9 เม.ย. 2020 เวลา 07:21 • ประวัติศาสตร์
“อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) บุรุษผู้เกลียดชังชาวยิว” ตอนที่ 4
ความเติบโตของอดอล์ฟ
3
ในขณะที่อนาคตของอดอล์ฟดูมืดมน แต่แล้ว เขาก็ได้พบกับ “ร้อยเอกคาร์ล เมยร์ (Karl Mayr)”
เมยร์ต้องการที่จะกำจัดทัศนคติด้านลบออกจากกองทัพและต้องการให้เจ้าหน้าที่ของกองทัพเข้ารับการอบรมทัศนคติ
ร้อยเอกคาร์ล เมยร์ (Karl Mayr)
อดอล์ฟเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่คนแรกๆ ที่สมัครเข้าอบรม
อดอล์ฟเข้าฟังการบรรยายเรื่องการเมือง ประวัติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ และยิ่งหลงไหลในเรื่องราวที่ได้ฟัง
ในการบรรยายหนึ่ง ได้มีศาสตราจารย์บรรยายว่าพวกยิวกำลังกอบโกยเงินออกไปจากระบบเศรษฐกิจของเยอรมนี
อดอล์ฟฟังอย่างตั้งใจ เขาเชื่ออย่างแรงกล้าว่าพวกยิวคือพวกกอบโกย และเขามักจะพูดให้คนอื่นๆ ฟังอย่างโกรธเกรี้ยวถึงความเลวร้ายของยิว
อดอล์ฟขณะกล่าวสปีช
ด้วยความที่อดอล์ฟนั้นฝักใฝ่ในการบรรยายและความเกลียดชังยิว ทำให้เขาโดดเด่นเหนือคนอื่น
ไม่กี่เดือนต่อมา เจ้าหน้าที่ในกองทัพก็มอบหมายให้เขาเป็นผู้บรรยาย เลคเชอร์เรื่องต่างๆ
1
หน้าที่นี้นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมาก อดอล์ฟต้องการจะให้คนอื่นๆ ในกองทัพตระหนักว่าเยอรมนีนั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน
ต่อมา เมยร์ส่งอดอล์ฟไปสังเกตการณ์พรรคการเมืองใหม่ นั่นคือ “พรรคกรรมกรเยอรมัน (German Workers' Party)”
3
พรรคกรรมกรเยอรมัน (German Workers' Party)
ภายหลังจากเริ่มประชุม ก็ได้เกิดการดีเบต โต้เถียงกันอย่างร้อนแรงภายในพรรค ซึ่งอดอล์ฟก็อดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมโต้เถียง
คำพูดของอดอล์ฟต่างสะกดคนในที่ประชุม ทำให้เป็นที่สนใจของพรรค
อาทิตย์ต่อมา อดอล์ฟได้ถูกเชิญให้เข้าร่วมกับพรรคกรรมกรเยอรมัน ซึ่งพรรคนี้ในสายตาของอดอล์ฟ ก็เป็นพรรคการเมืองเล็กๆ ยังอ่อนต่อโลกการเมือง แต่อดอล์ฟก็เล็งเห็นว่าหากเข้าร่วมกับพรรคนี้ เขาจะสามารถก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ได้
1
อดอล์ฟได้เข้าเป็นสมาชิกของพรรค และในไม่ช้า เขาก็ได้เข้าร่วมประชุมและพูดบรรยายในทุกการประชุม
ชื่อเสียงของอดอล์ฟค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ผู้คนเริ่มกล่าวถึงเขาว่าเป็นนักพูดที่มีความสามารถ
อดอล์ฟนั้นมีพรสวรรค์ในการจูงใจคน เขารู้ว่าต้องพูดอย่างไรถึงจะทำให้คนฟังชอบ
1
“ในเวลาที่สงครามจบลง พวกเราได้ถูกหักหลัง และคนที่สมควรถูกกล่าวโทษคือพวกยิวและคอมมิวนิสต์ พวกเราต้องรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อต่อต้านพวกมันและกลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง”
คือคำพูดของอดอล์ฟ
สิ่งที่อดอล์ฟพูดนั้นไม่ใช่สิ่งใหม่ พรรคการเมืองอื่นเองก็พูดไม่ต่างกัน
แต่ด้วยบุคลิกและสเน่ห์เฉพาะตัว ทำให้อดอล์ฟเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว และเขาก็สามารถสะกดคนที่มาฟังให้คล้อยตามไปกับเขาได้
1
ต่อมา อดอล์ฟก็ได้ออกจากกองทัพและเข้ามาทำงานในพรรคอย่างเต็มตัว ซึ่งต่อมา พรรคกรรมกรเยอรมันก็ได้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อของ
“พรรคนาซี (Nazi)”
แต่อดอล์ฟก็ไม่ได้มีความเห็นตรงกับสมาชิกคนอื่นๆ ในเรื่องของการบริหารงานพรรค ภายหลังจากทะเลาะกับสมาชิกพรรคในครั้งหนึ่ง อดอล์ฟก็ได้เดินออกไปจากพรรค
อดอล์ฟได้กล่าวว่าเขาจะกลับเข้าพรรคก็ต่อเมื่อเขาได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้นำพรรค ซึ่งพรรคนาซีก็จำเป็นต้องพึ่งพาเขา เนื่องจากเขาเป็นนักพูดอันดับหนึ่งของพรรค จึงไม่มีทางเลือกนอกจากแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้นำนาซี ทำให้อดอล์ฟได้ขึ้นเป็นผู้นำนาซีในปีค.ศ.1921 (พ.ศ.2464)
อดอล์ฟกลับเข้าพรรคด้วยความกระตือรือร้น และเขาก็ได้แนะนำให้รู้จักกับหน่วย “SA” ซึ่งคือองครักษ์เสื้อน้ำตาล คอยรับใช้เขา
จากนั้นอดอล์ฟก็ได้ออกแบบสัญลักษณ์ของพรรค นั่นคือสวัสติกะสีดำบนวงกลมสีขาวและมีพื้นหลังสีแดง
1
สัญลักษณ์นาซี
ในแต่ละสัปดาห์ จะมีการสวนสนามของพรรคนาซีเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งของพรรค มีทั้งการสวนสนาม เล่นดนตรี และพูดสปีช
อดอล์ฟคาดหวังว่าจะมีคนเข้าร่วมกับนาซีมากขึ้น และอีกวิธีการคือใช้ความกลัว
เมื่อผู้นำพรรคคู่แข่งกำลังพูดหาเสียงในเมือง อดอล์ฟจะส่งสมาชิกพรรคไปปั่นป่วนและสร้างความเสียหาย ซึ่งมักจะจบลงที่อดอล์ฟถูกจับเข้าคุก และต้องจำคุกเป็นเดือน แต่อดอล์ฟก็ไม่เคยที่จะหวาดกลัว
ชื่อเสียงของอดอล์ฟนับวันมีแต่ยิ่งเพิ่มขึ้น และคนในวงสังคมชั้นสูงหลายๆ คน ต่างก็ประทับใจกับสปีชของอดอล์ฟและบริจาคเงินให้พรรคนาซี
เมื่อได้รับเงินมากขึ้น พรรคนาซีก็ยิ่งรุ่งเรือง แต่ในขณะเดียวกัน เศรษฐกิจเยอรมนีก็กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต เมื่อเยอรมนีต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เศรษฐกิจล่มสลาย ผู้คนต่างอดอยาก
1
อดอล์ฟเล็งเห็นว่าสถานการณ์นี้เป็นโอกาสดีในการได้มาซึ่งอำนาจ
ค.ศ.1923 (พ.ศ.2466) อดอล์ฟบุกเข้าไปในการประชุมของนักการเมืองท้องถิ่นพร้อมกับหน่วย SA และสั่งให้หน่วย SA ทำการจับกุมนักการเมืองทั้งหมด
1
“การปฏิวัติแห่งชาติได้เริ่มขึ้นแล้ว”
1
คือคำที่อดอล์ฟพูด
ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจับกุมนักการเมืองและทำการปฏิวัติ
อดอล์ฟวางแผนจะยึดครองทั้งประเทศ เขาคิดว่านักการเมืองทั้งหลายคงยอมจำนนต่ออำนาจของเขาแล้ว เขาจึงให้ปล่อยตัวเหล่านักการเมืองที่จับกุมไป
แต่เขาคิดผิด เมื่อหน่วย SA จำนวน 2,000 นายบุกมิวนิค กองทัพตำรวจและทหารก็ได้รอพวกเขาอยู่แล้ว
เกิดการต่อสู้และจลาจล และจบลงตรงที่มีสมาชิกนาซีตายจำนวน 16 คน และอดอล์ฟก็ถูกจับกุม
1
อดอล์ฟจะทำอย่างไรต่อไป ติดตามได้ในตอนหน้านะครับ
โฆษณา