติดตามผลที่ได้จากการใช้วัคซีนในท้องตลาดว่ามีอันตรายในการใช้ในระยะยาวหรือไม่
หมายเหตุ: ในองค์กร/สถาบันบางแห่ง อาจมีเพียงเฟส 3 เท่านั้น
#หมอยาอยากแชร์
อยากให้ทุกคนดูแลตัวเองกันนะคะ
#stayathome
🙏ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก pptvhd
โฆษณา