Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เล่นจนได้เรียน
•
ติดตาม
7 เม.ย. 2020 เวลา 01:30 • การศึกษา
โรคภัยไข้เจ็บ ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไรบ้าง?
credit: androidpit.com
ขอเท้าความนิดนึง ก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก ผมจำได้ว่าต้องตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่เราอาจนำไปแพร่เชื้อในบ้านเค้า (โดนไปกี่เข็มจำไม่ได้ แต่จำได้ว่าตอนฉีดไม่เจ็บ แต่พอฉีดเสร็จ แขนชา ปวด แล้วก็ร้องไห้เหมือนคนบ้า ถ้าคนกลัวเข็มเหมือนกันน่าจะเข้าใจนะ 555)
ตอนนั้นวัคซีนที่ต้องฉีดก็มี Hepatitis B (ไวรัสตับอักเสบ B) Mumps (คางทูม หรือ หัดเยอรมัน) และ Measles (อีสุกอีใส) จำได้ว่าหมอให้ฉีดแค่นี้นะ แต่จริง ๆ โรคที่เค้าให้ฉีดวัคซีนมีเยอะกว่านี้ แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดทุกโรคที่เค้าให้ฉีด ขึ้นอยู่กับประวัติการฉีดวัคซีนของแต่ละคนด้วย
แต่ไม่ต้องสงสัยว่าแอดจะเสี่ยงติด covid นะ เพราะแอดกลับมาอยู่ไทยได้ 2 ปีกว่าละจ้า
เอาละ โม้เยอะละ มาเข้าเรื่องกัน 555 เช้านี้เรามาเติมพลังสมองด้วยศัพท์เกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บกันหน่อยดีกว่า ยุคนี้ถ้ารู้แค่ disease กับ illness เชยมาก พูดเลย!
แอดแบ่งคำศัพท์หมวดนี้ออกเป็น 3 เลเวล (level)
credit: https://wccftech.com/star-ocean-5-final-japanese-box-art-surfaces-online-screenshots-released/
Level 1: Normal Attack ดาเมจตั้งแต่ 5-100 (ค่าตัวเลขที่ใช้นี่สมมติเอานะครับ เพื่อให้เห็นภาพความรุนแรงชัดขึ้น)ใช้สกิลฮีลก็ฟื้นพลังได้ ก็สู้ต่อได้ มีโอกาสชนะสูง
*Pain = ความเจ็บปวด (ทั้งกายและใจ)
I was in great pain cuz you broke my heart.
ข้าเจ็บปวดเหลือเกินเพราะเจ้าทำข้าใจสลาย ... ละครไปอี๊ก
(cuz มาจาก because จ้า ใช้เป็นภาษาพูดเท่านั้น เวลาพูดสั้น ๆ ก็เหลือแค่ cuz หรือ cos ก็ได้ แต่อย่าใช้เขียนในเรียงความ หรืออีเมลที่เป็นทางการเด็ดขาด ไม่งั้นโดนดุไม่รู้ด้วย... สอนแล้วนะ!) วันหลังจะมาพูดเรื่องคำที่ฝรั่งชอบพูดสั้น ๆ เพิ่มเติมน้า มีหลายคำเลยตะเอง
pain จริง ๆ ต้องออกเสียงว่า เพน ลองพูดแบบช้า ๆ ว่า เพ-อิน ฝึกให้ชินแล้วกลับมาพูดให้เร็วขึ้นก็จะออกเสียงคำนี้ชัดขึ้น แต่นักเรียนที่เรียนการเขียนกับผมหลายคนชอบสะกดว่า plain /เพลน/ ที่แปลว่า เรียบง่าย ดูธรรมดา คำนี้ต้องมีเสียงควบกล้ำ ให้ลองฝึกโดยการออกเสียงว่า เผอะ-เหลอะ-เอ-อิน เริ่มจากช้า ๆ ก่อน แล้วค่อยเร็วขึ้น ก็จะออกเสียงได้เป๊ะขึ้น
เราใช้คำว่า pain กับความเจ็บปวดที่เกิดกับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ดังนี้ครับ
back pain = ปวดหลัง
chest pain = เจ็บหน้าอก
stomach pain/ abdominal pain = ปวดท้อง
period pain = ปวดท้องปจด
I have a back pain after lifting that box.
ฉันปวดหลังหลังจากยกกล่องนั้น
แถมสำนวนที่มีคำว่า pain แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับความเจ็บปวดเล้ยยย (แต่อาจจะเกี่ยวกับความเจ็บปวดทางใจก็ได้
A pain in the neck/ ass/ butt = น่ามคาญ! (น่ารำคาญ) อย่าแปลตรงตัวว่า "เจ็บที่ก้น หรือคอ" โนจ้า
Sonya is a real pain in the ass!
ซอนญ่าทำตัวน่ารำคาญจริง ๆ เลย
No pain, No gain (Nothing ventured, nothing gained) = ไม่เสี่ยงก็ไม่ได้อะไรเลย ... เหมือนถ้าเราไม่กล้าลองทำอะไรที่ไม่เคยทำ จะรู้ได้ยังไงว่าเราทำได้รึป่าว วันนึงเราอาจจะเจออะไรที่ซ่อนอยู่ในตัวเราอีกก็ได้ เพียงแต่ต้องปลุกมันขึ้นมา เหมือนตอนอุจิฮะเบิกเนตรวงแหวนน่ะ งืม ๆ
*Ache = ความเจ็บปวด
My younger sister has had a toothache for 3 days, so I suggest her to see the dentist right away.
น้องสาวฉันปวดฟันมา 3 วันแล้ว ฉันก็เลยแนะนำให้เธอไปหาหมอฟัน ณ บัดนาว
ตัวนี้ออกเสียงว่า เอ้ค อย่าลืมเสียงท้าย ออกเสียงเหมือนตัว k (บอกแล้วอย่าไปสนรูปคำ ภาษาอังกฤษเนี่ย รูปเขียนอย่าง ออกเสียงอย่าง มีเยอะ!) ฝึกออกเสียง เอ้-อิค เริ่มจากช้า ๆ แล้วค่อยเร็ว ก็จะได้เสียง เอ้ค ที่เป๊ะเว่อร์
อวัยวะที่ใช้กับ ache ได้แก่
stomach ache ปวดท้อง
headache ปวดหัว
backache ปวดหลัง
toothache ปวดฟัน
earache ปวดหู
*Sore = ความเจ็บปวด อ่านออกเสียงว่า ซอร์
His arms are sore after a 3-hour weight training exercise.
เขาปวดแขนหลังจากออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งมา 3 ชม.
sore muscle ปวดกล้ามเนื้อ
sore throat เจ็บคอ
sore eye เคืองตา
cold sore เริม
bedsore แผลกดทับ
*Agony = ความเจ็บปวด เจ็บปวดจนต้องร้องขอชีวิต (รุนแรงเหลือเกิน)
ออกเสียงว่า แอ๊-เกอ-หนี่
She was writhing in agony on the ground.
เธอกำลังบิดตัวไปมาอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดทรมาน
อย่าลืมนะถ้าเจ็บสุด ๆ จนทนไม่ได้แล้ว ให้ใช้ agony
credit: deksearch.com
Level 2: Critical Attack ดาเมจเริ่มรุนแรงขึ้น ประมาณ 500-1000 เหมือนโดนท่าไม้ตาย อาจต้องฮีลหลายรอบ ถ้าโชคดี MP เยอะ ก็รอด แต่ถ้า MP หมด ก็อาจ game over ได้เลยทีเดียว (สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นเกม MP คือค่าพลังที่เราต้องเสียไปเมื่อใช้ท่าพิเศษ เช่น ท่าโจมตีแรง ๆ ท่าที่ใช้ฟื้นพลังต่าง ๆ)
*Disease = โรค อาการเจ็บป่วยทั่วไป
Coronavirus diseases include MERS, SARS and COVID-19.
โรคที่เกิดจากโคโรนาไวรัส ได้แก่ เมอร์ส ซาร์ส และ โควิด19
แน่นอนว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับคำนี้ดีอยู่แล้ว คำนี้ออกเสียงว่า ดิ่ส-ซีส (เสียงต่ำพยางค์แรก และเสียงสูงพยางค์ที่สอง)
เวลาออกเสียงทั้งสองพยางค์ อย่าลืมออกเสียงพยัญชนะท้ายด้วยนะครับ
เสียงนี้ทำง่ายมาก ให้ทำเสียงเหมือนเราออกเสียงตัว s หรือถ้าเปรียบในภาษาไทย แอดขอใช้ ส หรือ ซ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ปกติเวลาเราพูดเสียงตัว s จะมีแต่เสียงลมออกมา แต่สำหรับเสียงตัว s ในคำว่า disease ทั้งใน dis และ ease ให้ใช้เสียงเหมือนเวลาเราพูดปกติด้วย (เวลาใช้เสียงคอจะสั่น) เหมือนการออกเสียงตัว z ในภาษาอังกฤษ
ที่แอดจำคำนี้ได้ขึ้นใจ เพราะแอดท่องแบบนี้ disease เกิดจากการประสมคำระหว่าง dis- (ไม่) + ease (ความง่าย ความสะดวกสบาย...easy มาจากคำนี้แหละ) เวลาทำอะไรที่ไม่ง่าย หรือยากเกินไป ก็จะเครียดและกังวล ทำให้ไม่สบายตัว เจ็บป่วย และเป็นโรคได้ง่าย
อันนี้จริง ๆ ก็แล้วแต่เทคนิคการจำของแต่ละคนนะ แต่เอาของแอดไปใช้ได้ ไม่หวง เอาไปใช้กันเยอะ ๆ จะปลื้มปริ่มมว้ากกกกกก
ขอพูดเรื่องการออกเสียงอีกซะหน่อย ปกติแล้ว ถ้าออกเสียงแยกกัน ease ออกเสียงว่า อีส แต่พอมารวมกับ dis เป็น disease ต้องเชื่อมเสียงพยัญชนะกับสระทุกครั้งนะตะเอง
*Disorder = โรค อาการเจ็บป่วย หรืออาการผิดปกติทางกายและใจ
Daniel has had eating disorders since he was 9. He ususally feels he eats too much, and then he vomits.
แดเนียลมีความผิดปกติด้านการกินอาหารมาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เขามักจะรู้สึกว่าตัวเองกินมากจนต้องอ้วกออกมา
ถ้าป่วยกายให้ไปโรงพยาบาล แต่ถ้าป่วยใจให้มาห้องพี่นะจ๊ะ 55555555+
ต่อ ๆๆ disorder ออกเสียงว่า ดิ่ส-อ๊อร์-เด่อร์ (คำนี้เน้นเสียงสูงที่พยางค์ที่สองครับ ในภาษาอังกฤษ คำไหนเน้น คำนั้นจะเสียงสูง) ไม่ใช่ ดิ๊ส-ออ-เด้อ เหมือนคำว่า order ที่ใช้เวลาสั่งอาหาร หรือคำสั่งนั่นแหละ ก็ออกเสียงว่า อ๊อร์-เด่อร์ ไม่ใช่ ออ-เด้อ โน้ โน โน!! ใครยังออกเสียงว่า ออ-เด้อ อยู่ ขอให้พักก่อน
เห็นปุ๊บ บางคนน่าจะเดาได้ใช่มั้ยว่า disorder มาจาก dis- (ไม่) + order (คำสั่ง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย) ใช่แล้ว เราก็ลองจำง่าย ๆ ว่า เวลาร่างกาย “ไม่” ทำตาม “คำสั่ง” แสดงว่าเราเริ่มป่วยแล้ว
ไหน ๆ ก็พูดถึง order แล้ว แอดขอแทรกสำนวนภาษาอังกฤษที่มีคำว่า order นิดหน่อย
in order = ถูกต้อง เหมาะสม (ตามกฎระเบียบ ตามที่กำหนดไว้)
Please make sure everything is in order.
(กรุณาตรวจดูให้ดีว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว)
made-to-order = ตามสั่ง หรือ ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ (ใช้กับอาหาร และสิ่งของก็ได้)
He loves to eat lunch at the made-to-order restaurant near his place.
(เขาชอบกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารตามสั่งแถวบ้านมาก...ใช้ cooked-to-order แทนได้เฉพาะกรณีนี้)
out of order = เสีย พัง เจ๊ง! (ใช้กับสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้า) อย่าแปลว่า “สินค้าหมด หรือ ของหมด” เด็ดขาด!!
This computer is out of order. It’s time to have it fixed.
(คอมพิวเตอร์เครื่องนี้พังแล้ว ถึงเวลาส่งซ่อมแล้วละ)
** ของหมดแล้ว ไม่มีสินค้าในสต๊อกแล้ว เราใช้คำว่า out of stock นะที่รัก
in order to + กริยา / in order that + ประโยค = เพื่อที่จะ
He is baking a birthday cake himself in order to surprise her girlfriend.
He is baking a birthday cake himself in order that he surprises her girlfriend.
(เขาทำเค้กวันเกิดด้วยตัวเองเพื่อที่จะเซอร์ไพรส์แฟน... อยากมีคนทำแบบนี้ให้บ้างจุง T^T)
*Sickness/ Illness = การเจ็บป่วยทั่ว ๆ ไป
Viruses can cause sicknesses/illnesses such as common cold and flu.
ไวรัสสามารถก่อให้เกิดโรคได้ เช่น ไข้หวัดธรรมดา และ ไข้หวัดใหญ่
คำนี้ออกเสียงว่า ซิ้ค-เหนิส และ อิ๊ล-เหนิส บางคนคงงง ทำไมไม่ออกเสียงว่า เหนส ก็ตัว e ต้องออกเสียง เอ ไม่ใช่หรอฟระ โน้ โน โน... ไม่เสมอไปจ้ะ จะให้ชัวร์ว่าคำไหนออกเสียงยังไง เช็คกับ dictionary ดีที่สุด ไว้วันหลังจะมาสอนอ่านสัญลักษณ์คำอ่านใน dictionary ให้นะครัช
คำนี้ก็มาจาก sick กับ ill ที่แปลว่า เจ็บป่วยนั่นแหละ เช่น เราพูดว่า "ฉันป่วย" ภาษาอังกฤษใช้ว่า I'm sick/ill.
เมารถ/เรือ/เครื่องบิน ก็ใช้คำว่า sick
Helen threw up a lot because she got seasick/ carsick/ airsick.
เฮเลนอ้วกเยอะมากเพราะเธอเมาคลื่น/ เมารถ/ เมาเครื่องบิน... แอดไม่ได้บอกว่าเฮเลนเดินทางทีเดียวพร้อมกันนะ ถ้าเป็นแบบนั้น เฮเลนน่าจะ warpsick แล้วละ วาร์ปไปวาร์ปมาได้ 555
แต่ถ้าเราพูดว่า I'm sick of staying at home alone. = I'm bored with staying at home alone. (ฉันเบื่อที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว) sick of = เบื่อ ไม่ได้แปลว่าป่วยแล้วนะจ๊ะ... แต่ช่วงนี้เริ่มเบื่อจริง ๆ แอดอยากเที่ยวล้าวววว
*Malady = โรค ความเจ็บป่วย
John believes his chronic malady is incurable.
จอห์นเชื่อว่าโรคเรื้อรังของเขารักษาไม่หาย
จริง ๆ แล้วคำนี้เป็นคำเก่า ไม่ค่อยใช้แล้ว malady ออกเสียงว่า แม้-เลอ-ดี่ แต่อย่าสับสนกับ melody /เม้-เลอ-ดี่/ แปลว่า ทำนองเพลง
*Ailment = โรค หรือความเจ็บป่วยที่ไม่รุนแรงมาก มีอาการเป็นหลินฮุ่ย (ช่วง ๆ) ไม่ทำให้ถึงตาย เช่น rash (ผดผื่น) allergy (ภูมิแพ้)
Some people regard colds as minor ailments.
บางคนถือว่าไข้หวัดเป็นแค่อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ ไม่รุนแรง (แป๊บเดียวก็หาย)
ออกเสียงว่า เอ๊ล-เหมิ่นท์ -ment ก็ไม่ได้ออกเสียงว่า เม้นท์ นะจ๊ะ เช่นเดียวกันกับคำว่า comment ก็ออกเสียงว่า ค้อม-เหมิ่นท์ ไม่ใช่ คอม-เม้นท์ นาจา
ทีมที่มีดาเมจอยู่ Level 2 ได้แก่พวกโรค NCDs (Non-communicable diseases) หรือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง communicable มาจาก communicate (ติดต่อ) + able (สามารถ) แปลว่า ติดต่อได้ และเวลาเห็นคำว่า non ให้นึกถึง not ไว้เลย เมื่อรวมกัน non-communicable จึงแปลว่า ไม่สามารถติดต่อกันได้
ทีม NCDs ที่สร้างดาเมจให้เราเยอะมาก ได้แก่
Diabetes เบาหวาน
Cardiovascular disease โรคหัวใจ
Obesity โรคอ้วน
Ischemic stroke โรคหลอดเลือดสมองตีบ
Hemorrhagic stroke โรคหลอดเลือกในสมองแตก
Cancer มะเร็ง
Kidney disease โรคไต
Cirrhosis หรืิอ Liver cirrhosis โรคตับแข็ง
Demantia โรคสมองเสื่อม
Respiratory diseases โรคในระบบทางเดินหายใจ
credit: neogaf.com
Level 3: Special Attack สกิลโคตรโกงตีได้ทั้งทีม ดาเมจ 9999 ตายเรียบ ตายหมู่ โอกาสรอดยาก game over จ้า! ใช้ cheat (สูตรโกง) ป่ะว้า
*Contagion = การติดต่อของโรคโดยการสัมผัส หรือโรคติดต่อที่แพร่เชื้อโดยการสัมผัส ออกเสียงว่า เคิน-เท้-เจิ่น บางทีก็เรียกว่า contagious disease
He fears that this contagion will turn into a pandemic.
เขากลัวว่าโรคติดต่อนี้ จะกลายเป็นโรคระบาดรุนแรง
คำนี้มาจาก con-+tag+-ion
เมื่อ con- (ด้วยกัน) + tag (สัมผัส) + -ion (ส่วนประกอบคำนาม) เลยเกิดเป็นคำว่า โรคติดต่อที่เกิดจากการสัมผัส
*Epidemic = โรคระบาด หรือโรคติดต่อที่แพร่กระจายในชุมชนใดชุมชนหนึ่ง และทำให้คนในชุมชนติดเชื้อในเวลาอันรวดเร็ว คำนี้อ่านออกเสียงว่า เอ๊ะ-เผ่อะ-เด๊ะ-หมิ่ค อย่าลืมออกเสียงท้าย เป็นเหมือเสียงตัว k เน้นเสียงในพยางค์ที่หนึ่ง (เอ๊ะ) และพยางค์ที่สาม (เด๊ะ) ใช้คำว่า endemic /เอ็น-เด๊ะ-หมิ่ค/ แทนก็ได้
The flu epidemic is spreading in the community.
โรคติดต่อไข้หวัดใหญ่กำลังระบาดในชุมชน
คำนี้มาจาก epi- + dem + -ic
เมื่อ epi- (ท่ามกลาง) + dem(o) (ประชาชน) + ic จึงเกิดเป็นโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน
*Pandemic = โรคระบาดที่รุนแรงที่สุด เพราะระบาดไปทั่วโลก ในเวลาอันรวดเร็ว และยากเกินควบคุม คำนี้ออกเสียงว่า แพน-เด๊ะ-หมิ่ค
WHO officially announced that COVID-19 now becomes a pandemic.
WHO ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า COVID-19 เป็นโรคระบาดร้ายแรง (ที่ส่งผลทั่วโลก)
คำนี้เกิดจาก pan- + dem + -ic
pan (ทั้งหมด) + dem(o) (ประชาชน) pandemic จึงเป็นโรคที่เกิดกับคนทั้งหมด คนทั้งโลก
ถึงแม้ตอนนี้ covid-19 จะถูก WHO จัดอยู่ในโรคระบาดระดับ pandemic แต่ถ้าทุกคนช่วยกันรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบต่อสังคม ออกนอกบ้านเท่าที่จำเป็น ลดพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลาย ผมเชื่อว่าเราสามารถช่วยกันหยุดเจ้า virus ตัวร้ายนี้ได้ครับ
มาดูทีม level 3 กันหน่อย มีสมาชิกอยู่เยอะทีเดียว
Cold หรือ Common cold ไข้หวัดธรรมดา
Fever มีไข้ ตัวรุม ๆ
Flu มีชื่อเต็มว่า Influenza ไข้หวัดใหญ่
Diarrhea โรคท้องร่วง
HIV (Human Immunodeficiency Virus)/ AIDS (Acquired Immunodeficiency Syndrome) โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือที่เรียกกันว่าเอดส์
**immune = ภูมิคุ้มกัน
**deficiency = ความบกพร่อง
**acquire(d) = ได้รับมา
**syndrome = กลุ่มอาการโรค
STD (Sexual Transmitted Diseases) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
**sexual = เกี่ยวกับเพศ
**transmit(ted) = ถ่ายทอด ส่งต่อ
Dengue ไข้เลือดออก
Malaria ไข้มาลาเรีย
Bird flu ไข้หวัดนก
Swine flu ไข้หวัดหมู (ไม่ใช้ Pig flu หรือ Pork flu นะจ๊ะ)
SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome) โรคซาร์ส
**severe = รุนแรง
**acute = เฉียบพลีน
**respiratory = ทางเดินหายใจ
MERS (Miidle East Respiratory Syndrome) โรคเมอร์ส ต้นตอของการระบาดมาจากประเทศแถบตะวันออกกลางนั่นเอง
COVID-19 (Coronavirus disease 2019) โรคโควิดที่ฮอตฮิตมากตอนนี้ เริ่มระบาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 จนถึงตอนนี้
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ อย่าลืมล้างมือ ห่างกัันสักพัก พัก(อยู่บ้าน)ก่อน Happy Tuesday!
5 บันทึก
21
5
4
5
21
5
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย